พอช. และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกันหารือแผนงานสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมโยงนวัตกรรมพร้อมใช้ของ วช. เข้ากับภารกิจหลักของ พอช. ทั้งการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย สวัสดิการชุมชน และการรับมือภัยพิบัติ พร้อมพัฒนาผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ให้เป็น “นักวิจัยมืออาชีพ”
กรุงเทพมหานคร – 17 ตุลาคม 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดประชุมแผนงานสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม นำโดย นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ รองผู้อำนวยการ พอช. นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการ วช. เพื่อหารือแผนงานการสนับสนุนงานวิชาการของขบวนองค์กรชุมชนให้เป็นรูปธรรม ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย “การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและประชาสังคมด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม”
การหารือครั้งนี้เน้นการขับเคลื่อนบูรณาการความร่วมมือในการนำองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และการแก้ไขปัญหาของชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเท่าทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก
นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ รองผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า ที่ผ่านมา พอช. ได้สนับสนุนให้องค์กรชุมชนริเริ่มโครงการที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น การทำสารปรับปรุงดินที่ใช้เครื่องคำนวณคาร์บอนเครดิตได้, การทำถ่านไบโอชา, และการสกัดดอกดาวเรืองเป็นสีย้อมผ้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากได้รับการต่อยอดในเชิงวิชาการอย่างเป็นระบบ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับชุมชน
นางเสาวลักษณ์ ปรปักษ์พ่าย ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร พอช. กล่าวถึงภารกิจที่สามารถเชื่อมโยงการทำงานกับ วช. ได้ โดยเฉพาะการใช้ประเด็นพัฒนาเป็นเครื่องมือในการทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัย สวัสดิการ และเศรษฐกิจฐานราก โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องแก้ไขในระดับภูมินิเวศ ได้แก่ การจัดการปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งใน 10 จังหวัด ที่ วช. กำหนดพื้นที่เป้าหมายไว้ การมีระบบแจ้งเตือนภัยจากน้ำท่วม ในพื้นที่รับน้ำภาคกลางตั้งแต่นครสวรรค์ลงจนถึงกรุงเทพฯ การนำงานวิจัยสนับสนุนงานพัฒนาในพื้นที่ เพื่อยกระดับเป็นนโยบายสาธารณะ การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ของ พอช. ในการเป็นนักวิจัยมืออาชีพ
นางยุพิน เลิศบุรุษ ผู้อำนวยการกลุ่มขับเคลื่อนแผนงานวิจัยเป้าหมาย วช. กล่าวถึงแผนงานปี 2569 ที่ วช. กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการจัดการปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งใน 10 จังหวัด (รวมถึงเชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น น่าน สงขลา พัทลุง) โดยพื้นที่เหล่านี้มีความสอดคล้องกับการทำงานของ พอช. ซึ่ง วช. มีการอบรมส่งเสริมการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น ดาวเรือง และการแก้ไขปัญหา PM2.5 ใน 9 จังหวัด ซึ่งมีพื้นที่ทับซ้อนกับการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้งด้วย
จากการหารือ ทั้งสองหน่วยงานจะดำเนินการร่วมกันใน 4 ประเด็นหลัก ดังนี้
- เชื่อมโยงพื้นที่เป้าหมาย: เชื่อมโยงพื้นที่เป้าหมายของ พอช. ที่อยู่ใน 10 จังหวัด ตามแผนการบริหารจัดการน้ำท่วมน้ำแล้งของ วช. เข้าร่วมกระบวนการ
- ถ่ายทอดนวัตกรรม/เทคโนโลยีพร้อมใช้: นำเทคโนโลยีพร้อมใช้ไปถ่ายทอดให้กับชุมชนในพื้นที่รับน้ำภาคกลาง เพื่อสร้าง ระบบแจ้งเตือนภัยของชุมชน โดย วช. จะเชื่อมโยงนักวิจัยในพื้นที่ให้ได้มีวงแลกเปลี่ยนร่วมกับชุมชน
- พัฒนา “นักวิจัยท้องถิ่น”: พัฒนาเจ้าหน้าที่ พอช. และแกนนำชุมชนในทักษะการวิจัยและการเป็น นักวิจัยท้องถิ่น (Node) เพื่อให้สามารถคิดค้นโจทย์วิจัยและใช้กระบวนการวิจัยในการทำงานในพื้นที่ โดย วช. จะนำส่งหลักสูตรการพัฒนาให้ พอช. ประชาสัมพันธ์ต่อไป
- พัฒนาร่วมแผนงาน/โครงการวิจัย: พัฒนาโครงการวิจัยร่วมที่มีประเด็นท้าทาย และส่งผลกระทบที่ชัดเจนในระดับประเทศ โดยมีผู้นำชุมชนเป็นกลไกในการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่













