กรุงเทพมหานคร : วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เข้าร่วมประชุม คณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดิน ครั้งที่ 10/2568 เพื่อรับฟังผลการดำเนินงานและรับฟังข้อเสนอจากคณะอนุกรรมการฯ โดยกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการ “บ้านมั่นคง” ในฐานะโครงการหลัก (Flagship) และเป็นความภาคภูมิใจของ พอช. ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับชีวิตประชาชน ณ ห้องประชุม 301 – 302 อาคาร พอช. และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting)
จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจจาก “บ้านมั่นคงบ่อนไก่”
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เล่าให้ฟังว่า ตนรู้จักกับโครงการบ้านมั่นคงจากการได้รับเชิญไปเยี่ยมชมชุมชนบ่อนไก่ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจอย่างมาก ได้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างชุมชนสลัมที่ถูกไฟไหม้แล้วสร้างบ้านมั่นคงขึ้นใหม่กับส่วนที่ยังคงสภาพเดิม ชาวบ้านที่ได้บ้านมั่นคงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และอยู่กันอย่างมีความสุข พวกเขาบอกว่า ชีวิตเริ่มต้นจากการมีบ้าน และไม่ต้องกังวลเรื่องที่อยู่อาศัยอีกต่อไปหลังไฟไหม้มาถึง 3 ครั้ง ประธานบอร์ด พอช. ชี้ว่า แนวทางนี้คือแนวทางที่ “ใช่” และสามารถสร้าง “ชีวิตใหม่” ให้กับผู้คนได้จริง “จากการพูดคุยเขาบอกว่าก่อนสร้างบ้านมั่นคง ทุกคนไม่รู้ว่าจะมีบ้านอยู่หรือไม่ เพราะไฟไหม้มา 3 รอบแล้ว และมาอยู่ที่นี่ไม่ต้องกังวลใจเรื่องบ้านอีกต่อไป”
“บ้านมั่นคง” คำตอบของปัญหาที่อยู่อาศัย
ดร.กอบศักดิ์กล่าวว่า ในต่างประเทศมีปัญหานี้และยังหาทางออกไม่ได้ ขณะที่การเคหะฯ มักจะสร้างแค่ “บ้าน” แต่ไม่ได้สร้าง “ชุมชน” แต่โครงการบ้านมั่นคงของ พอช. เป็นการตอบโจทย์สำคัญของความเป็นอยู่ของประชาชน และเป็นต้นแบบของการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนอย่างแท้จริง เพราะเน้นการรวมตัว และการมีผู้นำที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นแก่นสำคัญที่ทำให้การพัฒนาก้าวหน้าและยั่งยืน
ยกระดับสู่การเป็นต้นแบบระดับโลก
ดร.กอบศักดิ์กล่าวต่อ โครงการบ้านมั่นคง คือ ความสำเร็จและเป็นความภาคภูมิใจของ พอช. ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้เห็นว่าโครงการนี้สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้จริง และควรมีการทำโลโก้ “บ้านมั่นคง” ปักป้ายให้เห็นทั่วประเทศ และเผยแพร่ประสบการณ์ความสำเร็จนี้ไปยังต่างประเทศ เพื่อให้ทั่วโลกได้เรียนรู้และนำไปเป็นแบบอย่างในการแก้ไขปัญหาการพัฒนาที่ประสบผลสำเร็จที่แท้จริง
ทิศทางและโจทย์ท้าทายต่อไป
ดร.กอบศักดิ์กล่าวถึง แนวคิดสำหรับการพัฒนาต่อไป โดยมีเป้าหมายคือ “การปิดช่องว่าง” และยกระดับโครงการไปอีกขั้น โดยเน้นการพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางให้เป็นเรื่องสำคัญ ชุมชนต้องไม่เพียงมีบ้านร่วมกันแต่ต้องมีรายได้ร่วมกันด้วย โดยมุ่งพัฒนาโครงการใหม่ให้เป็นต้นแบบ เช่น โครงการบ้านมั่นคงชุมชนบ่อนไก่ ที่จะทำที่พักอาศัยแนวสูงบนที่ดินราคาแพง แต่มีพื้นที่ส่วนกลางเพื่อสร้างรายได้ นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ในโครงการปทุมธานีโมเดล จำนวน 30 – 40 ไร่ ให้เป็นต้นแบบของบ้านมั่นคงที่มีสวนพักผ่อนและตลาด โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อให้เกิดสวนกลางเมือง รวมถึงการสนับสนุนพัฒนาพื้นที่คลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากรเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ริมคลอง เพื่อให้ผู้นำบริหารจัดการคลองและพื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน
ภูมิใจในโครงการบ้านมั่นคง และเชื่อมั่นในพลังประชาชน
ดร.กอบศักดิ์กล่าวย้ำว่า พอช. “มาถูกทางแล้ว” โดยไม่เห็นด้วยกับการแจกเงินเพื่อแก้ปัญหา เพราะการแจกเงินไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง แต่คำตอบที่ยั่งยืน คือ การช่วยประชาชนให้ปล่อยพลังของเขาออกมาและดึงความเป็นผู้นำในตัวออกมาให้ทำด้วยตัวเอง ตนจะผลักดันงาน พอช.ไปให้สุดทาง และพร้อมที่จะปลดล็อคปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น เรื่องสหกรณ์และที่ดิน และจะขยายความร่วมมือกับภาคเอกชน และมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างเครือข่ายให้กว้างขวางขึ้น
