สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) / วันที่ 3 กันยายน 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เดินหน้าหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และหน่วยงานภาคี โดยมี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันฯ เป็นประธานในการประชุม ณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เขตสาทร กรุงเทพฯ มีผู้เข้าร่วมกว่า 30 คน ได้แก่ นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ รองผู้อำนวยการ ตัวแทนจาก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัทโลเคิล อไลด์ จำกัด บริษัท ธารา กรีน อินโนเวชั่น ธนาคารโลกผู้รับผิดชอบประเทศไทย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัยชุมชนเมือง มูลนิธิสถาบันศึกษาเมือง (Urban Studies Institute) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันฯ กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาชุมชนที่ประสบความสำเร็จ โดยเน้นย้ำถึงการพึ่งพาตนเองและพลังของชุมชนเป็นหลัก โครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นขับเคลื่อนด้วย “เงินของชาวบ้านเอง” และมี “ผู้นำคือชาวบ้าน” ซึ่งเป็นแนวคิดที่สามารถปลดหนี้นอกระบบและจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก
โครงการที่โดดเด่นมีหลากหลายรูปแบบ เช่น การเปลี่ยนพื้นที่ทิ้งขยะให้เป็นตลาดน้ำคลองลัดมะยม โครงการบ้านมั่นคง ป่าชุมชน วิสาหกิจชุมชน จึงอยากจะขยายผลไปทั่วประเทศ แต่ต้องมีงานวิชาการและภาคีมาช่วยสนับสนุน สร้างแนวคิดใหม่ในการพัฒนาประเทศ จึงได้มีการเสนอให้สถาบันการศึกษาเข้ามามีบทบาทในการทำวิจัยที่เป็นประโยชน์กับชุมชนอย่างแท้จริง โดยหวังว่าการทำงานร่วมกันระหว่างภาคประชาสังคมและภาควิชาการจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนและมั่นคงยิ่งขึ้น
นายกฤษดา สมประสงค์
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวถึงการพัฒนาชุมชนโดยกลไกของภาคประชาชน เพื่อเร่งให้การพัฒนาชุมชนก้าวไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ได้มีการจัดตั้งกลไกความร่วมมือ “9 ภาคีอาสา” ขึ้น ซึ่งเป็นการรวมพลังจากหลากหลายองค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาเติมเต็มความต้องการของชุมชน โดยมีเป้าหมายหลักคือการใช้พื้นที่ระดับจังหวัดและตำบลเป็นตัวตั้งในการขับเคลื่อน การรวมพลังในลักษณะนี้ช่วยให้การทำงานมีความเป็นปึกแผ่นและยั่งยืน เปรียบเสมือนการมัดไม้ไผ่ให้เป็นกำใหญ่ เพื่อสร้างพลังที่แข็งแกร่งและลดระยะเวลาในการพัฒนาให้สั้นลง
รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์
ขณะที่ รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการ สกสว. เน้นบทบาทของ สกสว. ในการผลักดันงานวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมให้เกิดผลในเชิงพื้นที่จริง มีเป้าหมายระดับชาติ จากประเทศรายได้ปานกลางสู่สังคมแห่งนวัตกรรม กองทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนากำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมีวิสัยทัศน์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ดังนั้นกองทุนฯ จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศผ่านกระบวนการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยทุกคน
รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม
รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ย้ำถึงความสำคัญของการหนุนเสริมกลไกในท้องถิ่น ความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาเชิงระบบ การทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาในชุมชนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการผสานจุดแข็งระหว่างหน่วยงานที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน
โดยมีจังหวะก้าวในการทำงานร่วมกันดังนี้
- ร่วมกันร่างบันทึกความเข้าใจร่วมกัน MOU ระหว่างหน่วยงาน เพื่อเป็นหมุดหมายสำคัญในการเริ่มต้นการทำงานร่วมกัน
- ร่วมกันออกแบบและพัฒนางานวิจัยเพื่อชุมชน เป็นงานวิจัยกินได้ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของชุมชนอย่างแท้จริง เป็นงานวิจัยที่มุ่งส่งเสริมและแก้ปัญหาของเกษตรกรไทย แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เป็นโจทย์วิจัยชุมชนที่มาจากความต้องการของชุมชน (Strength From Bottom)
- ร่วมกันพัฒนาโมเดลการทำงานเพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชน แก้ปัญหาปากท้อง เช่นรูปแบบโมเดลของสกสว. SIEH (Social Impact Enterprise Holding) หรือโมเดลการลงทุนแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสังคมให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้กลไกร่วมลงทุนและการบริหารแบบภาคีหลายฝ่าย โมเดลการพัฒนาโดยใช้พื้นที่การดำเนินงานของ พอช. เช่น พื้นที่โครงการบ้านมั่นคง บ้านริมคลองเพื่อทำ Social Bond Loan Income Housing




















