จ.ปัตตานี /วันที่ 21-22 พฤษภาคม 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดโครงการ “การพัฒนานักสื่อสารชุมชน” หรือ “ชุมชนฮิ้ววว” โดยจัดกิจกรรมทั้งหมด 5 ภาค เน้นคนรุ่นใหม่และผู้นำในพื้นที่ ที่สนใจพัฒนาด้านการสื่อสาร Content ยุคใหม่ โดยเวทีนี้เป็นเวทีที่สอง จัดที่พื้นที่ภาคใต้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นพี่น้องขบวนองค์กรชุมชนโซน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะให้กับคนในชุมชนสามารถเล่าเรื่อง ถ่ายทอดอัตลักษณ์ และเป็นกระบอกเสียงให้กับบ้านเกิดของตนเองได้อย่างมีพลัง โดยมี นายกฤษฎิ์ บุญสาร บรณณาธิการเพจ “ลาวเด้อ” จัด Workshop ในหลักสูตร “สร้าง content ให้ปัง เขียนให้โดน อย่างมืออาชีพ” โดยใช้ Canva AI เป็นวิทยากรในการจัดกรรมในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 40 คน ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ต. รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี อาคารคณะวิทยาการสื่อสาร ชั้น3 ห้องห้อง A310
ในการอบรมครั้งนี้ เครื่องมือดิจิทัลอย่าง Canva และ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) APP CHAT GPT ได้ถูกนำมาใช้เพื่อเสริมศักยภาพให้กับนักสื่อสารชุมชนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในบริบทของการสร้างสรรค์เนื้อหาสมัยใหม่ Canva เป็นแพลตฟอร์มออกแบบกราฟิกออนไลน์ที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านการออกแบบมาก่อน ผู้เข้าร่วมสามารถใช้เครื่องมือนี้ในการผลิตสื่อ เช่น อินโฟกราฟิก ข่าวภาพ โปสเตอร์ และเนื้อหาโซเชียลมีเดียได้อย่างมืออาชีพ ช่วยให้การเล่าเรื่องของชุมชนมีความน่าสนใจ ชัดเจน และสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างมีพลัง
เทคโนโลยี AI ได้ถูกนำมาใช้เป็นผู้ช่วยในการเขียนข่าว ไม่ว่าจะเป็นการสรุปประเด็นจากข้อมูลดิบ การแนะนำพาดหัวข่าว การตรวจสอบคำผิด หรือการปรับสำนวนให้เหมาะสมและอ่านลื่นไหลยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นฝึกฝนการเขียนข่าวและเล่าเรื่อง การผสมผสานเครื่องมือทั้งสองนี้จึงช่วยยกระดับความสามารถของนักสื่อสารชุมชนให้สามารถผลิตเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว มีคุณภาพ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กฤษฎิ์ บุญสาร บรรณาธิการเพจ “ลาวเด้อ”
‘ชุมชนฮิ้ววว’ เสริมพลังชายแดนใต้ เล่าเรื่องชุมชนด้วยสื่อสร้างสรรค์ พลังใหม่แห่งอนาคตท้องถิ่น
กฤษฎิ์ บุญสาร บรรณาธิการเพจ “ลาวเด้อ” กล่าวถึงการเขียนยุคใหม่ร่วมกับ AI และต่อยอดงานเขียนเป็นดีไซน์ด้วย CANVA การเขียนร่วมกับ AI กลายเป็นแนวทางใหม่ที่ช่วยเสริมพลังให้กับนักเขียนและคนทั่วไปที่ต้องการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ โดย AI สามารถช่วยร่างเนื้อหา แก้ไขภาษา ตรวจคำผิด และเสนอไอเดียใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การเขียนมีความคล่องตัวและสร้างสรรค์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะเป็นผู้ช่วยที่เก่ง แต่ยังขาดความเข้าใจเชิงลึกด้านอารมณ์ วัฒนธรรม และบริบทของมนุษย์ นักเขียนยุคใหม่จึงควรใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ โดยเริ่มจากแนวคิดของตนเองและใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน ไม่ใช่แทนที่ เพื่อให้เนื้อหาที่เขียนออกมายังคงเปี่ยมด้วยความหมายและความจริงใจจากผู้เขียนอย่างแท้ทรู
ที่สำคัญไปกว่านั้น คือความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI หรือเครื่องมือดิจิทัลต่าง ๆ ในการสร้างเนื้อหาและขยายพลังเสียงของชุมชนให้กว้างไกลยิ่งขึ้น ดังนั้น นักสื่อสารชุมชนจึงไม่ใช่แค่ “ผู้ส่งสาร” แต่คือ “ผู้สร้างอนาคตของท้องถิ่น” ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง กฤษฎิ์ กล่าวในตอนท้าย
ธิปไตย ฉายบุญครอง เจ้าหน้าที่สื่อสารการพัฒนาอาวุโส พอช.
