เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ระหว่างวันที่ 17 พ.ย. 68 – ปัจจุบัน มีสถานการณ์ในพื้นที่ 11 จ. (ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส โดยมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 47 อำเภอ 498 ตำบล 4,273 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับ ผลกระทบ 721,441 ครัวเรือน (ที่มา : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 24 พ.ย.68 )
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ระดมพลังเครือข่ายองค์กรชุมชนและภาคีท้องถิ่นทั่วภาคใต้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในหลายจังหวัด ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนเป็นวงกว้าง โดย พอช. ได้สนับสนุนงบฉุกเฉินและประสานงานร่วมกับสภาองค์กรชุมชน เทศบาล วัด โรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวมถึงกลุ่มจิตอาสาในพื้นที่ เพื่อจัดตั้ง “ครัวกลางช่วยภัยพิบัติ” กระจายอยู่ในหลายอำเภอ ทั้งในจังหวัดสงขลา พัทลุง สิงหนคร เทพา และกำแพงเพชร (รัตภูมิ) ตลอดจนเครือข่ายสังคมจากจังหวัดกระบี่ที่ร่วมส่งต่อความช่วยเหลือมายังพื้นที่หาดใหญ่
พลังชุมชนไม่ทอดทิ้งกัน – เปิดครัวกลางหลายพื้นที่ ช่วยได้ทันที
เครือข่ายองค์กรชุมชนในอำเภอรัตภูมิประสานความร่วมมือกับเทศบาลและหน่วยงานท้องถิ่น เปิดครัวกลางรวม 6 จุด ผลิตอาหารกล่องและจัดเตรียมน้ำดื่มกว่า 7,500 ชุด เพื่อกระจายให้ประชาชนที่อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงและชุมชนที่ถูกตัดขาดจากเส้นทางคมนาคม ขณะที่อำเภอสิงหนครเปิดครัวกลาง 3 จุด รองรับกำลังการผลิตอาหารกว่า 1,500 ชุดต่อวัน เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหลายตำบลที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ด้านพื้นที่เทพาและวังใหญ่ เครือข่ายชุมชนร่วมกับวัดและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรวมพลังตั้งครัวกลางวัดควนหมาก ผลิตอาหารร้อนและชุดยังชีพกว่า 426 ครัวเรือน ส่งถึงมือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ จังหวัดพัทลุงยังมีการจัดตั้งจุดประกอบอาหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 500 ชีวิต พร้อมทั้งมีทีมอาสาสมัครในพื้นที่ร่วมสนับสนุนการบรรเทาความเดือดร้อน ขณะเดียวกัน เครือข่ายสังคมจังหวัดกระบี่ได้ส่งต่อสิ่งของจำเป็น อาหารแห้ง น้ำดื่ม และอุปกรณ์ยังชีพต่าง ๆ มาช่วยเหลือพี่น้องในอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเช่นกัน
บทบาทสำคัญของ พอช. ในสถานการณ์ครั้งนี้ คือการหนุนเสริมพลังชุมชนให้สามารถลุกขึ้นมาช่วยเหลือกันเองในยามวิกฤต ใช้งบฉุกเฉินตั้งครัวกลางในพื้นที่จริง โดยชุมชนที่รู้ปัญหามากที่สุดสามารถเข้าถึงผู้เดือดร้อนอย่างทันท่วงที พร้อมทั้งประสานการทำงานกับภาคีภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งต่อทรัพยากร ความช่วยเหลือและกำลังใจสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่าง พอช. และเครือข่ายท้องถิ่นในครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของชุมชนที่ไม่ทอดทิ้งกัน พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งครัวกลาง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจำนวน 9 จังหวัด 59 อำเภอ 188 ตำบล 41ศูนย์ งบประมาณรวม 590,000 บาท
โดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้ออกแผนช่วยเหลือ 3 ระยะ ดังนี้
- ระยะเร่งด่วน (1-2 สัปดาห์หลังน้ำลด)
- สำรวจความเสียหาย : บ้านเรือน, ถนน, ระบบไฟฟ้า, น้ำประปา
- ช่วยเหลือด้านอาหารและน้ำดื่ม : จุดแจกจ่ายอาหารพร้อมทาน, น้ำดื่มสะอาด
- ระยะฟื้นฟู (1-3 เดือน)
- ซ่อมแซมบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน : ถนน, สะพาน, ระบบไฟฟ้า
- เยียวยาทางการเงิน : เงินช่วยเหลือครัวเรือน, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
- ระยะป้องกันและพัฒนา (3-12 เดือน)
- อบรมการจัดการภัยพิบัติ : ให้ความรู้ชุมชนเรื่องแผนรับมือ
- พัฒนาอาชีพและเศรษฐกิจชุมชน : ส่งเสริมการท่องเที่ยว, สินค้าชุมชน
พอช. ยังเปิดรับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาเพื่อนำไปใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาพัทลุง ชื่อบัญชี “เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติภาคใต้” เลขที่บัญชี 908-3-31661-0 โดยทุกการบริจาคจะถูกนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุด













