พอช. ร่วมกับ “ขบวนเมืองชุมชนริมราง” ทั่วประเทศ ระดมสมองหาทางออกยั่งยืนให้กับปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัย พร้อมเจรจาหน่วยงานภาครัฐเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนริมรางรถไฟ
สัมมนา “ขบวนเมืองชุมชนริมราง”
นครนายก/3กันยายน 68 –สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดสัมมนา “ขบวนเมืองชุมชนริมราง” เพื่อร่วมระดมสมอง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินและคุณภาพชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ริมทางรถไฟ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันระหว่าง พอช. และเครือข่ายชุมชนริมรางรถไฟในการแก้ไขปัญหาสังคมและที่อยู่อาศัย การสัมมนาในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 กันยายน 2568 โดยมีแกนนำเครือข่ายชุมชนริมรางรถไฟจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 100 คน ณ โรงแรมจันทรา รีสอร์ท อ.เมือง จ.นครนายก
นายกฤษดา สมประสงค์
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช.ได้กล่าวถึง โครงการบ้านมั่นคงริมรางรถไฟ ซึ่งมีเป้าหมายช่วยเหลือ 27,084 ครัวเรือนใน 300 ชุมชน 35 จังหวัด เดินหน้าตามแผนที่วางไว้ เป้าหมายภายในปี 2570 สำหรับงบประมาณที่ได้รับจากรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมีจำนวน 29.6 ล้านบาท พร้อมย้ำว่าโครงการดังกล่าวสามารถเป็นโครงการใหม่หรือต่อยอดก็ได้ และต้องรีบดำเนินการเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณให้ทันภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ นอกจากนี้ยังได้ให้กำลังใจและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายที่แน่นแฟ้น โดยทาง พอช. พร้อมสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ และยังกล่าวถึงแผนการทำงานในอนาคตว่า หากโครงการรถไฟไม่เสร็จตามกำหนด ก็จะขอขยายเวลาพร้อมทั้งเตรียมแผนแม่บทระยะ 5 ปีต่อไปเพื่อเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ โดยแผนจะครอบคลุมทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย อาชีพ รายได้ และสิ่งแวดล้อม
รู้จักกันมากขึ้น
ผู้อำนวยการ พอช. ได้ให้ข้อคิดและคำแนะนำแก่สมาชิกชุมชนใน 3 ประเด็นคือ การดูแลสุขภาพ ฝากให้ทุกคนดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง การออกแบบที่อยู่อาศัย ให้ออกแบบบ้านเผื่อไว้สำหรับอนาคตเมื่ออายุมากขึ้น เช่น การสร้างห้องนอนชั้นล่าง และการทำประตูหรือทางเข้าห้องน้ำให้กว้างพอสำหรับรถเข็น การทำงานร่วมกับเพื่อนบ้าน ย้ำให้ชุมชนริมรางรถไฟพูดคุยและประนีประนอมกับชุมชนข้างเคียงเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
นายสยาม นนท์คำจันทร์
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยอำนวยการ พอช.เผยว่า ปัญหาชุมชนริมทางรถไฟเป็นปัญหาซับซ้อนที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันจากหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ ชุมชน และภาคประชาสังคม ที่ผ่านมามีหลายแนวทางและหลายโมเดลที่ถูกนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว หลายชุมชนริมทางรถไฟได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายเพื่อเจรจากับ รฟท. และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอเช่าที่ดินอย่างเป็นทางการ หรือขอให้มีการจัดสรรพื้นที่ใหม่สำหรับชุมชน โดยใช้การเจรจาเป็นเครื่องมือในการหาทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้
ทำงานเป็นกลุ่มเล็ก
นายสยามกล่าวต่อ การแก้ไขปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องที่อยู่อาศัยเท่านั้น ยังรวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอื่น ๆ เช่น การส่งเสริมอาชีพ การเข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อให้การย้ายถิ่นฐานหรือการปรับปรุงที่อยู่อาศัยเป็นไปอย่างยั่งยืนและไม่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้าน
สรุปผลการดำเนินงานของเครือข่ายเมือง
อย่างไรก็ตาม ปัญหาในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละชุมชน ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกฝ่ายจะได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการทำงานเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืนต่อไปในอนาคต นายสยามกล่าวทิ้งท้าย
นำเสนอเนื้อหางานเด่นจากแต่ละภูมิภาค
ในเวทียังได้มีการสรุปผลการดำเนินงานของเครือข่ายชุมชนจากทั่วทุกภูมิภาค และร่วมระดมสมองเพื่อวางแผนการทำงานในอนาคต สรุปผลการดำเนินงานและบทเรียนที่ผ่านมา ซึ่งเครือข่ายริมรางฯได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้สึก ภาคภูมิใจ จากการทำงานที่ผ่านมา พร้อมทั้งวิเคราะห์ ปัจจัยแห่งความสำเร็จและความล้มเหลว เพื่อนำมาเป็นบทเรียนในการพัฒนาการทำงานต่อไป กลยุทธ์เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัย และประเด็นที่สำคัญที่สุดคือการร่วมกันหา กลยุทธ์และวิธีการ ที่จะใช้ในการเจรจาและ ต่อรองกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และ กระทรวงคมนาคม เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรมพร้อมทั้งยังได้ วางแผนการทำงานสำหรับปี 2569 คือ แผนงานร่วมกัน ในช่วง 6 เดือนและ 1 ปี การวิเคราะห์เครื่องมือ ที่ใช้สนับสนุนการทำงานในพื้นที่ ข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาศักยภาพของสมาชิกและผู้นำเครือข่าย แสดงให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของ พอช. ในการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกัน ผลักดันนโยบายสาธารณะ
วิเคราะห์ ปัจจัยแห่งความสำเร็จและความล้มเหลว
























