จ.อุตรดิตถ์ / 24-25 เมษายน 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดโครงการ “การพัฒนานักสื่อสารชุมชน” หรือ “ชุมชนฮิ้ววว” โดยจัดกิจกรรมทั้งหมด 5 ภาค เน้นคนรุ่นใหม่และผู้นำในพื้นที่ ที่สนใจพัฒนาด้านการสื่อสาร Content ยุคใหม่ โดยเวทีแรกเริ่มต้นที่ภาคเหนือ เป้าหมายเพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะให้กับคนในชุมชนสามารถเล่าเรื่อง ถ่ายทอดอัตลักษณ์ และเป็นกระบอกเสียงให้กับบ้านเกิดของตนเองได้อย่างมีพลัง โดยมี นายกฤษฎิ์ บุญสาร บรรณาธิการเพจ “ลาวเด้อ” จัด Workshop ในหลักสูตร “สร้าง content ให้ปัง เขียนให้โดน อย่างมืออาชีพ” โดยใช้ Canva AI เป็นวิทยากรในการจัดกรรมในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 40 คน ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลคอรุม อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์
ในยุคที่โลกหมุนเร็วปานจรวด ท่ามกลางคลื่นข้อมูลข่าวสารมากมาย “เสียงจากชุมชน” คือของล้ำค่าที่ไม่ควรถูกกลบหายไป และนี่เองคือที่มาของโครงการฝึกอบรมนักสื่อสารชุมชนจาก พอช. ที่ไม่ใช่แค่สอน แต่ ปลุกพลัง ให้คนธรรมดากลายเป็น “นักเล่าเรื่องผู้ทรงพลัง”
สอนกันตั้งแต่เขียนโพสต์ให้ปัง จนถึงใช้ AI และ Canva ออกแบบอย่างโปร! สอนเคล็ดลับดีๆ แบบไม่มีกั๊ก ทั้งวิธีเขียนให้โดนใจ การใช้ AI ช่วยร่างเนื้อหา ตรวจคำผิด ไปจนถึงสร้างอินโฟกราฟิกสุดเจ๋งใน Canva ที่ใครๆ ก็ทำได้ แม้ไม่เคยแตะงานออกแบบมาก่อน!
กฤษฎิ์ บุญสาร บรรณาธิการเพจ “ลาวเด้อ”
กฤษฎิ์ บุญสาร บรรณาธิการเพจ “ลาวเด้อ” กล่าวถึงการเขียนยุคใหม่ร่วมกับ AI และต่อยอดงานเขียนเป็นด๊ไซน์ด้วย CANVA การเขียนร่วมกับ AI กลายเป็นแนวทางใหม่ที่ช่วยเสริมพลังให้กับนักเขียนและคนทั่วไปที่ต้องการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ โดย AI สามารถช่วยร่างเนื้อหา แก้ไขภาษา ตรวจคำผิด และเสนอไอเดียใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การเขียนมีความคล่องตัวและสร้างสรรค์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะเป็นผู้ช่วยที่เก่ง แต่ยังขาดความเข้าใจเชิงลึกด้านอารมณ์ วัฒนธรรม และบริบทของมนุษย์ นักเขียนยุคใหม่จึงควรใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ โดยเริ่มจากแนวคิดของตนเองและใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน ไม่ใช่แทนที่ เพื่อให้เนื้อหาที่เขียนออกมายังคงเปี่ยมด้วยความหมายและความจริงใจจากผู้เขียนอย่างแท้ทรู
ธิปไตย ฉายบุญครอง เจ้าหน้าที่สื่อสารการพัฒนาอาวุโส พอช.
เปลี่ยน “ชาวบ้าน” ให้เป็น “นักสื่อสารชุมชน”
ธิปไตย ฉายบุญครอง เจ้าหน้าที่สื่อสารการพัฒนาอาวุโส พอช. ได้กล่าวถึงโครงการนี้ มีเป้าหมายชัดเจนคือ “การปลุกพลังคนในชุมชน ให้กลายเป็นนักสื่อสารผู้ทรงพลัง” ไม่ว่าคุณจะเป็นวัยรุ่นไฟแรง ลุงป้าผู้นำท้องถิ่น หรือยายจ๋าผู้มากด้วยประสบการณ์ ทุกคนคือ “นักสื่อสารชุมชน” ได้หมด! เพราะที่นี่เราสอนตั้งแต่ตั้งคำถาม ไปจนถึงตัดต่อวิดีโอเบื้องต้น และที่สำคัญคือ “เล่าเรื่องอย่างมีหัวใจ”
จุดเด่นของเวทีนี้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน แต่คือการ “เปลี่ยนสนามชีวิตให้กลายเป็นสื่อ” เพราะเราสอนให้คนในชุมชนใช้มือถือคู่ใจเป็นกล้องถ่ายภาพ วิดีโอ และเป็นเครื่องมือถ่ายทอดเรื่องราวที่ “จริง” “ลึก” และ “ตรงไปตรงมา” แบบที่ไม่มีใครเข้าใจได้เท่าคนในพื้นที่เอง
“เราเชื่อว่าทุกคนมีเรื่องเล่า แต่การเล่าให้คนฟังแล้วรู้สึก เชื่อมโยง และเข้าใจชุมชนอย่างลึกซึ้งนั้น ต้องมีทักษะที่พัฒนาได้ การสื่อสารที่ดีไม่ใช่แค่ “พูดเก่ง” แต่คือ “ทำให้คนเข้าใจ และรู้สึก” และเมื่อชุมชนมีนักสื่อสารของตัวเอง เสียงของชาวบ้านก็จะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมที่แท้จริง ไม่ต้องรอใครมาเล่าแทน” ธิปไตย กล่าวทิ้งท้าย
เมื่อชุมชนมีนักสื่อสารที่สามารถเล่าเรื่องด้วยตนเองได้ เท่ากับว่าเสียงของชุมชนได้ถูกนำเสนออย่างตรงไปตรงมา ไม่ผ่านการบิดเบือนหรือครอบงำจากภายนอก สิ่งนี้ไม่เพียงเป็นพลังในการขับเคลื่อนการพัฒนาเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ภาคส่วนต่าง ๆ เช่น รัฐบาลท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจ เข้าใจและเข้าถึงชุมชนได้มากขึ้น
โครงการพัฒนานักสื่อสารชุมชนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมฝึกอบรม แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัยทางการสื่อสาร” ให้กับชุมชนทั่วไทย ด้วยพลังของเรื่องเล่า ผู้คนสามารถเชื่อมโยงกัน เข้าใจความแตกต่าง และร่วมสร้างสังคมที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ในอนาคต คนกลุ่มนี้จะรวมพลังกันเป็นเครือข่ายนักสื่อสารท้องถิ่น แลกเปลี่ยนไอเดีย แชร์เรื่องราว และช่วยกันสร้างคลังข้อมูลที่เปี่ยมพลังจากฐานรากของประเทศ
เพราะเราเชื่อว่า… “ทุกคนมีเรื่องเล่า และทุกเสียงของชุมชนต้องมีพลัง”
เสียงจากชุมชนที่ไม่ได้แค่ดัง แต่จะดังกว่าเดิม ด้วยหัวใจและพลังของคนตัวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ ฮิ้วววววววววววววว!
ผลงานนักสื่อสารชุมชน “อุดดิต ฮิ้ววว”








































