พอช. จัดเวทีสัมมนาเครือข่ายพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัย 5 ภาค (คพท.) เพื่อทบทวนการขับเคลื่อนงานในปีที่ผ่านมา พร้อมกำหนดทิศทางนโยบายสำคัญด้านที่อยู่อาศัยเมืองและชนบทในปี 2569 โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจการบริหารโครงการ การจัดทำฐานข้อมูลร่วม และการพัฒนาศักยภาพขบวนองค์กรชุมชน
กรุงเทพมหานคร – 21 ตุลาคม 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัด เวทีสัมมนาเครือข่ายพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัย 5 ภาค (คพท.) และการสร้างความเข้าใจการบริหารโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ปี 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปบทเรียนและวางแนวทางการขับเคลื่อนขบวน คพท. 5 ภาค สร้างความเข้าใจการบริหารโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ปี 2569 วางแผนการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท โดยมีผู้นำเครือข่ายเครือข่ายพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัย 5 ภาค รวมกว่า 150 คน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน บางกะปิ กรุงเทพฯ
นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการ พอช.กล่าวถึง ทิศทางและแนวทางนโยบายของสถาบันฯ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงงานที่อยู่อาศัยเข้ากับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ย้ำถึงหลักปรัชญาของ พอช. ว่าคือ “พลังของการเปลี่ยนแปลงคือเป็นพลังของพี่น้อง” พอช. คือองค์กรที่พี่น้องประชาชนเข้าถึงและใช้เป็นเครื่องมือได้ โดยหัวใจหลักคือ การเน้นให้ชุมชนเป็นแกนหลัก เป็นเจ้าของ และมีส่วนร่วม
“เราไม่ได้สร้างบ้าน แต่เรากำลังใช้เรื่องบ้านมาสร้างคน สร้างชุมชน สร้างสังคมให้เข้มแข็ง ให้พึ่งตัวเองได้ ใครมือยาวก็ไปได้ก็รอด ใครมือสั้นก็ไปไม่รอด แต่ของเราใช้คนในชุมชนทั้งมือสั้น มือยาว นิ้วไม่เท่ากัน แต่ทุกคนไปรอด หนุนกัน ช่วยกัน จูงมือกันไปรอด” นางสาวเฉลิมศรีกล่าว
นางสาวเฉลิมศรีกล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน ที่แสดงถึงศักยภาพของ “คนจนผู้ยิ่งใหญ่” ผู้ได้รับความมั่นคงในที่อยู่อาศัยประมาณ 130,000 ครัวเรือน ทั่วประเทศ สหกรณ์เคหสถานจัดตั้งแล้วประมาณ 506-530 สหกรณ์ (รวมชุมชนริมทางรถไฟ) สินเชื่อที่ใช้เป็นเครื่องมือรวมสะสมกว่า 10,000 ล้านบาท เงินคืนสหกรณ์พี่น้องสามารถหมุนเวียนคืนเงินได้แล้วกว่า 5,000 ล้านบาท ทุนของชุมชนประเมินว่าทุกสหกรณ์มีทุนเรือนหุ้นและเงินออมทรัพย์สะสมรวมกันไม่ต่ำกว่า 2,500 ล้านบาท นอกจากมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้ว ผลการประเมินมูลค่าทางสังคมโดยสภาพัฒน์ฯ พบว่า โครงการบ้านมั่นคงช่วยให้คุณภาพชีวิตด้านสังคม (เช่น การยอมรับของชุมชน, ความปลอดภัย, สุขภาพ) ดีขึ้นถึง 6 เท่า
พอช. เตรียมขยายการสนับสนุน คณะทำงานบ้านมั่นคงระดับจังหวัด จากเดิม 29 จังหวัด ให้ครบ 76 จังหวัด และ 50 เขตในกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เครือข่ายในพื้นที่สามารถจัดทำแผนที่อยู่อาศัย 3-5 ปี (ทั้งบ้านมั่นคงเมือง ชนบท ริมราง และริมคลอง) ได้ด้วยตนเอง โดย พอช. จะหนุนเสริมงบประมาณให้เครือข่ายทำงานในพื้นที่ได้ทันที ไม่ต้องรอส่วนกลาง ผลักดันนโยบายสำคัญเพื่อเอื้อต่อชุมชน สนับสนุนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การอบรมออนไลน์/ออฟไลน์ และการศึกษาดูงาน พร้อมทั้งขยายโครงการ “บ้านเช่าราคาถูก” สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเข้าสู่ระบบการออมหรือผ่อนชำระในโครงการบ้านมั่นคง เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยชั่วคราวได้อย่างมีศักดิ์ศรี “เรามาถูกทางแล้ว” โดยเน้นว่าการพัฒนาของ พอช. ไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการ สร้างฐานรากของประเทศไทย ให้ชุมชนเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในทุกมิติ นางสาวเฉลิมศรีกล่าวในตอนท้าย
ในเวทียังได้ สรุปบทเรียนและวางแนวทางการขับเคลื่อนขบวนของ คพท. โดยมีประเด็นสำคัญที่ถูกนำมาแลกเปลี่ยนและเติมเต็มร่วมกัน คือเรื่อง สถานการณ์การขับเคลื่อนงาน 5 ภาค 2 เครือข่าย และกลุ่มออมทรัพย์ของเครือข่าย การออกแบบแนวทางการขับเคลื่อนงานและบทบาทสำคัญ โดยเน้นการ จัดทำฐานข้อมูลที่ดิน ที่อยู่อาศัยร่วมกัน การบริหารโครงการ/องค์กร และการ พัฒนาศักยภาพขบวนองค์กรชุมชน การสร้างกลไกการทำงานร่วมกับภาคี (หน่วยงาน/สถาบันการศึกษา/ฯลฯ) ซึ่งเป็นการวางแผนการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท เพื่อให้การสนับสนุนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของ พอช. ในปี 2569 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละภูมิภาค
















