สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จับมือ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และภาคีภาคธุรกิจ เปิดตัว “วิทยาเขตสีคิ้ว” จังหวัดนครราชสีมา พัฒนาองค์ความรู้–ผู้นำชุมชน สร้างรากฐานเศรษฐกิจ–สังคมไทยให้มั่นคงในยุคดิจิทัล พร้อมเปิดทางให้เยาวชนและชุมชนท้องถิ่นเติบโตไปด้วยกัน
นครราชสีมา / 12 มิถุนายน 2568 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ และภาคีเครือข่ายภาคธุรกิจ–ภาคประชาสังคม ได้แก่ บริษัท โกร อีโควิลเลจ เขาใหญ่ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร บริษัท กานเวลา ช๊อคโกแลต จำกัด บริษัท เอส เอส เอ เน็ทเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แมนคูล เทคโนโลยี จำกัด หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา เปิดตัวหลักสูตรนำร่อง ความร่วมมือในครั้งนี้ครอบคลุมการพัฒนา “ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่” ผ่านกระบวนการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา พัฒนาหลักสูตรเชื่อมโยงระหว่างห้องเรียนและชุมชน ส่งเสริมการสร้างอาชีพ Smart Farm เกษตรอินทรีย์ และการพัฒนาท้องถิ่นบนฐานเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธานในพิธี ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ วิทยาเขตสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
เปิดตัว “วิทยาเขตสีคิ้ว”
เปิดตัว “วิทยาเขตสีคิ้ว” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อภูมิภาค
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา และตอบสนองต่อความต้องการด้านเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากศูนย์การศึกษาสู่ “วิทยาเขตสีคิ้ว” ต้นกำเนิดของวิทยาเขตแห่งนี้เริ่มต้นจาก “ศูนย์การศึกษาสีคิ้ว” ซึ่งเกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้บริหารในอดีต ที่ร่วมบุกเบิกการขยายโอกาสทางการศึกษาในภูมิภาคมายาวนานกว่า 30 ปี สร้างบุคลากรระดับปริญญาโทที่มีบทบาทสำคัญทั้งในภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวขอบคุณผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดหาที่ดินและผลักดันสถานะทางกฎหมายให้กับวิทยาเขต พร้อมเน้นว่า วิทยาเขตแห่งนี้จะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลของประเทศ ซึ่งปัจจุบันไทยยังมีบุคลากรด้านนี้เพียง 1% เทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว
รัฐบาลมีนโยบาย “The Growth Engine of Thailand” ที่มุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ความมั่นคงไซเบอร์ และการพัฒนาทักษะบุคลากร ซึ่งนิด้าสามารถมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจเหล่านี้ได้
ทั้งนี้ วิทยาเขตนิด้าสีคิ้วยังได้รับการยกย่องในความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่น และถูกคาดหวังให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาผู้บริหารภาครัฐ-เอกชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอนาคต
ศาสตราจารย์ ดร.ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์ อธิการบดี NIDA
“การพัฒนาชุมชน ไม่ใช่เรื่องของ ‘การให้’ แต่คือ ‘การเติบโตไปด้วยกัน’ บนฐานความรู้และโอกาสที่เท่าเทียม”
ศาสตราจารย์ ดร.ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์ อธิการบดี NIDA กล่าวว่า การจัดตั้งวิทยาเขตสีคิ้วได้รับแรงผลักดันสำคัญจากสภาสถาบัน โดยเฉพาะ ดร.จุรี วิจิตรวาทการ, คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และ ดร.เปรมประชา ศิริพานิช รวมถึงอดีตและปัจจุบันผู้บริหารในพื้นที่ อาทิ ท่านประเสริฐ จันทรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งเป็นศิษย์เก่าผู้สนับสนุนหลักอีกท่าน
จากห้องเรียนสู่แปลงเกษตร
