กรุงเทพมหานคร – เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการดำเนินการตามกติกาที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล เพื่อให้สถานะสมาชิกเป็นปัจจุบันและสอดคล้องตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 พร้อมรายงานความคืบหน้าการทบทวนสถานะสมาชิก ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การประชุมระดับชาติประจำปี และการยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล ณ ห้องประชุมสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
นายวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการ พอช.เปิดเผยว่า สภาองค์กรชุมชนตำบลจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติฯ เพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่ประชาชนมีส่วนร่วมและสามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนกว่า 7,795 แห่งทั่วประเทศ มีสมาชิกกว่า 157,623 องค์กร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาในระดับพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในปีงบประมาณ 2569 พอช. จะมุ่งเน้นการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนที่ผ่านการทบทวนสถานะแล้วให้สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างเป็นรูปธรรม และขยายผลสู่การทำงานเชิงประเด็นและการสร้างความร่วมมือกับภาคีต่างๆ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
นายวิชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมครั้งนี้ยังได้พิจารณาและเตรียมการจัดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ ประจำปี 2568 ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–19 พฤศจิกายน 2568 โดยวันที่ 18 จะเป็นการประชุมตามระเบียบวาระ และในวันที่ 19 จะเป็นการจัดสมัชชาร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อรวบรวมและยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของสภาองค์กรชุมชนในการเชื่อมโยงปัญหาจากท้องถิ่นสู่การแก้ไขเชิงนโยบายในระดับประเทศ
ทั้งนี้ พอช. จะเร่งพัฒนาโครงสร้างและกลไกการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเชื่อมโยงกับคณะอนุกรรมการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนและคณะอนุกรรมการสภาองค์กรชุมชน 5 ภาค พร้อมพัฒนากระบวนการติดตามและสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ให้มีรูปธรรมและต่อเนื่อง เพื่อให้ชุมชนสามารถเป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสังคมได้อย่างแท้จริง
นอกจากการทบทวนสถานะสมาชิก ที่ประชุมยังได้รายงานความคืบหน้าความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของสภาองค์กรชุมชนอย่างต่อเนื่อง เช่น ความร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดอบรมโครงการ “บูรณาการความร่วมมือ หลักสูตรพลเมืองคุณภาพรุ่นที่ 3” ณ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีผู้แทนสภาองค์กรชุมชน 70 คนเข้าร่วม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านประชาธิปไตยในระดับรากฐาน และความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในการจัดกิจกรรม “สานพลัง ส่งต่อ สอดส่อง” เพื่อสร้างกลไกป้องกันและต่อต้านการทุจริตโดยชุมชน














