พอช./ วันที่ 29 สิงหาคม 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดเวทีสัมมนา “กองทุนรักษาดินรักษาบ้าน” เพื่ออัปเดตสถานการณ์ข้อมูลกองทุนแต่ละภาค และเครือข่าย ตอกย้ำความเข้าใจ หลักคิด อุดมการณ์ แนวคิดเรื่องกองทุนฯ ออกแบบกลไกการสนับสนุนการดำเนินงาน วางทิศทางข้างหน้ากองทุนรักษาดินรักษาบ้าน ออกแบบแผนงาน Masterplan(ระยะสั้น-กลาง-ยาว) ระหว่างวันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมจากคณะกรรมการกองทุนฯ 5 ภูมิภาค เครือข่ายพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง ชุมชนริมราง ชุมชนริมคลอง ทีมยุทธศาสตร์ด้านที่อยู่อาศัยระดับชาติ รวมกว่า 150 คน ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) บางกะปิ กรุงเทพฯ
ทำไมต้องทำ…กองทุนรักษาดิน รักษาบ้าน
กองทุนรักษาดินรักษาบ้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินช่วยเหลือในยามยาก แต่เป็น “เครื่องมือสำคัญ” ที่สร้างความมั่นคงให้กับชุมชนและครอบครัว โดยอาศัยพลังของคนในพื้นที่เป็นหลัก เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การมีระบบสมทบเงินเพื่อ “รักษาบ้าน รักษาชีวิต” ทำให้เกิดสายใยความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เกิดเป็นความเข้มแข็งภายในชุมชน ไม่ว่าครอบครัวใดจะประสบปัญหาหรือมีความเดือดร้อน ก็จะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะมีทุนกลางที่ทุกคนมีส่วนร่วม ระบบดูแลกันของคนตัวเล็ก หนึ่งในหัวใจสำคัญคือ การสร้างระบบดูแลกันเองของ “ขบวนการคนจน” หรือผู้มีรายได้น้อย เพราะการพึ่งพากันเองอย่างเป็นระบบจะช่วยลดความเสี่ยงและลดช่องว่างในการเข้าถึงสวัสดิการขั้นพื้นฐาน การออกแบบที่ครอบคลุมทุกคน กองทุนรักษาดินรักษาบ้าน ไม่ได้หยุดอยู่ที่ระดับชุมชนเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงเป็นระบบในหลายระดับ ได้แก่ กองทุนกลาง ที่ชุมชนร่วมรับรู้และร่วมทำ กองทุนระดับเมือง ที่สนับสนุนกันและกัน กองทุนระดับภาคและระดับชาติ ที่ช่วยให้เกิดความมั่นคงยั่งยืน เติมพลังและสร้างความอบอุ่น การมีระบบดูแลกัน คือ “ความอบอุ่น” ที่มากกว่านั้น มันคือการเติมพลังให้กันและกัน การแบ่งปันความรู้สึก และการสร้างความผูกพันร่วมกันในฐานะสมาชิกของชุมชนเดียวกัน กองทุนรักษาดินรักษาบ้านเครื่องมือแก้ปัญหาปัจจุบัน เป็นการออกแบบระบบที่ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว โดยขับเคลื่อนผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่น เพื่อสร้างสวัสดิการที่มั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน“
เดินหน้ากองทุนรักษาดินรักษาบ้าน สร้างระบบดูแลกันเองเพื่อความมั่นคงของชุมชน
นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการ พอช.กล่าวว่า การตั้งกองทุนรักษาดินรักษาบ้านถือเป็นสิ่งที่สำคัญของพี่น้อง เพราะกองทุนนี้ไม่ได้มีเป้าหมายแค่เรื่องเงินทอง แต่คือการดูแลกันให้ถึงลูกหลานในอนาคต ทั้งการช่วยเหลือเมื่อมีการเจ็บป่วย การเสียชีวิต รวมถึงเรื่องที่อยู่อาศัย “สิ่งนี้ไม่ใช่การทำประกันภัย แต่คือการรวมตัวเพื่อช่วยเหลือกันและกัน” พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันออกแบบและวางแผนระบบกองทุนที่ตอบโจทย์จริงในระดับชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่พี่น้องในระยะยาว
