เครือข่ายสวัสดิการ 5 ภาค ผนึกกำลังวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วยฯ และภาคีรัฐ-เอกชน จัดงานแถลงข่าวรางวัลอันทรงเกียรติ ย้ำ “สวัสดิการชุมชน” คือรากฐานที่เข้มแข็งที่สุดของรัฐสวัสดิการ โดยปี 2568 เน้น 10 มิติคุณภาพชีวิต ตั้งแต่สุขภาพ การศึกษา สิ่งแวดล้อม ถึงการสร้างแต้ม “Moral Credit” เพื่อผลักดันความดีและความมั่นคงให้ครอบคลุมกว่า 6.7 ล้านสมาชิกทั่วประเทศ.
กรุงเทพมหานคร – วันที่ 8 ตุลาคม 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และภาคีเครือข่ายระดับประเทศกว่า 10 องค์กร ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “รางวัลองค์กรสวัสดิการชุมชน ผู้สรรสร้างความมั่นคงของมนุษย์” ประจำปี พ.ศ. 2568 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 ในรอบ 10 ปี เพื่อสืบสานแนวคิด “คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ของ ศาสตราจารย์ ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มีผู้เข้าร่วมกว่า 40 คน ณ ลานดอกปีบ ชั้น 1 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
นายวิชัย นะสุวรรณโน
นายวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักของการมอบรางวัลองค์กรสวัสดิการชุมชนฯ ว่าคือการ ยกย่องเชิดชู กองทุนที่สามารถช่วยเหลือดูแล กลุ่มเปราะบาง ในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ยืนยันว่ารางวัลนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ สืบสานแนวคิด “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ของ ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ยังคงทันสมัยและตอบโจทย์สังคม ปัจจุบันมีกองทุนฯ แล้ว 6,045 กองทุน และมีสมาชิกกว่า 6.7 ล้านคน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการ ขยายสมาชิกให้ครบ 10 ล้านคน เพื่อสร้างระบบสวัสดิการที่ “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” นอกจากนี้ กองทุนที่ได้รับรางวัลไปแล้วจะถูกยกให้เป็น “ศูนย์เรียนรู้” และที่สำคัญคือ รัฐบาลยังมีแผนสนับสนุน “งบประมาณพิเศษ” ในปี 2569 ให้กับกองทุนเหล่านี้ เพื่อเป็นแรงจูงใจในการรักษาและพัฒนาคุณภาพงานให้ดียิ่งขึ้นไป พอช. จึงขอเชิญชวนกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ยังไม่เคยได้รับรางวัล เข้าร่วมการประกวดในปี 2568 เพื่อใช้เวทีนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงในชีวิตและยกระดับสวัสดิการชุมชนให้เป็นที่พึ่งที่สำคัญของคนในประเทศ
นายมณเฑียร สอดเนื่อง
นายมณเฑียร สอดเนื่อง ผู้แทนอนุกรรมการสวัสดิการชุมชนระดับชาติ เน้นย้ำว่ารางวัลนี้คือ “คุณูปการ” ที่ช่วย “เปิดโลกทัศน์ใหม่” ในการจัดสวัสดิการให้กว้างขวางกว่าแค่เรื่องพื้นฐานอย่าง เกิด แก่ เจ็บ ตาย โดยตลอด 9 ปีที่ผ่านมา มีกองทุนคุณภาพที่ได้รับรางวัลแล้ว 66 กองทุน ซึ่งทั้งหมดได้ก้าวข้ามการจัดสวัสดิการพื้นฐานไปสู่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของชุมชนได้อย่างแท้จริง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีรบูรณ์ วิสารทสกุล
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีรบูรณ์ วิสารทสกุล คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหน่วยงานร่วมจัดและภาคีสนับสนุนเครือข่ายสวัสดิการชุมชน ได้แสดงความภาคภูมิใจในการสนับสนุนงานของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมอบ “รางวัลธรรมาภิบาล” ให้กับเครือข่ายสวัสดิการชุมชน
ผศ.วีรบูรณ์ ชี้ว่า รางวัลนี้ สะท้อนถึงการให้คุณค่ากับการริเริ่มสร้างสรรค์จากฝั่งประชาชนเอง ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืนวิทยาลัยฯ ยืนยันที่จะทำหน้าที่เป็นเครือข่ายสนับสนุนงานด้าน วิชาการและงานสื่อสาร อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การมอบรางวัลเป็น กำลังใจ และเป็น ตัวอย่าง ให้แก่เครือข่ายสวัสดิการชุมชนอีกหลายร้อยหลายพันองค์กร การเปิดเผยข้อมูลการทำงาน ของกองทุนที่ได้รับรางวัลจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจในวงกว้าง และสนับสนุนให้เครือข่ายสวัสดิการชุมชนก้าวต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคง
นายจิรเมธ บัวงาม นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ
นายจิรเมธ บัวงาม นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของกรมฯ ในการสนับสนุนงานสวัสดิการชุมชนในระดับพื้นที่ ว่า กรม สถ. มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินงานตามภารกิจ และพร้อมที่จะ ผลักดัน ให้ อปท. เห็นความสำคัญของการจัดสวัสดิการชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ริเริ่มโดย องค์กรภาคประชาชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งและขยายโอกาสความช่วยเหลือให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ส่วนปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่าง อปท. กับกองทุนสวัสดิการชุมชน ได้ถูก แก้ไขแล้ว ภายหลังจากการหารือจนได้ข้อสรุปว่า การร่วมมือกันสามารถดำเนินการได้ และยืนยันความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือและร่วมแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อ ขับเคลื่อนและผลักดันการจัดสวัสดิการให้กับประชาชน ซึ่งถือเป็น บทบาทหน้าที่ของท้องถิ่น ในการดูแลคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
นายยงจิรายุ อุปเสน
นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวถึงบทบาทของศูนย์ฯ ในการเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับกองทุนสวัสดิการชุมชน โดยเน้นที่ 2องค์ประกอบหลัก คือ ส่งเสริมให้สมาชิกทำความดี มีระบบรองรับความดี แนวคิดนี้สอดคล้องกับรากฐานการทำงานของหลายองค์กรที่มุ่งเน้นการ ลดทุกข์ สร้างสุข และลดปัญหา ในสังคม ศูนย์คุณธรรมได้ร่วมกับเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน 5 ภาค พัฒนาระบบ “Moral Credit” (แต้มความดี) ขึ้นมา ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการ บันทึกและให้ “แต้มความดี” แก่สมาชิกที่มีคุณธรรม 5 ประการ ได้แก่ มีวินัย มีจิตอาสา มีความกตัญญู รับผิดชอบ พอเพียง แต้มความดีเหล่านี้สามารถนำไปแลกเป็น สิทธิประโยชน์ โอกาส เงิน หรือสิ่งตอบแทนต่าง ๆ เพื่อให้คนทำความดีได้รับผลประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นการสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนในระบบสวัสดิการชุมชน
นายปาลิน ธำรงรัตนศิลป์
นายปาลิน ธำรงรัตนศิลป์ ประธานอนุกรรมการสวัสดิการระดับชาติ ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการ ได้ชี้แจงประเภทของ รางวัลองค์กรสวัสดิการชุมชน ประจำปี พ.ศ. 2568 ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างครอบคลุม 10 ด้าน เพื่อให้สอดคล้องกับทุกมิติของชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่เกิดจนวาระสุดท้าย ตามปณิธานของ ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์
รางวัลนี้มุ่งเน้นเชิดชูองค์กร/กองทุนที่สามารถสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตในแต่ละด้านได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
1 ด้านพัฒนาครอบครัว แม่และเด็กสร้างความมั่นคงในวัยเริ่มต้นของชีวิต
2 ด้านการพัฒนาสุขภาพคนในชุมชนเน้นการให้บริการสาธารณสุขและสันทนาการที่มีคุณภาพ
3 ด้านการพัฒนากลุ่มผู้สูงวัยการดูแลและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ
4ด้านการพัฒนาการศึกษา การเรียนรู้เน้นทักษะการดำรงชีวิตและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
5ด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
6ด้านการสร้างความมั่นคงทางอาหารหรือสัมมาชีพในชุมชนการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านอาหาร
7ด้านการสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และการจัดการภัยพิบัติการเตรียมพร้อมรับมือและสร้างความปลอดภัยในชุมชน
8ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกินการเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน
9ด้านการสร้างสังคมที่เป็นธรรมการสร้างความเท่าเทียมและการเข้าถึงสิทธิประโยชน์อย่างเท่าเทียม
10 ด้านการฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรมและสุนทรียะการรักษาอัตลักษณ์และสร้างคุณค่าทางจิตใจ
ขอเชิญชวนกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ยังไม่เคยได้รับรางวัล เข้าร่วมการประกวดในปี 2568 เพื่อใช้เวทีนี้เป็นเครื่องมือในการยกระดับกองทุนให้เป็นที่พึ่งที่สำคัญของคนในประเทศ โดยรัฐบาลยังมีแผนสนับสนุน งบประมาณพิเศษในปี 2569 ให้กับกองทุนที่ได้รับรางวัลเพื่อเป็นแรงจูงใจในการรักษาและพัฒนาคุณภาพงานต่อไป
