“เราภูมิใจที่โครงการบ้านมั่นคงเป็นที่เชิดหน้าชูตาประเทศ” ในปีหน้าธนาคารโลก (World Bank) จะเดินทางมาดูโครงการบ้านริมคลอง และจะเชิญไปดูโครงการปทุมธานีโมเดลด้วย เพื่อศึกษา “สูตรลับ” ของ พอช. ในการเปลี่ยนสลัมให้เป็นพื้นที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี โดยไม่จบแค่เรื่องการสร้างบ้าน แต่เป็นการทำงานที่เป็นกระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดร.กอบศักดิ์กล่าวในตอนท้าย
ผลการดำเนินงานพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท
พอช. มีการดำเนินงานพัฒนาที่อยู่อาศัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท ครอบคลุม 77 จังหวัด ทั่วประเทศ มีผู้รับประโยชน์มากกว่า 331,672 ครัวเรือน ผ่านโครงการหลักต่างๆ ดังนี้ 1) โครงการบ้านมั่นคง (2546 – 2568) จำนวน 138,622 ครัวเรือน ใน 74 จังหวัด 2) การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง (2560 – 2568) การแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินไม่มั่นคงในพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร จำนวน 6,219 ครัวเรือน ใน 2 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร และปทุมธานี 3) การพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบรางรถไฟ (2566 – 2568) จำนวน 3,229 ครัวเรือน ใน 11 จังหวัด 4) การพัฒนาที่อยู่อาศัยชั่วคราว กรณีไฟไหม้ ไล่รื้อ ภัยพิบัติ (2559 – 2568) จำนวน 9,972 ครัวเรือน ใน 66 จังหวัด
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านผ่านศูนย์พักคนไร้บ้าน จำนวน 698 ราย และบ้านเช่าสวัสดิการราคาถูก ที่มีห้องเช่าสวัสดิการราคาถูกสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ยังไม่พร้อมเข้าสู่โครงการบ้านมั่นคง จำนวน 44 ห้อง และยังมีการดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท จำนวน 987 ตำบล
ผลจากการดำเนินการดังกล่าว ได้สร้างผลกระทบที่สำคัญหลายด้าน อาทิ ความมั่นคงและคุณภาพชีวิต ผู้เดือดร้อนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง จัดสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น และสอดคล้องกับการดูแลคนทุกช่วงวัย การเสริมสร้างชุมชน เกิดระบบการออมและการจัดสวัสดิการที่เหมาะสม รวมถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจในครัวเรือน การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เกิดความร่วมมือกับภาคีที่หลากหลายในการสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิต องค์ความรู้และนวัตกรรม เกิดการพัฒนาเครื่องมือ องค์ความรู้ นวัตกรรม และการสร้างพื้นที่ตันแบบเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานของเครือข่ายขบวนคนจน ตลอดจน การเผยแพร่ผลงาน เป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งภายในประเทศและนานาชาติ เพื่อเผยแพร่ผลงานรูปธรรมการพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชนให้ขยายวงกว้าง
ข้อเสนอจากภาคประชาชนและภาคีสู่การปลดล็อคเชิงโครงสร้าง
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีการแลกเปลี่ยนและข้อเสนอเชิงนโยบายจากคณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดิน โดยคณะอนุฯ ที่เป็นตัวแทนชาวบ้านเรียกร้องให้ประธานบอร์ด พอช.สนับสนุนการยกระดับสหกรณ์ในโครงการบ้านมั่นคงเป็นสหกรณ์ประเภทที่ 8 สหกรณ์เคหสถาน ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อนำไปสู่การการต่อยอดสถาบันการเงินชุมชน และขอฝากบ้านมั่นคงซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของพี่น้องคนจน พอช.ควรให้ความสำคัญกับเรื่องบ้านมั่นคง และประเด็นสิทธิที่อยู่อาศัยให้บรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ผู้แทนชุมชนยังได้มีการแลกเปลี่ยนว่าโครงการบ้านมั่นคงทำให้ที่ดินที่เคยมีราคาไร่ละหลักแสนกลายเป็นหลักล้านบาทในปัจจุบัน และการที่รัฐลงทุนเพียง 25% ชุมชนลงทุนเอง 75% ทำให้เกิดความยั่งยืน ส่วนคณะอนุกรรมการสายวิชาการ มองว่า พอช.เป็นห้องเรียนใหญ่ที่สร้างคนและกระตุ้นเตือนใจนักศึกษาให้เห็นถึงการพัฒนาที่ชุมชนเป็นตัวตั้ง โดย พอช.ทำหน้าที่เชื่อมร้อยมหาวิทยาลัยและเอกชนเข้ากับพื้นที่ทำงาน












