ครบรอบ ‘25 ปี พอช. คิดถึงงานพัฒนา คิดถึง พอช.
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดงานครบรอบ 25 ปี อย่างยิ่งใหญ่ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการฯ พอช. ย้ำความสำเร็จ 25 ปีแรกในการสร้าง ‘ผลึก’ ความเข้มแข็งจากฐานราก เผยวิสัยทัศน์ มุ่งสร้างความมั่งคั่งด้วยทุนชุมชน ไม่พึ่งพางบประมาณรัฐบาลที่จำกัด พร้อมตอกย้ำภารกิจเร่งด่วนในการสร้าง ‘กองทัพผู้นำรุ่นใหม่’ รับช่วงต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ
กรุงเทพมหานคร/22 ตุลาคม 2568-สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)หรือ พอช. สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดงานครบรอบ 25 ปี “สืบสานอุดมการณ์ สร้างรากฐานของประเทศ สู่ชุมชนเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย” นำโดย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ซึ่ง พอช. ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2543 ปัจจุบัน พอช. จะดำเนินงานครบ 25 ปี ในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2568 นี้ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 300 คน ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ถนนนวมินทร์ บางกะปิ กรุงเทพฯ
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล
“เบญจเพสแห่งพลัง” พอช. ยืนยันศรัทธาใน ‘พลังของพี่น้องประชาชน’
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันฯกล่าวว่า 25 ปีที่ผ่านมา พอช. ได้เติบใหญ่ขึ้นตามปณิธานของท่าน อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ผู้เป็นผู้ก่อตั้ง โดยยึดมั่นในแนวคิดที่ว่า “เราเชื่อในพลังของพี่น้องชาวไทย” และมั่นใจว่าประชาชนสามารถลุกขึ้นมาพัฒนาตนเองได้โดยไม่ต้องรอใคร ความสำเร็จของ พอช. ตั้งอยู่บน สามเสาหลัก ที่แข็งแกร่ง คือ ผู้นำที่เข้มแข็ง การมีผู้นำท้องถิ่นเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนงานและการเปลี่ยนแปลงองค์กรชุมชน การก่อตั้งโครงการและองค์กรชุมชนจำนวนมาก เช่น สถาบันการเงินชุมชนกว่า 30,000 แห่ง กองทุนสวัสดิการชุมชนกว่า 10,000 แห่ง และโครงการบ้านมั่นคงหลายแสนครัวเรือน เครือข่าย การเชื่อมโยงผู้นำและองค์กรชุมชนเข้าด้วยกันจนเกิดความเข้มแข็งทั่วประเทศ
ผู้เข้าร่วมงาน 25 ปี พอช
ดร.กอบศักดิ์กล่าวต่อ “การทำโครงการต่าง ๆ ที่ไม่มีผู้นำเป็นแกนกลางมันยากที่จะสำเร็จได้โครงการของ พอช. เหมือนผลึกที่ต้องเริ่มจากผู้นำชุมชน ก่อน แล้วจึงเติบใหญ่เป็นผลึกที่สวยงาม” ดังนั้น พอช. จึงมุ่งใช้ผู้นำชุมชนเป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงโครงการของภาครัฐ เพื่อให้เงินงบประมาณที่น้อยแต่มีผลมากขึ้น และตอกย้ำว่าชุมชนไม่จำเป็นต้องรอเงินจากใคร แต่สามารถสร้างความมั่งคั่งได้จาก “เงินในกระเป๋าตัวเอง” ผ่านการออมวันละบาท จนเกิดเป็นทุนหมุนเวียนหลายสิบล้านถึงร้อยล้านบาทในหลายพื้นที่
ยุทธศาสตร์ 25 ปีต่อไป งอกงามด้วย SE และกองทัพผู้นำรุ่นใหม่
