รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เน้นการทำงานแบบ บูรณาการ กับท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย สภาองค์กรชุมชน เป็น “กระจกสะท้อนปัญหา” ร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชน ยื่น 3 ข้อเสนอใหญ่ปฏิรูปเศรษฐกิจ-สังคม
กรุงเทพมหานคร –18 พฤศจิกายน 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้จัดการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติ ประจำปี 2568 โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวให้กำลังใจและมอบนโยบาย พร้อมด้วย นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และ ผู้แทนระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชน ทั่วประเทศ จำนวน 75 จังหวัด ผู้ทรงคุณวุฒิระดับภาคและผู้ทรงส่วนกลาง ผู้แทนจากคณะอนุกรรมการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน และคณะกรรมการดำเนินการตามกติกาฯ จำนวนกว่า 250 คน เข้าร่วมการเวที ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
เวทีในครั้งนี้ ยังได้ยื่นข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาของชุมชนจากทั่วประเทศ ให้กับ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเสนอไปยังรัฐบาล และถือเป็นเวทีสำคัญที่องค์กรชุมชนจากทุกภูมิภาคได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาตนเอง ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนฐานรากให้สามารถบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้กล่าวถึงนโยบายและทิศทางการทำงานของกระทรวง พม. โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการกับท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางและแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ความเข้าใจในปัญหาของท้องถิ่นและรากหญ้า โดยเฉพาะเรื่อง ที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ และกล่าวถึงงบประมาณที่ พม. มีสำหรับดูแลกลุ่มเปราะบาง มีงบประมาณสำหรับช่วยเหลือการซ่อมแซมบ้านเรือนของกลุ่มเปราะบาง โดยกำหนดหลักเกณฑ์ตามกลุ่มเป้าหมายในบ้าน เพื่อให้ความช่วยเหลือเพิ่มขึ้น เด็กแรกเกิด – 6 ขวบ หรือ คนพิการ ช่วยเหลือ 40,000 บาท/กลุ่ม บ้านที่มีทั้งเด็กแรกเกิดและคนพิการ: ช่วยเหลือ 80,000 บาท บ้านที่มีผู้สูงอายุ ให้ความช่วยเหลือเพิ่มอีก 40,000 บาท สูงสุด หากบ้านมีทั้งเด็กแรกเกิด, คนพิการ, และผู้สูงอายุ จะได้รับเงินช่วยเหลือรวม 120,000 บาท ได้ทำงานร่วมกับ อบจ. ในการช่วยเหลือภัยพิบัติ (เช่น เหตุการณ์ดินโคลนถล่มที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่) โดยใช้บุคลากรและงบประมาณของ พม. ในการซ่อมแซมบ้านและอพยพประชาชน
นายอัครา กล่าวต่อ หัวใจสำคัญของการทำงานใหม่ของ พม. คือการ บูรณาการ และการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่าง 3 สมาคม อปท. (อบจ. เทศบาล อบต.) กับ 4 กระทรวง (เกษตร, ศึกษา, ท่องเที่ยว, พม.) เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว เช่น การยืมเครื่องจักรของชลประทานในกรณีเกิดภัยพิบัติ พร้อมมีแผนยกระดับ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ให้เป็น นักบริบาล โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัย (คณะพยาบาลศาสตร์/ศาสนศาสตร์) เพื่อเปิดหลักสูตรอบรม (ประมาณ 200 กว่าชั่วโมง) นักบริบาลที่ผ่านการอบรมจะได้รับ “Service Certificate” และได้รับค่าตอบแทนในอัตรา 10,000 บาท/เดือนมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักบริบาล เพื่อลดสัดส่วนการดูแลกลุ่มเปราะบางจาก 1 คนต่อ 100 คน ให้เป็น 1 คนต่อ 10 คน
นายอัครา กล่าวเน้นย้ำ ให้สภาองค์กรชุมชนเป็น “กระจกสะท้อนปัญหา” จากข้างล่างขึ้นมาสู่กระทรวง เพื่อที่ตนจะนำปัญหานั้นเข้าสู่การหารือในสภาผู้แทนราษฎร (ผ่าน สส.) ให้เป็นวาระ และผลักดันงบประมาณลงไปแก้ไขปัญหาต่อไป
นายทองสุข สีลิด ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล กล่าวว่า สภาองค์กรชุมชนได้ดำเนินงานตามภารกิจภายใต้พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญคือ มีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนแล้ว 7,795 แห่งทั่วประเทศ มีสมาชิกสภาองค์กรชุมชนจำนวนรวมกว่า 250,000 คน การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรวบรวมและนำเสนอ ข้อเสนอเชิงนโยบายจากในระดับพื้นที่ ประจำปี 2568 ซึ่งประกอบด้วย 3 ประเด็นหลัก (ตามมาตรา 32) ที่ต้องการผลักดันต่อรัฐบาล ได้แก่ ประเด็นการกระจายอำนาจ และการขับเคลื่อนจังหวัดเข้มแข็ง ประเด็นภัยพิบัติ/สาธารณะภัย ประเด็นการส่งเสริมธรรมาภิบาล ต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ และการสร้างพลเมืองคุณภาพ
ยื่นข้อเสนอ 3 ประเด็นใหญ่ (มาตรา 32)
การประชุมในครั้งนี้มีวาระสำคัญคือการ ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบาย ในการแก้ไขปัญหาชุมชนจากทั่วประเทศ ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน ให้กับ นาย อัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ข้อเสนอ 3 ประเด็นหลักที่ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ
- มาตรา 32 (1) (ส่งเสริมความเข้มแข็งของสภาฯ) เสนอให้ พอช. กำหนดมาตรการสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาสภาองค์กรชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ พร้อมผลักดันให้เกิด 1 ตำบล / 1 นโยบายสาธารณะ และสนับสนุนงบประมาณจัดการประชุมในระดับต่าง ๆ อย่างเพียงพอ
- มาตรา 32 (2) (ข้อเสนอระดับนโยบาย/แผนพัฒนา) ครอบคลุม 3 ประเด็นย่อยหลัก ได้แก่ การกระจายอำนาจ ผลักดันการขับเคลื่อนจังหวัดเข้มแข็ง ภัยพิบัติ/สาธารณะภัย เสนอให้จัดการปัญหาอย่างเป็นธรรม รวมถึงการเพิ่มประเด็น ภัยพิบัติข้ามแดน และการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยพิบัติซ้ำซาก ส่งเสริมธรรมาภิบาล เสนอให้มีผู้แทนสภาองค์กรชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามนโยบายของกระทรวงการคลัง
- มาตรา 32 (3) (สรุปปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข) สรุปปัญหาเร่งด่วน 6 ประเด็นเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา อาทิ ปัญหาที่ดินทับซ้อนกับเขตที่ดินของรัฐ การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย ปัญหาผลกระทบจากโครงการแลนด์บริดจ์ และ การสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้บนฐานสิทธิมนุษยชน
