นักสื่อสารชุมชน ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาจากฐานราก
ธิปไตย ฉายบุญครอง เจ้าหน้าที่สื่อสารการพัฒนาอาวุโส พอช. กล่าวว่า นักสื่อสารชุมชน จะมีบทบาทในการเป็นกระบอกเสียงให้กับคนในพื้นที่ ถ่ายทอดเรื่องราว สะท้อนปัญหา และนำเสนอศักยภาพของชุมชนออกสู่สาธารณะ ผ่านการเล่าเรื่องในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและน่าเชื่อถือช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างคนในพื้นที่กับบุคคลภายนอก
ธิปไตย กล่าวต่อ ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนสังคม นักสื่อสารชุมชนจึงไม่เพียงเป็นผู้ส่งสาร แต่ยังเป็นผู้เชื่อมโยงชุมชนกับโลกภายนอก ถ่ายทอดเรื่องราวของ “บ้านเรา” ด้วยภาษาของคนในพื้นที่เอง สร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ และโอกาสในการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ปั้นนักเล่าเรื่องชายแดนใต้ ดันเวที “ชุมชนฮิ้ววว” สื่อสารบ้านเกิดด้วยใจและไอเดียใหม่
ธิปไตย กล่าวถึง โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมพลังให้คนในชุมชนสามารถใช้การสื่อสารเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสังคมอย่างสร้างสรรค์ โดยเน้น “สื่อสารให้ชัด” ด้วยข้อมูลที่น่าเชื่อถือ “เล่าเรื่องให้ใช่” อย่างเข้าใจบริบทท้องถิ่น และ “จุดไฟให้ชุมชน” ผ่านการสื่อสารที่สร้างแรงบันดาลใจและภาคภูมิใจในบ้านเกิด
ฮิ้ววว…ภาคใต้ ในครั้งนี้ถือเป็นเวทีปลุกพลังคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ชายแดนใต้ ให้ลุกขึ้นมาเป็น “นักสื่อสารชุมชน” ซึ่งไม่เพียงทำหน้าที่รายงานเรื่องราวในพื้นที่ แต่ยังเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ที่ใช้สื่อเพื่อสร้างความเข้าใจ เชื่อมโยงภายในชุมชนและโลกภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ ธิปไตย กล่าวทิ้งท้าย
ดร.ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา คณบดีคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวให้กำลังใจและกล่าวปิดเวทีในตอนท้าย ว่า พอช. ไม่เพียงให้โอกาสแก่ผู้ที่ออกไปทำงานภายนอก แต่ยังส่งเสริมศักยภาพของผู้ที่ยังอยู่ในขบวนการพัฒนา โดยเฉพาะการสร้างแนวคิดให้พึ่งพาตนเอง รู้จักการคิด วิเคราะห์ และการแก้ปัญหา ตลอดจนการเชื่อมโยงกับเครือข่ายและหน่วยงานรัฐเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนให้เกิดผลจริง
ในส่วนของคณะวิทยาการสื่อสาร ได้แนะนำว่ามีทั้งหมดสามสาขาหลัก ได้แก่ สาขานิเทศศาสตร์ (เน้นการผลิตสื่อดิจิทัล), สาขาการสื่อสารการตลาด (ส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการ) และสาขานวัตกรรมการออกแบบ (เน้นการใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์สื่อ) ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผู้เรียนให้มีทักษะพร้อมเป็นผู้ประกอบการและพึ่งพาตนเองได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยยกตัวอย่างศิษย์เก่าที่สามารถใช้ความรู้ในการสร้างแบรนด์สินค้าชุมชนจนสามารถจ้างงานคนในพื้นที่ได้จำนวนมาก สะท้อนถึงอิมแพ็คทางสังคมอย่างชัดเจน
ดร.ภีรกาญจน์ กล่าวต่อว่า วิทยาลัยมีความพร้อมของคณะในการให้บริการทรัพยากรและสถานที่ เช่น ห้องประชุม ห้องคอมพิวเตอร์ โดยมีความยืดหยุ่นในเรื่องค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการทำกิจกรรมเพื่อชุมชน พร้อมเปิดกว้างให้เกิดความร่วมมือระหว่างคณะและพอช. ในอนาคต ปิดท้ายด้วยการเน้นย้ำถึงพลังของการสื่อสาร โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ภาพลักษณ์อาจถูกเข้าใจผิด การที่คนในพื้นที่ลุกขึ้นมาสื่อสารเรื่องราวของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้โลกภายนอกเห็นถึงชีวิต ความหวัง และพลังของชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง
โครงการ “ชุมชนฮิ้ววว” ยังมีกำหนดจัดอีก 3 ภาคต่อจากนี้ โดยมุ่งมั่นจะผลักดันให้เกิดเครือข่ายนักสื่อสารชุมชนทั่วประเทศ ที่สามารถใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน ถ่ายทอดเรื่องราว “บ้านเรา” ให้โลกรู้ ด้วยภาษาของคนในพื้นที่เอง
