ดร.กอบศักดิ์ได้กล่าวถึง การวางทิศทางการพัฒนาสำหรับ 25 ปีข้างหน้า โดยยอมรับว่าข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากรภาครัฐยังคงอยู่ ทำให้ พอช. ต้องหาโครงสร้างใหม่เพื่อพึ่งพาตนเอง คือ โครงการผู้นำรุ่นใหม่ (Next Generation Leaders): เป็นภารกิจเร่งด่วนในการสร้าง “กองทัพผู้นำชุมชนทั่วไทย” รุ่นใหม่ขึ้นมาเพื่อรับช่วงต่อจากผู้นำรุ่นบุกเบิก เพื่อให้องค์ความรู้และอุดมการณ์ยังคงอยู่ การสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ (Social Enterprise – SE) ตั้งใจที่จะจัดตั้ง วิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ของ พอช. ขึ้นมา เพื่อร่วมทุนกับชุมชนและภาคเอกชน และสามารถดำเนินธุรกิจสร้างรายได้ได้ด้วยตนเอง ทำให้ไม่ต้องพึ่งพิงงบประมาณจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ขยายความร่วมมือสู่เวทีโลก เดินหน้าสร้างความร่วมมือกับภาคีต่างๆ เช่น สปสช., มหาวิทยาลัย, และภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมจัดงานใหญ่เพื่อต้อนรับ World Bank ในปีหน้า และพาไปดูโครงการ “บ้านมั่นคง” เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยที่ดีกว่าหลายประเทศทั่วโลก
“เราต้องหาโครงสร้างของเราเอง… ไม่ต้องพึ่งงบรัฐบาล พึ่งเงินในกระเป๋าของพี่น้องประชาชน ไม่ต้องพึ่งคนของรัฐบาล พึ่งพี่น้องชุมชนที่เข้มแข็งของเรา” โดยแสดงความเชื่อมั่นว่า 25 ปีที่ต่อไปจะเป็นช่วงเวลาแห่งการ “งอกงาม” และสร้างการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยด้วยมือของชุมชนเอง ดร.กอบศักดิ์กล่าวย้ำในตอนท้าย
คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม
ย้อนรอยปณิธานผู้ก่อตั้ง รากฐานชีวิตเริ่มที่ชุมชน
คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานมูลนิธิหัวใจอาสากล่าวว่า รากฐานของชีวิตและการดำรงชีวิตต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่เล็กที่สุด คือ ตัวเรา ครอบครัวของเรา แล้วจึงขยายไปถึงหมู่บ้านและชุมชนของเรา ซึ่งเป็นหลักคิดที่อาจารย์ไพบูลย์ได้ทิ้งไว้ให้ศึกษาในเอกสารและสื่อต่าง ๆ พอช. ที่ก้าวมาถึง 25 ปี และ ได้เติบใหญ่ ได้มีกิ่งก้านสาขา ได้เชื่อมโยงกันกับภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือองค์กร ในภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ล้วนมีความจำเป็นที่จะต้องเชื่อมโยงและทำงานร่วมกัน มิฉะนั้นจะไม่สามารถเข้าใจซึ่งกันและกันได้ การเชื่อมโยงดังกล่าวนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ พอช. สามารถขยายผลการทำงานและเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง
กสม. ชี้ ‘ชุมชนเข้มแข็ง’ คือเกราะป้องกันสิทธิที่ดีที่สุด
นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าว่า บทบาท พอช. ในการ ส่งเสริมความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนและภาคประชาสังคม เห็นพัฒนาการที่ดีของ พอช. และความเข้มแข็งของพี่น้องชาวบ้านที่กระจายอยู่เต็มแผ่นดิน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการปกป้องสิทธิของตนเอง เห็นชัดว่าชุมชนเข้มแข็ง ปกป้องตัวเองได้ ปกป้องสิทธิชุมชนตัวเองได้ หลายเครือข่ายเขาบอกเขาไม่ต้องร้องเรียนกรรมการสิทธิ์ แต่เขาผลักดันเอาเอง แล้วก็ขับเคลื่อนผ่านรัฐบาล นี่คือตัวชี้ขาดที่สำคัญ”เครือข่ายองค์กรชุมชนต้องกล้าที่จะ “อาจหาญ” และ “แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง”
นางปรีดา คงแป้น
นางปรีดากล่าวต่อ จังหวะที่ พอช. ครบรอบ 25 ปี และอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ คือโอกาสทองที่ต้องขับเคลื่อนเรื่อง “กระจายอำนาจ” โดยเฉพาะ เรื่อง “จังหวัดจัดการตนเอง” และ “ชุมชนท้องถิ่นจัดการตัวเอง” หากไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ได้ ประเทศไทยจะยังคงหนีไม่พ้น ความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมเรื่องที่ดิน ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรของชาวบ้านในชุมชน
