ชลบุรี/ 20-21 กันยายน 2568 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับ จังหวัดชลบุรี และกระทรวงยุติธรรมและ จัดเวที “สมัชชาภาคประชาชน” ระดมพลเครือข่ายองค์กรชุมชนและเยาวชนกว่าร้อยชีวิต เพื่อติดอาวุธทางปัญญาด้วยความรู้ด้านกฎหมาย หวังเสริมพลังให้ชาวบ้านลุกขึ้นมาเป็น “พลังขับเคลื่อน” ของสังคม ไม่ใช่ “มิสเตอร์เฉย” ที่ยอมจำนนต่อความไม่เป็นธรรม โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างพลเมืองผู้ตื่นรู้และพร้อมที่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลงจากฐานรากสู่ระดับนโยบาย นำโดย นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. นายประชา เตรัตน์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการขับเคลื่อนการเสริมสร้างความเข้มแข็งและส่งเสริมการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชน เป็นประธานเปิดงาน ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน อำเภอสัตหีบ
นายประชา เตรัตน์
นายประชา เตรัตน์ ประธานกรรมการขับเคลื่อนการเสริมสร้างความเข้มแข็งและส่งเสริมการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชน กล่าวว่า ปัญหาความไม่ยุติธรรมในสังคมไทยยังคงเป็นเรื่องที่ฝังราก ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ผู้มีอำนาจหรือผู้มีเงินตราสามารถหลีกเลี่ยงความผิดได้อย่างง่ายดาย ซึ่งสร้างความรู้สึกไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน แต่ปัญหาเหล่านี้จะไม่มีทางหมดไปได้ หากประชาชนยังคงเป็น “มิสเตอร์เฉย” ที่ไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้และทวงคืนความถูกต้อง “การจะเปลี่ยนสังคมได้ ประชาชนต้องตื่นรู้และเป็นพลังในการขับเคลื่อน ไม่ปล่อยให้คนทำผิดลอยนวล” นายประชากล่าว พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายให้ประชาชน เพื่อให้กฎหมายถูกบังคับใช้อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกันทุกคน
นายกฤษดา สมประสงค์ ผอ. พอช.
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. ย้ำถึงบทบาทของสภาองค์กรชุมชนในฐานะ “กลไกสำคัญในการเชื่อมโยงประชาชนกับภาครัฐ” โดย พอช. มุ่งมั่นที่จะสร้างพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง ผ่านการทำงานร่วมกับ ภาคีอาสา 9 ภาคี ซึ่งประกอบด้วย เครือข่ายภาคประชาสังคม, ชุมชนท้องถิ่น, สถาบันการศึกษา, เยาวชน, กลุ่มสตรี, ผู้สูงอายุ, ผู้พิการ, กลุ่มชาติพันธุ์ และสื่อมวลชน โดยทั้งหมดมีบทบาทในการเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และเป็นกระบอกเสียงสะท้อนปัญหาสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ นอกจากนี้ พอช. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ โดยมีแผนการสนับสนุนเยาวชนนอกระบบการศึกษาทั่วประเทศกว่า 900,000 คน ให้กลับเข้าสู่โอกาสทางการศึกษา และเตรียมเปิดหลักสูตรปริญญาโทสำหรับผู้นำชุมชน เพื่อสร้างคนคุณภาพที่จะสืบสานงานพัฒนาชุมชนต่อไป
นางสาวสกุลภัทร ใจจรูญ นายกสมาคมสภาองค์กรชุมชนจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า เวทีสมัชชาครั้งนี้เป็นโอกาสทองที่ทำให้ชุมชนได้เข้าถึงความรู้ด้านกฎหมายที่จำเป็นต่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยมี พอช. เป็นหน่วยงานหลักในการเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเข้ามาหนุนเสริมอย่างเป็นระบบ
นายทองสุข สีลิด ประธานกรรมการดำเนินงานฯ สภาองค์กรชุมชนระดับชาติ กล่าวว่า การทำงานของสภาองค์กรชุมชนตลอด 17 ปี นับจาก พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 เป็นการสร้าง “ร่องน้ำใหม่” ที่นำการเปลี่ยนแปลงจากฐานรากสู่ระดับนโยบายอย่างยั่งยืน ในปีนี้ สภาประชาชนจะมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและท้องถิ่นด้วยหลักการ “5 ดี” ได้แก่ ที่อยู่อาศัยดี, รายได้ดี, สุขภาพดี, สิ่งแวดล้อมดี และสังคมดี พร้อมเพิ่มหลักการสำคัญอีกหนึ่งข้อคือ “คนดี” เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมายในท้ายที่สุด โดยจะมีการรวบรวมข้อเสนอจาก 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปเสนอต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรงในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้


























