พอช.ร่วมกับ ม.มหาสารคาม และมหา’ลัยไทบ้าน ออกแบบหลักสูตรพัฒนาผู้นำและคนรุ่นใหม่ โดยถอดบทเรียนความสำเร็จของ “มหาลัยไทยบ้าน ” ที่ใช้ชุมชนเป็นฐานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการศึกษาทางเลือก จนพลิกฟื้นศักดิ์ศรีท้องถิ่น สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนหลักล้านต่อปี
ขอนแก่น – 15 ตุลาคม 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) และมหา‘ลัยไทบ้าน จัดประชุมเชิงงปฏิบัติการออกแบบหลักสูตรพัฒนาผู้นำและคนรุ่นใหม่ เป้าหมายเพื่อออกแบบพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ในการพัฒนาผู้นำและคนรุ่นใหม่ในขบวนองค์กรชุมชน โดยใช้พื้นที่อำเภอสีชมพูเป็นฐานสำคัญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสร้างการเรียนรู้ภาคประชาชน เพื่อให้ชุมชนสามารถสื่อสารเรื่องราวของตนเองได้อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ณ ไร่ภัทราวรินทร์ อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น
นายสัญญา มัครินทร์ หนึ่งในครูผู้ก่อตั้งมหา’ลัยไทบ้าน เล่าถึงแรงบันดาลใจในการตั้งเพจ “วิถีสีชมพู” เมื่อปี 2563 เนื่องจากมองว่าพื้นที่ตำบลมีของดีมากมายแต่ไม่มีใครเห็น5. แนวคิดหลักของกลุ่มคือการใช้ ชุมชนเป็นฐานจัดการเรียนรู้ เน้นการทดลอง ลงมือทำ และเป็นอิสระเสรี เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทุกมิติ กลุ่มคนรุ่นใหม่ในอำเภอสีชมพู ภายใต้ชื่อ “มหาลัยไทยบ้าน” ได้รวมตัวกันทำงานพัฒนาชุมชนอย่างรอบด้าน โดยถอดบทเรียนความสำเร็จออกเป็น 3 เสาหลัก ได้แก่ การศึกษา (Education), เศรษฐกิจ (Economy) และสิ่งแวดล้อม (Environment)
1.การศึกษาและการสร้างทางเลือกใหม่ (Education) ใช้แนวคิด ชุมชนคือห้องเรียน และ ห้องเรียนธรรมชาติและชุมชน เป็นฐาน (Community Based Learning: CBL) ระยุกต์ใช้ “โรงเรียนมือถือ” เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับ เยาวชนนอกระบบ ทำให้สามารถได้รับ วุฒิการศึกษา (ม.3 และ ม.6) ภายในระยะเวลาอันสั้น (6 เดือน)ได้รับการสนับสนุนจาก กสศ. และสมาคมไทยสงขลา โดยเน้นการเรียนรู้แบบ บูรณาการและทดลองลงมือทำ
2.เศรษฐกิจฐานรากกับการหล่อเลี้ยงกลุ่ม (Economy) ใช้ การท่องเที่ยววิถีชุมชน เป็นเครื่องมือสร้างกลไกการเงินภายใต้เพจ “เที่ยววิถีสีชมพู” ประสบความสำเร็จในการขยายเครือข่ายโฮมสเตย์จาก 10 เป็น 26 หลังสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนผ่านกลุ่มจัดกิจกรรมได้สูงถึง 1-2 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการหล่อเลี้ยงทีมงานและสำรองทุนดำเนินกิจกรรม14.
3.การอนุรักษ์และการตื่นตัวเรื่องสิทธิ (Environment) ใช้ ปัญหาของชุมชน เช่น ปัญหาเหมือง เป็นโจทย์ในการเรียนรู้ (Problem-Based Learning) ทำให้ชาวบ้าน ตื่นตัวเรื่องสิทธิ มากขึ้น งานด้านสิ่งแวดล้อมนำไปสู่การค้นพบ ภาพเขียนสีโบราณเพิ่มขึ้น จาก 13 จุด เป็น 22 จุด ความสำเร็จในการดึงดูดสื่อและ Influencer ทำให้คนในชุมชน ภาคภูมิใจในความเป็น “คนสีชมพู” และเห็นคุณค่าของ “ความบ้านนอก” ของตนเอง


