แม้ชุมชนจะสร้างความเข้มแข็งได้อย่างดีเยี่ยม แต่หากมีการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ แบบ Top-Down จากส่วนกลางลงมา โดยที่ชุมชนไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง “ก็ไปทั้งยวง” ปัญหาที่ กสม. ได้รับเกี่ยวกับปัญหาเรื่องสิทธิชุมชน ล้วนแต่แล้วแต่เป็นรากของปัญหาที่ชุมชนไม่ได้กำหนดตัวเอง ชุมชนได้รับแต่โครงการที่ท็อปดาวน์ลงมา” ดังนั้น การเข้าไปมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจึงเป็นสิ่งจำเป็นสูงสุด เพื่อให้ชุมชนมีอำนาจในการ กำหนดและปกป้องตนเอง จากผลกระทบของโครงการต่างๆ ในอนาคต นางปรีดากล่าว
นายกฤษดา สมประสงค์
25 ปีแห่งการเติบโต จากโครงการนำร่องสู่การทำงานระดับชาติ
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. ได้กล่าวถึง การเติบโตขององค์กรตลอด 25 ปีที่ผ่านมาว่า เมื่อก่อนนั้น พอช. เราทำงาน เริ่มจากโครงการตัวอย่างนำร่องเหมือนกับเรือเราอยู่ในลำคลอง วันนี้เราขยับงานออกมาอยู่ในแม่น้ำ เพราะนั้น 25 ปีต่อจากนี้ไป เราจะเป็น เรือที่ออกไปในมหาสมุทร ต่อไปในมหาสมุทรไปสู่โลกกว้าง ไปสู่สิ่งที่เรากำลังทำทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน อย่างที่ ดร.ป๋วยได้พูดไว้ว่า “จากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน”
ล้อมวงเล่าเรื่อง”สืบสานอุดมการณ์ สร้างรากฐานของประเทศ สู่ชุมชนเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย”
นายกฤษดา ได้เน้นย้ำถึงทิศทางสำคัญ 3 ประการ ที่จะนำพา พอช. และเครือข่ายไปสู่เป้าหมายหลักคือ “ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย” คือการสร้างและดูแลผู้นำ ต้องดูแลผู้นำรุ่นใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา ให้เป็นประสบการณ์อันมีค่า และเร่งสร้าง ผู้นำรุ่นใหม่ ให้ลุกขึ้นมารับการถ่ายทอดอุดมการณ์และชุดองค์ความรู้เพื่อนำไปประยุกต์ใช้และการปฏิบัติร่วมกัน สานพลังกับภาคีและใช้เทคโนโลยี พอช. ไม่สามารถเดินไปคนเดียวได้ แต่ต้อง สานพลังร่วมกับภาคีทุกภาคส่วน ซึ่งจะเป็นลมใต้ปีกที่สำคัญ พร้อมทั้งนำ เทคโนโลยี เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานเพื่อก้าวไปข้างหน้า กระจายอำนาจและทรัพยากร สิ่งสำคัญที่สุดคือการ กระจายทรัพยากรและการบริหารจัดการ ลงไปสู่ระดับจังหวัด เครือข่ายองค์กรชุมชน และชุมชนให้มากที่สุด เพื่อให้กลไกในท้องถิ่นมีเครื่องมือในการทำงานและเดินไปสู่เป้าหมายร่วมกัน
“นกถ้าจะบิน บินไปได้ไกลต้องไปเป็นฝูง ถ้าจะบินขึ้นสูง ปีกต้องแข็งแรง” ซึ่งเป็นคำสำคัญที่จะเป็นทิศทางให้ พอช. ก้าวไปข้างหน้าร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการพัฒนาแผ่นดินนี้อย่างยั่งยืน ผู้อำนวยการ พอช.กล่าวทิ้งท้าย
พิธีสักการะพระภูมิเจ้าที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์
เตรียมก้าวย่างสู่ปีที่ 26 มีวิสัยทัศน์ ภายในปี 2579 “ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย” โดยยึดหลักองค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก และพื้นที่เป็นตัวตั้งในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น “คิดถึงงานพัฒนา คิดถึง พอช.”

















