จุดเริ่มต้นของความฝันที่ไม่แน่นอน
ย้อนกลับไปในปี 2555 ชาวบ้านส่วนใหญ่บนเกาะสีชังยังคงเป็นผู้เช่าบ้าน ด้วยรายได้ที่จำกัด การเก็บออมเพียงเดือนละ 50 บาท แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีบ้านเป็นของตัวเอง “เก็บไปเมื่อไหร่จะได้บ้าน” เสียงถอดถอนใจเหล่านี้ดังก้องอยู่ในใจหลายคน แม้จะเริ่มออมกันมาตั้งแต่ปี 2557 แต่ความหวังดูเลือนราง การสร้างบ้านบนเกาะไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ดินของรัฐ ทั้งป่าไม้ เจ้าท่า และเขตห้ามล่า ทำให้การขยายที่อยู่อาศัยเป็นไปไม่ได้ บ้านเก่าทรุดโทรม ครอบครัวขยายใหญ่ขึ้นแต่ไม่มีพื้นที่รองรับ นอกจากนี้ ยังเผชิญปัญหาการขาดแคลนน้ำประปา ถนนแคบ ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ ท่าเทียบเรือไม่พอ และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเหตุการณ์พายุเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 ที่ทำให้บ้านเรือนเสียหายกว่า 17 หลัง และยังคงรอการจัดสรรที่อยู่อาศัยใหม่
ชุมชนคือเจ้าของ
เอกลักษณ์ที่น่าสนใจของชุมชนนี้คือการมีส่วนร่วมของชุมชน ชาวบ้านร่วมกันออกแบบบ้านของตัวเอง โดยนำลังและสิ่งของมาจัดวางเสมือนเป็นแปลนบ้าน ทุกคนต่างนำเสนอความต้องการ ทั้งบ้านชั้นเดียวหรือสองชั้น จากนั้นจึงเริ่มเก็บออมเงินเข้าสู่กองทุนของสหกรณ์บ้านมั่นคงเกาะสีชัง จำกัด โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีสหกรณ์อย่างโปร่งใส พร้อมสลิปยืนยัน และมีการกำหนดส่งเงินทุกวันที่ 1-5 ของเดือน เพื่อเป็นค่าผ่อนชำระสินเชื่อ ค่าเช่าที่ดิน ค่าหุ้น และค่าบริหารจัดการ
ด้านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้ยื่นมือเข้ามา โดยเริ่มจากการสำรวจผู้เช่าและแนะนำโครงการ “บ้านมั่นคง” แม้จะมีเจ้าหน้าที่หลายรุ่นเข้ามาช่วยงาน แต่เส้นทางก็ไม่ได้ง่าย อดีตนายกเทศมนตรีผู้ล่วงลับ คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ ได้ติดต่อประสานงานกับกรมป่าไม้และกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่และประกาศเจตนารมณ์ที่จะสร้างบ้าน เพื่อให้ชาวบ้านทุกคนมีบ้านเป็นของตัวเอง การขออนุญาตไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องออกสื่อ ไปศูนย์ดำรงธรรมหลายครั้ง แต่ด้วยความมุ่งมั่นของผู้นำ ทำให้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งยังคงยึดมั่นในความหวัง
แม้ในช่วงแรกจะมีหลายร้อยคนที่เข้าร่วม แต่ความล่าช้าและการรอคอยที่ยาวนานตั้งแต่ปี 2555 ทำให้หลายคนถอดใจและทิ้งโครงการไป มีเพียงไม่กี่คน เช่น ป้า ปุ๋ย และเจ๊ขวัญใจ ที่ยังคงอดทนและเดินหน้าประสานงานกับ พอช. จนกระทั่งความฝันเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง บ้านเฟสแรก 42 หลัง ได้รับการสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว (ประมาณปี 2565) แต่ละหลังมีขนาด 4×7 เมตร เป็นบ้านชั้นเดียวใต้ถุนสูง ทำให้สามารถปรับเป็นสองชั้นได้ วัสดุก่อสร้างบนเกาะมีราคาแพงเพราะต้องขนส่งทางเรือ ทำให้บ้านหนึ่งหลังมีมูลค่าประมาณ 400,000 บาท
ชาวชุมชนบ้านมั่นคงเกาะสีชังได้เช่าที่ดินจากกรมป่าไม้ในราคาเพียง 20 บาทต่อเดือน โดยมีสัญญาเช่า 30 ปี เพราะเป็นโครงการเพื่อคนยากไร้ และเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต สหกรณ์ยังได้ซื้อที่ดินจากเอกชนเพิ่มอีกจำนวนหนึ่งสำหรับเฟส 2 ซึ่งแต่ละครัวเรือนร่วมกันออกเงินสมทบ 13,300 บาท
บ้านมั่นคงชีวิตที่เปิดกว้าง
วิถีชีวิตของชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงผูกพันกับการประมงและการค้าขาย ทั้งการออกเรือหาปลา และการค้าขายแบบรถซาเล้งเคลื่อนที่ หรือร้านค้าเล็กๆ ปัจจุบัน ชาวบ้านกว่า 200 คน ได้อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเอง ทุกหลังมีทะเบียนบ้าน ดำเนินการผ่านสหกรณ์ และยังมีการปันผลกำไรคืนให้สมาชิกทุกปี ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญให้กับผู้ที่ผ่อนชำระดี
อนาคตของบ้านมั่นคงเกาะสีชังยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย เฟสสองกำลังรอสมาชิกผู้ร่วมโครงการออมเงินให้ครบ 10% ของราคาบ้าน (ประมาณ 39,000-40,000 บาท) แม้สมาชิกที่ออมได้จริงยังมีจำนวนน้อย แต่ พอช. ก็พร้อมที่จะเดินหน้าสร้างเท่าที่มี
ความฝันของชุมชนนอกจากมีบ้าน พวกเขายังต้องการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน โดยอยากจะมีร้านค้าและตลาด มีการอบรมเพิ่มทักษะและสร้างรายได้เสริม มีแพลตฟอร์มสื่อสารเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น เพจ Facebook หรือ TikTok รวมถึงการนำเที่ยวในชุมชน
บ้านมั่นคงเกาะสีชัง คืออีก1บทเรียนด้านการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัย ทำให้พลังของชุมชนในการรวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหา และบทบาทขององค์กรสนับสนุนที่เข้ามาเติมเต็ม “เกาะสีชัง” ให้ฝันของชาวชุมชนคนไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจริง บนเกาะแห่งนี้



















