“ปัญหาที่อยู่อาศัยบนที่ดิน รฟท. กำลังจะคลี่คลาย คมนาคมผนึกกำลัง พอช. เร่งเครื่องแก้ไขสัญญาเช่า ส่งมอบพื้นที่ พร้อมปูทางบ้านใหม่ให้คนไทยนับพันครัวเรือน! จับตาผลประชุมบอร์ด อทส. ปมค่าบริการ ปรับแก้ข้อกำหนด รฟท. และความหวังใหม่ของชาวชุมชนริมทาง”
ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
กรุงเทพฯ/26 มิถุนายน 2568 –นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยและกรรมการบริหารบริษัทเอสอาร์ที แอสเสท จำกัด นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. ดร.รวิศว์ ขันชะลี ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทเอสอาร์ที แอสเสท จำกัด พร้อมด้วย คณะกรรมการจากส่วนหน่วยต่าง ๆ ตัวแทนเครือข่ายชุมชนริมรางรถไฟ เข้าร่วมหารือและติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยบนที่ดินของการรถไฟฯ ณ ห้องประชุมคมนาคม ชั้น 4 อาคาร 2 กระทรวงคมนาคม
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์
ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติสำคัญหลายประเด็น เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนและนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะในกลุ่มชุมชนเดิมและแผนการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่
นายสยาม นนท์คำจันทร์
รฟท. รับไม้โอนสัญญาเช่าที่ดิน 63 ฉบับ คาดแล้วเสร็จ ต.ค.นี้
สำหรับ ประเด็นที่ 1 การบริหารสัญญาเช่าที่ดิน รฟท. ของกลุ่มชุมชนเดิม 63 ฉบับ ที่ประชุมมีมติให้โอนย้ายสัญญากลับไปยัง รฟท. เพื่อเร่งแก้ไขข้อติดขัดเรื่องการแจ้งยอดชำระค่าเช่า และดำเนินการต่ออายุสัญญาเช่าให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะเปลี่ยนถ่ายการบริหารสัญญาให้ อทส. เข้ามาดูแลต่อไป โดยกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินงานดังนี้
- ภายในเดือน ส.ค. 68: รฟท. แจ้งยอดชำระค่าเช่าที่ดินมายัง พอช.
- ภายในเดือน ก.ย. 68: พอช. ตรวจสอบยอดชำระค่าเช่าและดำเนินการชำระค่าเช่า
- ภายในเดือน ต.ค. 68: รฟท. ดำเนินการต่ออายุสัญญาเช่าที่ดินของกลุ่มชุมชนเดิมให้เรียบร้อย
จี้ “อทส.” ทบทวนค่าบริการ ปมขัดมติ ครม.
ประเด็นที่ 2 การส่งมอบสัญญาเช่าที่ดิน รฟท. จากผู้ให้เช่า รฟท. อทส. ที่ประชุมพบว่ายังมีข้อติดขัดเรื่องการคิดอัตราค่าบริการเพื่อบริหารสัญญาเช่าที่ดินของ อทส. ซึ่งมีการบวกเพิ่มจากอัตราค่าเช่า ทำให้ขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำหนดให้ชุมชนเช่าที่ดินในอัตรา 9-25 บาท ดังนั้น ที่ประชุมจึงมอบหมายให้ อทส. เร่งรัดการประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เพื่อพิจารณาการคิดอัตราค่าบริการดังกล่าวโดยเร็ว รวมถึงเร่งรัดการส่งมอบสัญญาเช่าที่ดินให้ อทส. และ พอช. เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ แก่ชุมชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
รฟท. รับผิดชอบการยื่นเช่าที่ดิน เตรียมบ้านใหม่ 2,300 ครัวเรือน ปี 69
ประเด็นที่ 3 การยื่นเช่าที่ดิน รฟท. เพื่อให้ทันต่อแผนการพัฒนาโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยฯ ประจำปีงบประมาณ 2569 (เป้าหมาย 2,300 ครัวเรือน) ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้ รฟท. รับผิดชอบดำเนินการ โดยให้ประสานงานและทำงานควบคู่ไปกับ อทส. พร้อมทั้งมอบหมายให้คณะทำงานชุดย่อยเร่งกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ พิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานชุดย่อย (ประเด็นที่ 4) เพื่อดำเนินงานในรายละเอียดและแก้ไขข้อติดขัดต่างๆ โดยกำหนดนัดหมายการประชุมคณะทำงานชุดย่อยครั้งแรกในวันพุธที่ 9 กรกฎาคม 2568 และจะจัดประชุมอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน
พิธีส่งมอบสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย
เร่งแก้ปัญหาชุมชนเดิม “พระราม 6 – พุทธมณฑลสาย 2″
ในส่วนของ ประเด็นที่ 5 รายละเอียดชุมชนเดิมที่มีข้อติดขัด ที่ประชุมได้มีมติเร่งรัดการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าสำหรับบางชุมชน ได้แก่:
- ชุมชนพระราม 6: รฟท. จะนำเสนอต่อคณะกรรมการการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาการผ่อนชำระ การปรับอัตราค่าเช่าใหม่ และการต่อสัญญาเช่า
- ชุมชนพุทธมณฑลสาย 2: รฟท. จะเร่งรัดติดตามฝ่ายโยธาฯ เพื่อเร่งออกเอกสาร ทด. 3 ให้กับชุมชน ซึ่งจะชี้แจงความคืบหน้าให้ทราบภายในวันพุธที่ 9 กรกฎาคม 2568
ที่ประชุมยังได้หารือถึง ประเด็นที่ 6 การแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญาเช่าที่ดินให้สอดคล้องกับระเบียบ ครก. 2543 ซึ่ง รฟท. จะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบในวันพุธที่ 9 กรกฎาคม 2568 พร้อมพิจารณากลั่นกรองรายละเอียด และจะเร่งประสานกับรองปลัดกระทรวงคมนาคมเพื่อแก้ไขประเด็นนี้โดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึง ประเด็นที่ 7 กรอบระยะเวลาขออนุญาตขุดดิน/ถมดิน และก่อสร้าง ที่เดิมใช้เวลานานถึง 8 เดือน – 1 ปี โดยขอให้กำหนดกรอบเวลาให้รวดเร็วขึ้น รวมถึง ประเด็นที่ 8 การส่งมอบพื้นที่เช่า ซึ่งมอบหมายให้ พอช. ประสานงานกับฝ่ายโยธาฯ ส่วนกลาง สารวัตรแขวงบำรุงทาง (สบท.) และเจ้าหน้าที่โยธาฯ ในแต่ละพื้นที่
และสุดท้าย ประเด็นที่ 9 ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการเวียนวาระการประชุมให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายพิจารณาก่อนการประชุมคณะกรรมการฯ ในครั้งต่อไป เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและราบรื่นมากยิ่งขึ้น



















