พอช. ระดมสมองครั้งใหญ่ ผนึกกำลังแกนนำ “สภาองค์กรชุมชน” ทั่วประเทศเดินหน้าจัดทำแผนปฏิบัติการปี 2569 เป้าหมายคือ “ยกเครื่อง” กลไกทำงานใหม่ ให้เข้มแข็งและเป็นรูปธรรม ชี้ สภาฯ ต้องทันโลก พร้อมชูประเด็นสำคัญ ต้องหาทุนเพิ่ม และ ปั้นผู้นำรุ่นใหม่ ผอ. พอช. วาง Roadmap ชัด 6 แนวทาง เพื่อผลักดันสภาฯ เป็นกลไกหลักระดับจังหวัด สร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน สู่ชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน
กรุงเทพมหานคร – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมสมองแกนนำ “สภาองค์กรชุมชน” เพื่อทบทวนกระบวนการทำงานและจัดทำแผนปฏิบัติการปี 2569 โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการ “ยกเครื่อง” กลไกการทำงานของสภาองค์กรชุมชนให้มีความเข้มแข็งและทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำนวนกว่า 40 คน จากทั่วประเทศ ณ โรงแรมเอบีน่า เฮ้าส์ หลักสี่ กรุงเทพฯ
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช.
ผอ.พอช. ชู 6 แนวทาง ปรับแผน ‘สภาองค์กรชุมชน’ เป็นกลไกหลักระดับจังหวัด สานพลังพัฒนาชุมชน
กรุงเทพมหานคร – นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช.กล่าวถึง แนวทางการขับเคลื่อน “สภาองค์กรชุมชน” ให้เกิดความเข้มแข็งอย่างเป็นระบบและมีแบบแผน โดยได้กำหนดแนวทางสำคัญไว้ 6 ข้อ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการ “ยกเครื่อง” การทำงานของสภาองค์กรชุมชนให้เป็นกลไกหลักในการพัฒนาชุมชน ได้แก่ กำหนดแผนงานและทิศทาง ให้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกการขับเคลื่อนงานสำคัญของ พอช. อย่างเป็นทางการ ฟื้นฟูและยกระดับความเข้มแข็ง ของสภาองค์กรชุมชนให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ! ต่อยอดการทำงานและหนุนเสริมงบประมาณ ในระดับจังหวัด โดยใช้กลไกสภาฯ เป็นตัวขับเคลื่อนงานสำคัญต่างๆ ส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีทีมทำงานของสภาฯ และเจ้าหน้าที่ พอช. ทำงานร่วมกัน หนุนเสริมทิศทางความร่วมมือของภาคี ที่จะเข้ามาสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนให้มีความชัดเจนและเข้มแข็ง ใช้แผนการทำงาน 1 ปี, 3 ปี และ 5 ปี เป็นเครื่องมือสำคัญ โดยจะมีการดำเนินการตามแผนรายปี และเก็บผลลัพธ์การทำงานอย่างต่อเนื่อง
นายกฤษดาย้ำว่า การดำเนินการทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมแผนงานการทำงานของสภาองค์กรชุมชน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนแผนงานสำคัญ และสร้างสภาฯ ให้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานระดับจังหวัด พร้อมทั้งวางเป้าหมายและทีมงานในการสนับสนุนกลไกการทำงานร่วมกันอย่างชัดเจนทั้งในระดับพื้นที่ ระดับภาค และส่วนกลาง
นายวิริยะ แต้มแก้ว
ดัน ‘สภาฯ’ กลไกหลัก! ต้องสร้างงานรูปธรรม-เชื่อมภาคีเครือข่าย
นายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวเน้นย้ำว่า สภาองค์กรชุมชนคือกลไกสำคัญที่สุดของ พอช. ที่จะต้องมีการออกแบบและจัดรูปแบบการทำงานใหม่ เพื่อผลักดันให้เกิด “เนื้องานอย่างเป็นรูปธรรม” ในพื้นที่อย่างแท้จริง! โดยคุณค่าของสภาฯ คือการเป็นแหล่งเรียนรู้ สะท้อนปัญหา และรวมพลังชาวบ้านเพื่อแก้ไขวิกฤติต่างๆ พร้อมชี้ว่าสภาฯ จะต้องตั้งรับ ปรับตัว และสร้างความร่วมมือกับภาคีหน่วยงานอื่นๆ เพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายพลากร วงค์กองแก้ว
ชี้! สภาฯ ต้องทันโลก-หาทุนเอง-สร้างผู้นำรุ่นใหม่
นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้ทรงคุณวุฒิด้านงานพัฒนา ย้ำว่าสภาฯ ต้องเชื่อมโยงงานกับภาคประชาสังคมและต้องปรับเปลี่ยนการทำงานให้ทันต่อสถานการณ์ของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และภัยพิบัติที่เกิดขึ้น! พร้อมชี้ว่าภาคประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมต่อการเลือกตั้งของประเทศเพื่อเป็นแรงผลักดันเชิงโครงสร้าง
นายธีรพล สุวรรณรุ่งเรือง
นายธีรพล สุวรรณรุ่งเรือง เสริมว่า เนื่องจากงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. อาจมีจำกัด สภาองค์กรชุมชนจึงต้อง “จัดหาแหล่งงบประมาณเพิ่มเติม” และที่สำคัญที่สุดคือต้องให้ความสำคัญกับการ “สร้างผู้นำคนรุ่นใหม่” ที่มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีและเท่าทันต่อสถานการณ์โลก
ผลจากการประชุมครั้งนี้จะนำไปสู่การจัดทำแผนปฏิบัติการปี 2569 เพื่อให้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานระดับจังหวัด สร้างความยั่งยืน และความเข้มแข็งให้ชุมชน
















