จ.มหาสารคาม / 19-20 มิถุนายน 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดโครงการ “การพัฒนานักสื่อสารชุมชน” หรือ “ชุมชนฮิ้ววว” โดยจัดกิจกรรมทั้งหมด 5 ภาค เน้นคนรุ่นใหม่และผู้นำในพื้นที่ ที่สนใจพัฒนาด้านการสื่อสาร Content ยุคใหม่ โดยเวทีนี้เป็นเวทีที่3 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นพี่น้องขบวนองค์กรชุมชนและผู้สนใจ โซนภาคอีสาน เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะให้กับคนในชุมชนสามารถเล่าเรื่อง ถ่ายทอดอัตลักษณ์ และเป็นกระบอกเสียงให้กับบ้านเกิดของตนเองได้อย่างมีพลัง โดยมี กฤษฎิ์ บุญสาร บรรณาธิการเพจ “ลาวเด้อ” เป็นผู้จัด Workshop ในหลักสูตร “สร้าง content ให้ปัง เขียนให้โดน อย่างมืออาชีพ” โดยใช้ Canva AI เป็นวิทยากรในการจัดกรรมในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 30 คน ณ บ้านสวนซุมแซง ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม
กฤษฎิ์ บุญสาร บรณณาธิการเพจ “ลาวเด้อ”
“เปิดมิติใหม่การสร้างสรรค์เนื้อหา: เมื่อ Canva ผนึกกำลังกับ ChatGPT”
กฤษฎิ์ บุญสาร บรณณาธิการเพจ “ลาวเด้อ” กล่าวว่า ในยุคที่การสื่อสารต้องรวดเร็ว สะดุดตา และมีประสิทธิภาพ การผลิตเนื้อหาเชิงภาพและข้อความไม่ใช่เพียงเรื่องของนักออกแบบมืออาชีพอีกต่อไป เมื่อแอปพลิเคชัน Canva และ ChatGPT ได้กลายเป็นเครื่องมือคู่ใจของนักสื่อสารยุคใหม่ ที่สามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างลงตัวและทรงพลัง
ChatGPT เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยสร้างเนื้อหาอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการร่างบทความ คิดคำโปรย คำโฆษณา หรือสคริปต์วิดีโอ โดยผู้ใช้สามารถสื่อสารเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ และกำหนดโทน น้ำเสียง หรือจุดประสงค์ของเนื้อหาได้อย่างยืดหยุ่น
ขณะที่ Canva เป็นแพลตฟอร์มออกแบบกราฟิกที่ใช้งานง่าย เพียงไม่กี่คลิกก็สามารถสร้างสรรค์โปสเตอร์ อินโฟกราฟิก พรีเซนเทชัน หรือโฆษณาสื่อออนไลน์ที่สวยงามได้ แม้ไม่มีพื้นฐานด้านการออกแบบ
เมื่อสองแอปนี้ถูกนำมาใช้งานร่วมกัน จึงเกิด “พลังคูณสอง” ที่ตอบโจทย์ทั้งด้าน ความคิดสร้างสรรค์ และ ความเร็วในการผลิตเนื้อหา ดังนี้ 1.ประหยัดเวลาและทรัพยากร: ChatGPT ช่วยคิดเนื้อหา ข้อความ หัวข้อหลัก-หัวข้อรอง และคำบรรยาย พร้อมสำหรับนำไปใช้ใน Canva ทันที ไม่ต้องเสียเวลาร่างคำเอง 2.เนื้อหาสวยงามและมืออาชีพ: เมื่อนำข้อความจาก ChatGPT มาวางในเทมเพลตของ Canva ผู้ใช้จะได้ผลงานที่น่าเชื่อถือทั้งด้านภาษาและการออกแบบ 3.ปรับแก้ง่ายตามโจทย์: ไม่ว่าจะเป็นงานประชาสัมพันธ์ โครงการชุมชน หรือเนื้อหาเชิงรณรงค์ ผู้ใช้สามารถขอให้ ChatGPT แก้ไขเนื้อหาให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย แล้วนำไปจัดวางใน Canva ได้แบบเรียลไทม์ 4.ใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา: ทั้งสองแอปเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ ผู้ใช้สามารถทำงานร่วมกันข้ามอุปกรณ์ หรือทำงานแบบทีมได้อย่างคล่องตัว
ด้วยข้อดีเหล่านี้ Canva และ ChatGPT จึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือ แต่คือ “ผู้ช่วยเบื้องหลัง” ที่ช่วยขับเคลื่อนภารกิจการสื่อสารของภาคประชาชน องค์กรชุมชน หรือหน่วยงานพัฒนาได้อย่างมีพลัง สร้างสรรค์ และเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าที่เคย กฤษฎิ์ กล่าวโดยสรุป
ธิปไตย ฉายบุญครอง เจ้าหน้าที่สื่อสารการพัฒนาอาวุโสจาก พอช.
