สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.จับมือกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมประชุมหารือกำหนดยุทธศาสตร์ร่วม ยกระดับการปรับตัวของชุมชนต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ พร้อมผลักดันพื้นที่นำร่องและขับเคลื่อนแผนงานเชิงระบบทั่วประเทศ
ประชุมหารือกำหนดยุทธศาสตร์ร่วม ยกระดับการปรับตัวของชุมชน
กรุงเทพฯ/4 มิถุนายน 2568 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้จัดประชุมหารือเพื่อวางแผนความร่วมมือในการขับเคลื่อนการป้องกันและปรับตัวต่อผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ ภายใต้เป้าหมายสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศณ ห้องประชุมกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
นายโกเมศ พุทธสอน
นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การหารือครั้งนี้จุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่สำคัญ เพื่อสร้างกลไกกลางในการประสานพลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศอย่างมีแบบแผน ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน
นายวิริยะ แต้มแก้ว
นายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า สถาบันฯ ได้ดำเนินการสนับสนุนองค์กรชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านกลไก “สภาองค์กรชุมชน” ซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า 7,000 ตำบลทั่วประเทศ โดยได้พัฒนาแผนงานระดับตำบล ระดับอำเภอ และระดับภูมินิเวศเพื่อรองรับความเสี่ยงและปรับตัว
ผู้เข้าร่วมประชุมกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมฯ
นายวิริยะ กล่าวต่อ พอช. อาทิ โครงการบ้านมั่นคงที่ยังมีข้อจำกัดในการนำแนวคิดธรรมชาติเพื่อการปรับตัว (Nature-based Solutions) มาใช้ รวมถึงความเหลื่อมล้ำด้านสภาพภูมิอากาศในกลุ่มเปราะบาง และความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดการที่อยู่อาศัย
นายทองสุข สีลิด ประธานคณะกรรมการดำเนินการสภาองค์องค์กรชุมชน :กล่าวถึงบทบาทของสภาองค์กรชุมชน มาจากภาคประชาชน แต่การขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ยังขาดการบูรณาการการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่อย่างแท้จริง ด้านงบประมาณลดลงอย่างต่อเนื่องซึ่ง ความมุ่งหวังคือการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาคีทุกหน่วยงานเพื่อสร้างความผาสุขให้เกิดขึ้นกับคนในชุมชน ด้านการทำงานสภาองค์กรชุมชนมีเป้าหมายในการเป็นพื้นที่กลางการขับเคลื่อนงานทุกประเด็นงานโดยภาคประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของปัญหาลุกขึ้นมาจัดการปัญหาและบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ จุดศูนย์กลางในการขับเคลื่อนงาน 1 จังหวัด 1 โครงการ
นางเรไร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมอาสาสมัครสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงบทบาทของ “อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” (ทสม.) ซึ่งมีเครือข่ายในทุกจังหวัด และจะเป็นอีกกลไกสำคัญในการผลักดันการดำเนินงานระดับพื้นที่ พร้อมเสนอการใช้กองทุนสิ่งแวดล้อมสนับสนุนโครงการนำร่องแบบบูรณาการภายใต้แนวคิด “5 ดี” คือ ที่อยู่อาศัยดี เศรษฐกิจดี สุขภาพดี สิ่งแวดล้อมดี และสังคมดี
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นพ้องร่วมกันจัดตั้งคณะทำงาน 2 ชุด ได้แก่ คณะทำงานนโยบายระดับชาติ และคณะทำงานพัฒนาแผนงานระดับพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อออกแบบแผนงานนำร่องใน 20 ตำบลแรก จากเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศ และเชื่อมโยงการทำงานกับภาคีภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชนอย่างครบวงจร ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือครั้งสำคัญในการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วม เพื่อปักหมุดพื้นที่ต้นแบบ สร้างความรู้ พัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน และขับเคลื่อนการปรับตัวสู่ความยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต














