พอช.– 6 พฤษภาคม 2568 จัดประชุมเพื่อหารือ แนวทางการขับเคลื่อนโมเดล Social Enterprise (SE) เปลี่ยนการเผาฟางสู่การสร้างอาชีพรายได้ให้กับเกษตรกร โดยมี พล.ร.ต.วิรัตน์ จันทร์แสงศรี ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายยุทธการและนโยบายและแผน ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) เป็นประธาน พร้อมด้วยนายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ พอช. ผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมแก่งประเทศไทย ผู้แทนจากหอการค้าจังหวัดขอนแก่น และผู้แทนภาคเอกชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 301-302 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
พล.ร.ต.วิรัตน์ จันทร์แสงศรี ศรี ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายยุทธการและนโยบายและแผน ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) กล่าวว่า โครงการภายใต้ศอญ. การแก้ปัญหา มุ่งเน้น มิติสิ่งแวดล้อมคำสำคัญ “คุณค่า มูลค่า” “ประเทศชาติมั่นคง แก้ไขในสิ่งผิด” คุณค่าที่มากกว่ามูลค่าเครื่องมือศอญ. จิตอาสาพัฒนา ในการประสานเครื่องมืออื่นๆในทางกฎหมาย ข้อติดขัด
ปัญหาฝุ่น pm2.5 ในไทยปัจจุบันที่เกิดขึ้น รัฐบาลต้องใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาอย่างมาก เกิดผลกระทบในวงกว้างมากมาย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งสาเหตุเกิดจาก การเผาฟางข้าวในพื้นที่ภาคกลาง กว่า 30ล้านไร่แนวทางการต่อยอด ฟางข้าวที่สร้างคุณค่าสู่ชุมชน สิ่งสำคัญ คือ กระบวนการ ของพอช. อำนาจทางกฎหมายที่ให้กับพอช. ที่จะนำไปสู่การสร้างสังคม ฐานรากที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญ ในการเริ่มต้นพอช.ต้องเป็นตัวกลาง ในการประสาน เชื่อมโยง เกษตรกร และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการขับเคลื่อนร่วมกันการดำเนินการของศอญ จะดำเนินการภายในระยะเวลา ภายใน 3 ปี เพื่อสร้างให้ชุมชนสามารถเป็นหลัก เรียนรู้ระบบการบริหารและอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยมีหน่วยงานพอช.หนุนเสริม
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า พอช.สนับสนุนการขับเคลื่อนงานโดยขบวนองค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาความเเดือดร้อนให้กับผู้มีรายได้น้อย เพื่อยกระดับ พัฒนาคุณภาพชีวิตพี่น้อง ให้ดีขึ้น ซึ่งในวันนี้เราพยายามหาเครื่องมือ ที่มีการศึกษา ทดลอง เพื่อให้พอช.ได้ใช้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือ ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับฐานราก ความเป็นอยู่ของขบวนพี่น้อง โดยได้มีการดำเนินการนำร่องแล้วในจังหวัดชัยนาท เพื่อต่อยอด ขยายผลในวงกว้าง การจัดการฟางข้าว ลดปัญหามลภาวะที่ก่อใเห้เกิดโลกร้อน และไม่เกิดผลกระทบต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรมของชาวนาในพื้นที่
ในการประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนถึง แนวทางการสร้างโมเดลรูปธรรมของธุรกิจเพื่อสังคมที่ยั่งยืน หรือ Social Enterprise โดยเริ่มต้นกระบวนการรวมเกษตรกรให้เกิดการรวมกลุ่ม พลิกการจัดการฟางวิถีเก่าสู่วิถีใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเครื่องมือ อย่าง ศูนย์บริหารจัดการฟางข้าว ซึ่งมีแผนที่จะดำเนินการจัดตั้งขึ้นใน 3 อำเภอ ของจังหวัดชัยนาท ได้แก่ อำเภอมโนรมย์ อำเภอวัดสิงห์ และอำเภอสรรคบุรี โดยอาศัยกลไกการขับเคลื่อนงานของขบวนชาวนาจิตอาสาเป็นหลัก เพื่อวางบทบาทสำคัยในการเชื่อมโยงสู่ภาคธุรกิจ
การสร้างโมเดล SE ที่เข้มแข็ง และยั่งยืน จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ถึง supply chain ทั้งระบบ การวางระบบการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม ซึ่ง พอช. และขบวนองค์กรชุมชน มีโจทย์สำคัญที่ต้องศึกษาร่วมกันไม่ว่าจะเป็น กลไกระบบกองทุนร่วม, Financial Literacy, โครงสร้างราคาตลาด ,การบริหารจัดการองค์กร และการศึกษาระเบียบ ข้อกฎหมายในการเข้าร่วมเป็น Silent Partner ในภาคธุรกิจ เพื่อสร้าง Know-How สำคัญ ที่จะหนุนเสริมให้ขบวนองค์กรชุมชนบริหารจัดการธุรกิจเพื่อสังคมได้ด้วยตัวเอง
สุดท้ายที่ประชุมยังได้กำหนดทิศทางดำเนินงานในระยะต่อไปได้แก่ การระดมทุน ในการสนับสนุนการผลิต ผลิตภัณฑ์และกำหนดแผนการพัฒนา และพื้นที่ดำเนินการต่อไป