ปั้นนักเล่าเรื่องภาคอีสาน ดันเวที “ชุมชนฮิ้ววว” สื่อสารบ้านเกิดด้วยใจและไอเดียใหม่
ธิปไตย ฉายบุญครอง เจ้าหน้าที่สื่อสารการพัฒนาอาวุโสจาก พอช. ได้กล่าวถึงบทบาทอันสำคัญยิ่งของนักสื่อสารชุมชนไว้ว่า พี่น้องคือ “กระบอกเสียง” ที่แท้จริงของคนในพื้นที่ ในการถ่ายทอดเรื่องราว ของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีๆ ที่น่าภูมิใจ หรือแม้แต่ สะท้อนปัญหา ที่ต้องการให้คนมาช่วยกันแก้ รวมถึงการ นำเสนอศักยภาพ ที่ซ่อนอยู่ในชุมชนให้คนภายนอกได้รับรู้ การเล่าเรื่องแบบง่ายๆ เข้าใจง่าย และน่าเชื่อถือ จะช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างคนในพื้นที่กับคนภายนอก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา
ธิปไตย กล่าวต่อ ในยุคดิจิทัลที่ข่าวสารมีความสำคัญหลายต่อการเปลี่ยนแปลงสังคม นักสื่อสารชุมชนจึงไม่ได้เป็นแค่ผู้ส่งข่าวสาร แต่ยังเป็นผู้เชื่อมโยงชุมชนกับโลกภายนอก พี่น้องจะทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ “บ้านเฮา” ด้วยภาษาของคนในพื้นที่ สร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ และที่สำคัญคือ โอกาสในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ให้เกิดขึ้นในชุมชน
เป้าหมายสำคัญก็คือการ เสริมพลังให้พี่น้องในชุมชนสามารถใช้การสื่อสารเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสังคมอย่างสร้างสรรค์ โดยเน้นไปที่ 3 หัวใจหลัก คือ “สื่อสารให้ชัด” ด้วยข้อมูลที่น่าเชื่อถือ “เล่าเรื่องให้ใช่” อย่างเข้าใจวิถีชีวิตท้องถิ่น และ “จุดไฟให้ชุมชน” ผ่านการสื่อสารที่สร้างแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจในบ้านเกิด เวที “ชุมชนฮิ้ววว” เป็นการปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้ลุกขึ้นมาเป็น “นักสื่อสารชุมชน” ที่ใช้สื่อเพื่อสร้างความเข้าใจ เชื่อมโยงภายในชุมชน และเชื่อมโยงชุมชนกับโลกภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธิปไตย กล่าวทิ้งท้าย
สุเมธ ปานจำลอง นักพัฒนาและนักปฏิบัติการทางสังคมรุ่นใหญ่
“ซุมแซง”: รากฐานชีวิตที่มั่นคง…จากหัวใจนักพัฒนาคนอีสาน
ลุงต้อย หรือ สุเมธ ปานจำลอง นักพัฒนาและนักปฏิบัติการทางสังคมรุ่นใหญ่ หัวเรือใหญ่ผู้ก่อร่างสร้าง “ซุมแซง” ผู้ซึ่งสั่งสมประสบการณ์ทำงานกับชาวบ้านชายขอบมากว่า 40 ปี ลุงต้อยได้ถ่ายทอดแนวคิดเรื่อง การพึ่งตนเอง การพัฒนาชุมชน และวัฒนธรรมอีสาน โดยเล่าให้ฟังว่า สำหรับคนอีสานแล้ว “ซุมแซง” ไม่ได้หมายถึงแค่ “กลุ่ม” หรือ “เครือข่าย” ทั่วไป แต่ลึกซึ้งกว่านั้น มันคือ ความผูกพันทางใจ ทางสายเลือด และอุดมการณ์ ที่หลอมรวมผู้คนหลากหลายให้มาใช้ชีวิต เรียนรู้ และลงมือทำร่วมกัน
จากชีวิตนักพัฒนา สู่การสร้าง “ซุมแซง” ด้วยมือตัวเอง
ลุงต้อยเล่าถึงจุดเริ่มต้นของบ้านสวนแห่งนี้ว่า เป็นการกลับมาทบทวนชีวิตหลังจากทำงานด้านพัฒนาชุมชนมาอย่างยาวนาน แต่กลับไม่เคยได้ลงมือทำเพื่อชีวิตตัวเองอย่างแท้จริง จึงตัดสินใจซื้อที่ดินเล็กๆ ผืนหนึ่ง แล้วค่อยๆ ปรับพื้นที่ให้กลายเป็น ศูนย์เรียนรู้การพึ่งตนเอง พื้นที่เกษตรอินทรีย์ และเป็น ศูนย์ประสานงานของเครือข่ายหลากหลาย ตั้งแต่นักกิจกรรม ชุมชน ไปจนถึงองค์กรภาคประชาสังคม โดยยึดหลัก 3 ข้อสำคัญ คือ: ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (สีเขียว): ทุกกิจกรรมใน “ซุมแซง” ให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ: สร้างรายได้จากฐานรากบนวิถีพอเพียง ความงดงามของศิลปะและอัตลักษณ์ท้องถิ่น: เชิดชูคุณค่าของวัฒนธรรมอีสาน
“ซุมแซง” ไม่ใช่แค่สวน แต่เป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ
