อุบลราชธานี 8 กันยายน 2568- สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการ “บ้านมั่นคงชนบท” พร้อมทั้งให้กำลังใจพี่น้องชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา นำโดย นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีผู้แทนจากหลายภาคส่วน ทั้งกองทัพภาคที่ 2 นายอำเภอ ผู้แทนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนกว่า 100 คนเข้าร่วม ณ ศาลาประชาคมบ้านแปดอุ้ม หมู่ 2 ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี
ชูตินันท์ วิลานันท์ ประธานคณะทำงานโครงการบ้านมั่นคงตำบลโดมประดิษฐ์ เล่าถึงบริบทพื้นที่ว่า เคยประสบภัยสงคราม ตั้งแต่ปี 2522 พื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้ชุมชนหลายแห่ง เช่น บ้านค้อ บ้านจันทร์ บ้านโดมประดิษฐ์ และบ้านแช่ดอน ต้องเผชิญปัญหาความยากจน ขาดที่อยู่อาศัยที่มั่นคง สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่สั่งสมมายาวนาน การรวมตัวของชาวบ้านและการสนับสนุนจาก พอช. ทำให้ตำบลโดมประดิษฐ์สามารถเข้าร่วม “บ้านมั่นคงชนบท” ได้ถึง 19 หมู่บ้าน จากทั้งหมด 21 หมู่บ้าน ครอบคลุม 351 ครัวเรือน
กฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช. กล่าวว่า ความเดือดร้อนของประชาชนชายแดนครั้งนี้ “ไม่มีใครคาดคิด” แต่พี่น้องเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศต่างร่วมแรงส่งทั้งงบประมาณและแรงใจลงมาช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งในอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์
สำหรับตำบลโดมประดิษฐ์ ได้รับงบประมาณรวม 16.9 ล้านบาท เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐาน เฟสแรกกว่า 9 ล้านบาทถูกจัดสรรไปแล้วเพื่อซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านกว่า 300 หลัง พร้อมระบบถนน ไฟฟ้า และประปา ขณะเดียวกันยังเชื่อมโยงสู่การพัฒนาอาชีพ รายได้ และระบบสวัสดิการชุมชน
“พลังที่แท้จริงอยู่ที่ชุมชน การพัฒนาใด ๆ จะสำเร็จได้ ต้องอาศัยความเข้มแข็งของพี่น้องในพื้นที่เอง ส่วนภาครัฐและเครือข่ายพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่” นายกฤษดากล่าว พร้อมฝากข้อคิดเรื่องการเตรียมรับมือภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉิน เช่น การซ้อมอพยพและการเฝ้าระวังร่วมกัน
หลังเสร็จสิ้นเวที นายกฤษดา และคณะได้ลงพื้นที่บ้านทุ่งสมเด็จ หมู่ 17 ซึ่งเป็นพื้นที่ขยายโครงการ พร้อมมอบป้ายสนับสนุนงบประมาณแก่ชุมชน 351 ครัวเรือน วงเงินรวม 16.9 ล้านบาท ถือเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่เคียงข้างพี่น้องชายแดนในยามยาก โครงการบ้านมั่นคงชนบทในพื้นที่ชายแดน ยังแสดงถึงการเชื่อมโยงระหว่าง “การพัฒนาเชิงโครงสร้าง” กับ “ความมั่นคงของชีวิต”
