นางสนอง รวยสูงเนิน ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเล่าถึงจุดเริ่มต้นของกองทุนเมืองชุมแพว่า เกิดจากความตั้งใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องที่ลำบาก ในช่วงแรกใช้วิธี “ถือกล่องกระดาษรับบริจาค” ตามงานสัมมนา แต่พบว่าไม่มั่นคงและไม่ต่อเนื่อง ต่อมาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เข้ามาสนับสนุนเงินทุนเริ่มต้นจำนวน 27 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งเป็นกองทุนที่สามารถช่วยเหลือครอบครัวที่ประสบปัญหา โดยเฉพาะกรณีการเสียชีวิต เพื่อให้ลูกหลานสามารถอยู่อาศัยบ้านต่อไปได้ นอกจากนี้ กองทุนเมืองชุมแพยังได้ริเริ่มบูรณาการความร่วมมือกับภาคธุรกิจ เช่น ทิพยประกันภัย เพื่อเพิ่มมาตรการคุ้มครองและดูแลพี่น้องในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
“กองทุนรักษาดินรักษาบ้าน: พลังชุมชนสร้างความมั่นคง ลดความเสี่ยง สู่อนาคตที่ยั่งยืน”
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานคณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดินกล่าวว่า กองทุนรักษาดินรักษาบ้าน คือพลังของชุมชนในการดูแลกันและกันทั่วประเทศ กองทุนนี้ช่วยให้คนจนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ผ่านระบบกลุ่มที่ร่วมมือกันแก้ปัญหา ไม่ปล่อยให้ใครต้องเผชิญวิกฤตเพียงลำพัง เมื่อสมาชิกเจ็บป่วย สูญเสีย หรือมีปัญหาจนไม่สามารถผ่อนบ้านได้ กองทุนจะเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงและสร้างหลักประกันชีวิตที่มั่นคง นี่คือการรวมพลังเพื่อสร้างสวัสดิการชุมชนที่แท้จริง ไม่ใช่แค่บ้าน แต่คือการสร้าง “ระบบการอยู่ร่วมกันอย่างมั่นคงและเข้มแข็งในทุกช่วงวัย” การสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการฟื้นพลัง วางแผนอนาคต และออกแบบ “กองทุนทั้งเมือง” ให้ก้าวต่อไปอย่างเข้มแข็ง เพื่อให้กองทุนรักษาดินรักษาบ้านเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ
โครงการสวัสดิการเพื่อความมั่นคงของชุมชนด้านที่อยู่อาศัย ดำเนินการครอบคลุม 58 กองทุน มีสมาชิกกว่า 5,637 ครัวเรือน โดยตลอดช่วงปี 2553–2568 มีเงินทุนสะสมกว่า 43.9 ล้านบาท จากการสนับสนุนของพอช. เงินสมทบสมาชิก และกองทุนเมือง ซึ่งนำไปช่วยเหลือสมาชิกแล้วกว่า 32.4 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต ภัยพิบัติ ทุพพลภาพ และการช่วยเหลือส่วนต่าง ปัจจุบันยังคงเหลือเงินทุนกว่า 11.5 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงพลังการออมและการสมทบของชุมชนที่ช่วยสร้างหลักประกันความมั่นคงและยืนหยัดเคียงข้างสมาชิกในยามลำบากได้อย่างแท้จริง
ในการสัมมนาครั้งนี้ จะเป็นการรายงานข้อมูลสถานการณ์กองทุนจาก 5 ภาคและ 2 เครือข่าย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากพื้นที่ตัวอย่างที่มีการขับเคลื่อนจริง แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อทบทวนและสังเคราะห์ข้อมูล ก่อนจะนำไปออกแบบแนวทางฟื้นฟูและยกระดับการดำเนินงานของกองทุน และ World Café เพื่อระดมความคิดเห็น กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนในอนาคตร่วมกัน รวมถึงการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการออมทรัพย์และเครือข่ายการพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัยทั้ง 5 ภาค
กองทุนรักษาดินรักษาบ้าน เป็นการสร้างความมั่นคงในชีวิตของประชาชนฐานราก เสริมพลังให้ชุมชนจัดการตนเองได้ และเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
