ลุงต้อย เล่าให้ฟังอีกว่า สิ่งที่ทำให้ “ซุมแซง” โดดเด่น คือการเป็น พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ลุงต้อยเปิดโอกาสให้ลูกหลาน รวมถึงคนรุ่นใหม่จากหลากหลายภูมิหลัง ได้เข้ามาเรียนรู้ ฝึกงาน และทดลองใช้ชีวิตจริงผ่านกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผักอินทรีย์ ขายปลาส้ม ทำอาหารอีสานปลอดผงชูรส ไปจนถึงการออกแบบร้านกาแฟให้เข้ากับธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น คาเฟ่ “บ้านบ้าน” ที่ตั้งอยู่ในสวน จึงกลายเป็นแหล่งดึงดูดวัยรุ่น ด้วยความเรียบง่ายแต่มีรสนิยม พร้อมแนวคิดลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังบรรยากาศสบายๆ สิ่งที่น่าสนใจคือการผสมผสานแนวคิดแบบองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) เข้ากับธุรกิจชุมชนได้อย่างลงตัว โดยไม่ละทิ้งอุดมการณ์ ลุงต้อยย้ำว่า “เราไม่ได้เปิดร้านเพราะอยากรวย แต่เปิดเพื่อให้มีพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่คืนกลับสู่ชุมชน” และแม้จะไม่ได้จ้างใครมารีวิว แต่ด้วยพลังของเรื่องราวและคุณภาพ ทำให้ “บ้านบ้าน” กลายเป็นไวรัลใน TikTok และโลกออนไลน์ โดยไม่ต้องพึ่งการโฆษณาเลยแม้แต่น้อย
“ซุมแซง” เป็นโมเดลการพัฒนาชีวิตที่จับต้องได้ เป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนที่อยากกลับบ้าน อยากพึ่งพาตนเอง และอยากมีชีวิตที่มีความหมายบนรากฐานของวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความเกื้อกูลกันอย่างแท้จริง ลุงต้อย เล่าทิ้งท้าย
ประสบการณ์ล้ำค่า: คอนเทนต์ชุมชน ขุมทรัพย์ที่รอการค้นพบ
น้องเตย จุฑามาศ วันไชย นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ สาขาสร้างสรรค์คอนเทนต์นวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้การการอบรมครั้งนี้คือ “การวางเทคข้อความ การพาดหัวข่าว การทำกราฟิก การทำโปรโมท” ซึ่งสอนให้เข้าใจถึงสัดส่วนและการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้คนเวลาโปรโมทงาน สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือว่าอยากจะ “พัฒนาชุมชนของเรา” เหมือนที่พี่ๆ กำลังทำอยู่ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสถานที่ท่องเที่ยว หรือพัฒนาสินค้า OTOP เพื่อช่วยเสริมสร้างรายได้ให้คนในชุมชน
น้องเตย เล่าต่อว่า การนำความรู้ไปปรับใช้ที่บ้านหรือชุมชน อย่างน่าสนใจว่า จะเริ่มจาก “วัฒนธรรมอาหาร” ในฐานะผู้เรียนด้านคอนเทนต์ มองว่า “คอนเทนต์ในชุมชนเป็นสิ่งที่น่าค้นหา” และมีอะไรให้ทำเพิ่มเติมอีกเยอะ ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้คือ “การถ่ายสิ่งที่คนในชุมชนกำลังทำ” เช่น การปลูกผัก การทำสวน หรือการทำนา จะทำให้คนเข้าถึงเรามากขึ้น เป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เพราะทุกเรื่องราวในชีวิตประจำวันสามารถกลายเป็นคอนเทนต์ที่สร้างคุณค่าและรายได้
สำหรับการอบรมครั้งนี้ “ไม่เครียดเลยค่ะ ผ่อนคลายมาก เป็นกันเอง ไม่เป็นทางการเกินไป เหมือนกับคุยกับญาติผู้ใหญ่ เพื่อนๆ พี่น้อง” เตย จุฑามาศ กล่าว
สำหรับการพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารชุมชน “ชุมชนฮิ้ววว” ยังมีกำหนดจัดอีก 2 ภาคต่อจากนี้ คือภาคกลางตะวันตก และภาคกรุงเทพปริมณฑลตะวันออก โดยมุ่งมั่นจะผลักดันให้เกิดเครือข่ายนักสื่อสารชุมชนทั่วประเทศ ที่สามารถใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน ถ่ายทอดเรื่องราว “บ้านเรา” ให้โลกรู้ ด้วยภาษาของคนในพื้นที่เอง





















