พอช. จัดโครงการพัฒนาความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้นำชุมชน ผู้ปฏิบัติงาน และภาคีเครือข่าย กว่า 80 คน พร้อมศึกษาดูงานโครงการ “บ้านมั่นคง” ต้นแบบในจังหวัดนครราชสีมาและขอนแก่น มุ่งยกระดับความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ
ระหว่างวันที่ 17 – 19 ตุลาคม 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้จัด โครงการพัฒนาความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำชุมชน และภาคี ในโครงการบ้านมั่นคง ศึกษาดูงานการพัฒนาที่อยู่อาศัยโครงการบ้านมั่นคงในประเทศไทย เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจและเพิ่มทักษะด้านงานพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย โดยมีเป้าหมายเพื่อ สร้างโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับ “บ้านมั่นคง” ให้สามารถเชื่อมโยงกับแนวทางที่หลากหลายในระดับสากล
น.ส. สมสุข บุญญะบัญชา ประธานอนุกรรมการโครงการบ้านมั่นคง
น.ส. สมสุข บุญญะบัญชา ประธานอนุกรรมการโครงการบ้านมั่นคง ได้กล่าวถึง ความสำคัญของการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชนเป็นแกนหลัก ในฐานะที่เป็นรากฐานสำคัญของโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งเน้นพลังของชุมชนในการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง โดย ชุมชนเป็น “เจ้าของ” การแก้ไขปัญหา แนวคิดหลักคือการเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้รับความช่วยเหลือ” เป็น “ผู้ดำเนินการ” โดยชุมชนจะต้องเป็น แกนหลัก ในการสำรวจข้อมูล วิเคราะห์ปัญหา ออกแบบแผนงาน และจัดการงบประมาณร่วมกัน ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาที่ สอดคล้องกับวิถีชีวิต บริบท และความต้องการที่แท้จริง ของคนในชุมชน โครงการบ้านมั่นคง เป็นเครื่องมือในการ ฟื้นฟูและสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ในมิติอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ความมั่นคงในที่ดิน การรวมกลุ่มเจรจาเพื่อให้ได้สิทธิในการเช่า/ซื้อที่ดินอย่างถูกกฎหมาย การจัดการสวัสดิการ การสร้างกลไกออมทรัพย์และกองทุนหมุนเวียนในชุมชน การพัฒนาคุณภาพชีวิต การต่อยอดไปสู่การจัดการสิ่งแวดล้อม อาชีพ และรายได้
การพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงาน ผู้นำชุมชน และภาคีเครือข่าย ผ่านการอบรมและศึกษาดูงานในบริบทที่แตกต่างกัน (เช่น บ้านมั่นคงเมือง บ้านมั่นคงชนบท และชุมชนริมทางรถไฟ) เป็นการ รวบรวมและจัดการความรู้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการ ยกระดับแนวทางบ้านมั่นคงของไทยให้สามารถเชื่อมโยงกับความรู้และแนวทางที่หลากหลายในระดับสากล
ศึกษาดูงาน ถอดบทเรียน “บ้านมั่นคง” ชนบทและเมือง นครราชสีมา-ขอนแก่น การศึกษาดูงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการเก็บรวบรวมและจัดการความรู้จากบริบทที่แตกต่างกันของโครงการ “บ้านมั่นคง” ทั้งในพื้นที่ชนบทที่เน้นการเกษตร และพื้นที่เมืองที่เน้นการต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน เพื่อนำมาพัฒนาแนวทางการทำงานและสร้างเครือข่าย
สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินปากช่อง (คทช.) จำกัด เป็นโครงการนำร่องที่ประสบความสำเร็จในการบูรณาการความมั่นคงทางที่อยู่อาศัย (บ้านมั่นคงชนบท) เข้ากับการจัดสรรที่ดินทำกิน (คทช./ส.ป.ก.) โดยมีชุมชนเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนและยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยนวัตกรรม จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2560 ภายใต้กรอบของ คทช. โดยมี พอช. และ ส.ป.ก. เป็นภาคีหลัก เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้กับผู้ไม่มีที่ดิน สมาชิกประมาณ 85 ครัวเรือน ได้รับการจัดสรรให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินของ ส.ป.ก. ในรูปแบบ “แปลงรวม” โดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ ชุมชนยึดหลัก เกษตรอินทรีย์ 100% และการพัฒนาเศรษฐกิจครัวเรือนแบบผสมผสาน เน้นการเกษตรปลูก ผักออร์แกนิคและพืชผสมผสาน
Smart Farm IOT (DIY) แก้ปัญหาทรัพยากร สหกรณ์ฯ แห่งนี้มีความโดดเด่นในการแก้ไขปัญหา ดินอุดมสมบูรณ์ต่ำ น้ำน้อย และ ขาดแคลนแรงงาน ด้วยนวัตกรรมที่เข้าถึงได้จริง เกษตรอัจฉริยะราคาประหยัด ระบบ ควบคุมการให้น้ำอัตโนมัติระยะไกล ด้วยโทรศัพท์มือถือ ราคาถูกมาก เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงได้จริง ซ่อมแซมง่าย ใช้อุปกรณ์หาง่าย ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (แผงโซลาเซลล์) บริหารจัดการการใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ, ลดต้นทุน, ลดเวลา ในการให้น้ำ และ เพิ่มศักยภาพผลผลิต
บ้านมั่นคงเมืองชุมแพ โครงการ บ้านมั่นคงเมืองชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เป็นต้นแบบของการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืน โดยเน้นการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนผ่านการจัดตั้ง กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย การสร้าง เศรษฐกิจฐานราก ด้วย “นารวม” และ “วิสาหกิจชุมชน” รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับ เทศบาลเมืองชุมแพ อย่างเป็นระบบ
จุดเริ่มต้นจากการแก้ไขปัญหาของคนจนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพที่ประสบปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย (บ้านเช่า/บุกรุกที่ดินรกร้าง) โดยยึดหลักการที่ให้ ชาวบ้านเป็นเจ้าของโครงการและผู้สร้าง ชุมชนแออัดเดิมกว่า 20 แห่ง ได้รับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคง โดยมีการก่อสร้างบ้านสำเร็จแล้วใน 13 ชุมชน รวมกว่า 1,052 ครัวเรือน
ชุมชนเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพได้ขยายขอบเขตการพัฒนาจากแค่ที่อยู่อาศัยไปสู่การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและอาหาร โดยเรียกว่าเป็น “บ้านที่มากกว่าบ้าน” ชุมชนรวมกลุ่มกัน ลงหุ้น และใช้สินเชื่อจาก พอช. เพื่อ ซื้อที่ดิน 38 ไร่ จากธนาคารออมสิน ใช้ประโยชน์ร่วมกันในการทำ เกษตรอินทรีย์ (ปลูกข้าวเจ้า/ข้าวเหนียว) และกิจกรรมเศรษฐกิจชุมชน เช่น ขุดบ่อเลี้ยงปลา ปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับสมาชิก และเป็นแหล่งรายได้หมุนเวียนเข้ากองทุนชุมชนจากการขายผลผลิต มีการจัดตั้ง โรงงานผลิตน้ำดื่มเครือข่ายบ้านมั่นคงชุมแพ เป็นธุรกิจของชุมชน กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยฯ ทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพ ปลดหนี้นอกระบบ หรือซ่อมแซมบ้าน จัดตั้ง กองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อดูแลสมาชิกตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย
ความสำเร็จของบ้านมั่นคงเมืองชุมแพเป็นผลมาจากการสนับสนุนและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างชุมชนกับเทศบาลเมืองชุมแพ เทศบาลสนับสนุนงบประมาณและบุคลากรในการจัดสร้าง ระบบสาธารณูปโภค (น้ำ-ไฟ-ถนน) ในพื้นที่โครงการ สนับสนุนเงินสมทบเข้า กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองชุมแพ การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานและมีการจัดตั้ง คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยระดับเมือง
สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคง 4 ชุมชนเมืองไผ่ จำกัด เกิดจากการมีส่วนร่วมภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จสู่การพัฒนาและผ่านช่วงภัยพิบัตินำไปสู่ความยั่งยืน ในการอยู่อาศัย เกิดการประชุมร่วมกันอย่างต่อเนื่องในการแก่ไขปัญหาและกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง โดยได้มีการตั้งกองทุนระดมทุนการช่วยเหลือเป็นกองทุน จำนวน 3,000,000 บาท สมทบในการก่อสร้างบ้านและซื้อที่ดิน โดยการซื้อที่ดินเพื่อดำเนินโครงการบ้านมั่นคงผู้รับประโยชน์ 300 ครัวเรือน โดยกลุ่มเป้าหมาย ผู้เดือดร้อนในที่ดินของการรถไฟฯ และผู้เดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยมีกระบวนการ เพื่อแก้ไขปัญหาและเริ่มกระบวนการออกแบบการอยู่อาศัยอย่างมีส่วนร่วมโดยชุมชนร่วมตัวเพื่อก่อตั้งสหกรณ์ซื้อที่ดินพร้อมก่อสร้างบ้าน จำนวน 300 ครัวเรือน บริเวณบ้านหนองน้ำใส ต.หนองน้ำใส อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น
ชุมชนริมทางรถไฟบ้านพะไล เป็นพื้นที่รองรับการย้าย ของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาระบบราง โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง ในเขตเมืองนครราชสีมา ส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาอยู่อาศัยและทำมาหากินบริเวณริมรางรถไฟมายาวนานกว่า 60 ปี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกมองว่าบุกรุกที่ดินของรัฐ ชุมชนเหล่านี้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการพัฒนาระบบราง โดยเฉพาะโครงการ รถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ – นครราชสีมา) ทำให้เกิดการ ไล่รื้อ หรือเวนคืนพื้นที่เดิม จึงได้รวมตัวกันเป็น เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม เพื่อเรียกร้องให้เปลี่ยนจากการไล่รื้อเป็นการ จัดหาที่อยู่อาศัยที่มั่นคง และสอดคล้องกับวิถีอาชีพของคนจนเมือง
ได้รับการจัดสรรจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้เป็น พื้นที่รองรับ การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้ได้รับผลกระทบในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา โดยดำเนินการภายใต้ โครงการบ้านมั่นคงริมรางรถไฟ ที่สนับสนุนโดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. โดยเน้นให้ ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการตนเอง ตั้งแต่การออกแบบที่อยู่อาศัย การจัดผังชุมชน ไปจนถึงการพัฒนาอาชีพและสิ่งแวดล้อม เช่น การสร้างสวนผักริมราง เนื้อที่ประมาณ 7 ไร่เศษ เป็นที่ดินของการรถไฟฯ บริเวณบ้านหน้าโรงเรียนบ้านพะไล ตำบลพะไล อำเภอเมืองนครราชสีมา รองรับชุมชนที่ได้รับผลกระทบรวม 8-9 ชุมชน จำนวนประมาณ 166 ครัวเรือน การเช่าที่ดิน รฟท. ทำสัญญาให้เช่าที่ดินระยะยาว 30 ปี มีเงื่อนไขการเพิ่มอัตราค่าเช่าตามเกณฑ์ ชุมชนริมทางรถไฟพะไลจึงเป็น รูปธรรมการแก้ไขปัญหา ที่สำคัญภายใต้นโยบายบ้านมั่นคงริมราง ที่มุ่งเปลี่ยนสถานะจากการเป็นผู้บุกรุกไปสู่การมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
การลงพื้นที่ศึกษาดูงานในบริบทที่แตกต่างกัน ทั้งบ้านมั่นคงชนบทที่เน้นอาชีพการเกษตร และบ้านมั่นคงเมือง/ริมทางรถไฟที่เน้นการต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน จะเป็นประโยชน์สำคัญในการ รวบรวมและจัดการความรู้ เพื่อพัฒนาแนวทางการทำงานของโครงการบ้านมั่นคง


















