3 เสาหลักเพื่อสังคม ‘พอช.-สกช.-สช.’ จับมือใหญ่! ระดมผู้นำกว่า 60 ชีวิต จาก 5 จังหวัดทั่วไทย เข้าเวิร์คช็อปเข้มข้น หวังสร้างกลไกขับเคลื่อนระดับจังหวัด ปลดล็อกปัญหาปากท้องเกษตรกร พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบ้าน ให้พ้นความเหลื่อมล้ำและยากจนอย่างยั่งยืน
กรุงเทพฯ – 3 กรกฎาคม 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับ สภาองค์กรชุมชน จัดเวที “WORKSHOP กลไกการดำเนินงานจังหวัดนำร่อง 5 จังหวัด” ภายใต้ความร่วมมือครั้งสำคัญกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ (สกช.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) โดยมีผู้นำชุมชนจากสภาเกษตรจังหวัด ผู้นำสมัชชาสุขภาพ และผู้นำสภาองค์กรชุมชน จาก 5 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ พะเยา สกลนคร ประจวบคีรีขันธ์ จันทบุรี และตรัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากทั้ง 3 หน่วยงาน เข้าร่วมรวมกว่า 60 คน ณ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
ในการจัดเวทีครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากบันทึกความร่วมมือที่ พอช. และสภาองค์กรชุมชน ได้ลงนามร่วมกับ สกช. และ สช. เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาและผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชน สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดเวที ถือเป็นโอกาสอันดีที่ 3 หน่วยงาน ซึ่งมีภารกิจตรงกันในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งของชุมชน จะได้ร่วมกันหาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและเกษตรกรให้ดีขึ้น พร้อมทั้งใช้พื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด เป็นเป้าหมายในการสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจในทิศทางและเป้าหมายการขับเคลื่อนงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดการออกแบบการปฏิบัติการร่วมในพื้นที่ให้บรรลุเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
นายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า พอช. มุ่งมั่นที่จะผลักดันและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ผ่านกลไกความร่วมมือของหน่วยงานภาคี ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนกับพื้นที่ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาความยากจน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
แผนแม่บทเกษตรกรฯ สู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่นำร่อง
นายภูผา บัวบุญ จากสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้นำเสนอความเป็นมาและรายละเอียดของบันทึกความร่วมมือ โดยระบุว่า เป้าหมายคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและเกษตรกรให้ดีขึ้น สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และต่อเนื่องด้วยฉบับที่ 14 ความร่วมมือนี้จะขับเคลื่อนตามแผนแม่บทเกษตรกรแห่งชาติ ผ่านกลไกในระดับชาติและระดับพื้นที่ โดยมีพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัดเป็นสำคัญ จะมีการรับฟังความคิดเห็นจากพื้นที่ เพื่อใช้ในการผลักดันนโยบายระดับชาติ และจัดตั้งคณะทำงานในจังหวัดเพื่อรวบรวมประเด็นปัญหาและข้อเสนอเชิงนโยบายจากพื้นที่ นำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เสวนาเข้ม! “ภาคประชาชน” หัวใจขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ
“แนวคิด แนวทางความร่วมมือในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนและการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเชิงประเด็นและเชิงพื้นที่ ภายใต้บันทึกความร่วมมือ (MOU)” โดยมีผู้ร่วมเสวนาจาก สกช. สช. และ พอช. ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับเคลื่อนงานในพื้นที่
ผศ.ทศพล สมพงษ์ ผู้นำสภาเกษตรกรจังหวัดสกลนคร เน้นหลักการขับเคลื่อนภาคประชาสังคม ให้เป็นหุ้นส่วนสำคัญในการพัฒนาชุมชนทุกด้าน และสร้างกระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม โดยเน้นการสร้างเป้าหมายร่วมและผลักดันการขับเคลื่อนงานจากระดับพื้นที่
นางสาววิภาศศิ ช้างทอง ผู้นำสภาองค์กรชุมชน ชี้บทบาทของสภาองค์กรชุมชนในการจัดทำแผนพัฒนาตำบล บรรจุในแผนงานท้องถิ่น และประสานงานเพื่อรับงบประมาณสนับสนุน สภาองค์กรชุมชนจะเป็นพื้นที่กลางให้คนในตำบลได้พูดคุย แลกเปลี่ยน และร่วมกันแก้ไขปัญหา เพื่อพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งในทุกด้าน
นายประดิษฐ์ เลี้ยงอยู่ ผู้นำสมัชชาสุขภาพจังหวัดพะเยา กล่าวถึงกระบวนการสร้างสมัชชาสุขภาพจังหวัดเพื่อส่งเสริมสุขภาวะแบบองค์รวม โดยใช้ข้อเสนอจากสมัชชาจังหวัดเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางอาหาร และการสร้างเกษตรที่เป็นธรรม 18พร้อมใช้กลไกสภาองค์กรชุมชนหนุนเสริมการขับเคลื่อนงานในพื้นที่
5 จังหวัดนำร่อง จัดแผนปฏิบัติการฯ “แนวทางความร่วมมือและทิศทางการขับเคลื่อนงานร่วมกันในพื้นที่”
พะเยา มีแผนต่อยอดจาก 3 องค์กร ใช้เครือข่ายเชื่อมโยงสร้างบ้านแปงเมืองขับเคลื่อนงาน เน้นบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ สร้างนวัตกรรม และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะร่วมกับอีก 4 จังหวัดนำร่อง
ตรัง มีแผนจัดตั้งคณะทำงานจาก 3 องค์กร จัดเวทีรับฟังปัญหาในจังหวัดและระดับโซน วางแผนปฏิบัติการตามแผนแม่บท และจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ร่วมกับหน่วยงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
จันทบุรี เห็นปัญหาผลผลิตทางการเกษตรและเกษตรกรเป็นแรงกระตุ้นความร่วมมือกับทั้ง 3 องค์กร เน้นความมั่นคงทางอาหาร การรักษาสุขภาพ ที่อยู่อาศัย และการศึกษาของเด็กเยาวชน โดยใช้ข้อมูลพื้นที่เป็นเครื่องมือขับเคลื่อน
ประจวบคีรีขันธ์ มีคณะทำงานเป็นกลไกกลางหนุนเสริมการพัฒนาด้านเกษตรกรและสุขภาพ ใช้เวทีกลางกำหนดประเด็นการพัฒนา ขับเคลื่อนงาน และหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น โดยมีภาคประชาชนเข้ามีส่วนร่วม
สกลนคร สนับสนุนแนวคิดการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ BCG เป็นหลักขับเคลื่อนร่วมกับ 3 องค์กร ใช้พื้นที่ที่มีต้นทุนเดิมอยู่แล้ว วิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน จัดทำแผนบูรณาการ และผลักดันให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ
หน่วยงานหนุนเต็มที่! ผลักดันสู่รูปธรรม ลดเหลื่อมล้ำ สร้างชุมชนเข้มแข็ง
เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ย้ำบทบาทของสภาเกษตรกรจังหวัดในการเป็นเวทีสะท้อนปัญหาประชาชนและการพัฒนานโยบายเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14. ด้าน
ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ระบุว่า สช. จะใช้ 5 จังหวัดนำร่องเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพและใช้เครื่องมืออย่างธรรมนูญสุขภาพและสมัชชาต่างๆ
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. เน้นย้ำว่าพื้นที่นำร่องทั้ง 5 จังหวัดจะต้องสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยประสานความร่วมมือและทำงานแบบมีส่วนร่วมและบูรณาการ. เวที WORKSHOP นี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างกลไกขับเคลื่อนร่วมกัน