จุดเด่นของ MOU ครั้งนี้คือ การเชื่อมโยง “ห้องเรียน” เข้ากับ “ชุมชน” โดยมีเป้าหมายหลัก 5 ข้อ ได้แก่ 1.สร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วม สำหรับนักศึกษา ผู้นำชุมชน และเครือข่ายองค์กร ผ่านการฝึกงาน ดูงาน และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ 2.ร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ที่ตอบโจทย์ชุมชนจริง ไม่ใช่แค่ผลงานวิชาการบนหิ้ง 3.บริการวิชาการแก่สังคม ครอบคลุมทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน 4.ส่งเสริม Smart Farm และเกษตรอินทรีย์ ที่ใช้เทคโนโลยีเสริมรายได้และสุขภาพ 5.สร้างสังคมสุขภาพดีด้วยอาหารปลอดภัย จากแปลงเกษตรต้นแบบ
นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานกรรมการ GROW Ecovillage
“Smart Farm จะเป็นห้องทดลองกลางแจ้ง ที่คนรุ่นใหม่กับคนท้องถิ่นได้ร่วมเรียนรู้ และพัฒนาไปพร้อมกัน” นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานกรรมการ GROW Ecovillage
ความร่วมมือที่ “มีชีวิต”ข้อตกลงฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงเอกสารที่วางอยู่ในแฟ้ม แต่เป็นกลไกที่ “มีชีวิต” เพราะเปิดช่องให้ทั้งทุกฝ่ายปรับเปลี่ยน เพิ่มเติม หรือยุติความร่วมมือได้ตามบริบทของแต่ละกรณี ภายใต้ระยะเวลา 3 ปี และดำเนินการด้วยหลักการ “เห็นชอบร่วม” เท่านั้น
“พอช. จับมือ นิด้า ยกระดับผู้นำชุมชน สร้างรากฐานประเทศที่เข้มแข็ง”
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การยกระดับความร่วมมือระหว่าง “พอช.” และ “นิด้า” ถือเป็นนิมิตหมายที่สำคัญในการสร้างผู้นำชุมชนรุ่นใหม่อย่างเป็นระบบ พอช. มีภารกิจหลักในการพัฒนาผู้นำองค์กรชุมชนให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ โดยยึดหลัก “ถ้าชุมชนเข้มแข็ง ประเทศจะไปรอด” ในขณะเดียวกัน นิด้าเองก็เป็นสถาบันแห่งปัญญา ที่มีบทบาทในการผลิตผู้นำระดับชาติสู่สากล ความร่วมมือระหว่างสองสถาบันจึงเป็นการผนึกกำลังของ “ภูมิปัญญาชุมชน” กับ “ภูมิปัญญาทางวิชาการ” เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นายกฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช. ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ
หนึ่งในพื้นที่ต้นแบบที่ได้รับการกล่าวถึงคือ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีองค์กรชุมชนใน 332 ตำบล โดยมีเป้าหมายในการยกระดับผู้นำในพื้นที่ผ่านชุดองค์ความรู้ที่พอช. และนิด้าจะพัฒนาร่วมกัน ทั้งนี้ ผู้นำชุมชนส่วนใหญ่ในปัจจุบันอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป และกำลังเข้าสู่ช่วงเกษียณ ส่งผลให้เกิด “วิกฤตผู้นำ” ในระดับชุมชน จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้าง “ผู้นำรุ่นใหม่”
“บันได 3 ขั้น” ที่พอช.กำลังดำเนินการร่วมกับพันธมิตรได้แก่ 1.การพัฒนา “ผู้นำฟันน้ำนม” ผ่านศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ด้วยหลักสูตรไฮสโคป ที่ส่งเสริมวินัย ความอดทน และทักษะชีวิต ซึ่งพอช.ได้ดำเนินการในกว่า 60 ศูนย์ทั่วประเทศ 2.การส่งเสริมเยาวชนนอกระบบการศึกษา จากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่า มีเยาวชนกว่า 1.25 ล้านคนที่อยู่นอกระบบ ซึ่งถือเป็นโอกาสในการพัฒนาให้กลุ่มนี้กลายเป็นผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ 3.การพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องระดับอุดมศึกษา โดยความร่วมมือกับนิด้าและสถาบันอื่น ให้สามารถเก็บสะสมหน่วยกิตจากหลักสูตรการอบรมไปต่อยอดในระดับปริญญาตรีและโท เช่น คณะพัฒนาสังคม นิด้า สามารถเทียบโอนเป็น 18 หน่วยกิตได้
“เราจะสร้างผู้นำที่มีทั้งอุดมการณ์และอาชีพ ไม่ใช่ผู้นำกระเป๋าแห้งอีกต่อไป ผู้นำรุ่นใหม่ต้องมีทักษะการนำ การสร้างอาชีพ และการยกระดับรายได้ให้ชุมชนได้จริง” นายกฤษดากล่าว
การร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคธุรกิจเพื่อสังคมในครั้งนี้ เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านแนวคิดการพัฒนาแบบ “จากบนลงล่าง” สู่ “การเติบโตเคียงข้างกัน” บนฐานของปัญญา ทุนชุมชน และความเข้าใจในพื้นที่อย่างแท้จริง



















