บ้านมั่นคงชุมชนท่าจีน
ภูเก็ต / 16 มีนาคม 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน “ โครงการบ้านมั่นคง” จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายกฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช. นางสาววารุณี สกุลรัตนธารา คณะกรรมการสถาบันฯ นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ ผช.ผอ.พอช.และคณะ ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้ติดตามผลการดำเนินงาน โครงการบ้านมั่นคง กิ่งแก้วซอย 1 เทศบาลตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต การจัดการขยะครบวงจร โครงการบ้านมั่นคงท่าจีน เทศบาลตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต และการบริหารจัดการ Paradise Farm (ฟาร์มผักสลัดปลอดภัย) ณ เทศบาลเมืองป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยมีผู้เข้าติดตามผลการดำเนินงานฯในครั้งนี้ จำนวนกว่า 50 คน
โมเดลศูนย์ป่าชายเลน
“การจัดการขยะครบวงจร” รูปธรรมการจัดการขยะและการจัดการสิ่งแวดล้อมกับโมเดลศูนย์ป่าชายเลนชุมชน
ชุมชนท่าจีนเล็งเห็นความสำคัญของความสะอาดในชุมชน และการคัดแยกขยะเพื่อสร้างรายได้ นำสิ่งของที่หมดประโยชน์มาดัดแปลงเป็นพลังงาน หรือต่อยอดการใช้งานในด้านอื่น โดยในชุมชนมีการขับเคลื่อน การจัดการขยะ กับ กลุ่มเยาวชน /กลุ่มนักศึกษาในชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาหารทะเล ฟื้นฟูป่าชุมชน กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล กลุ่มประมงพื้นบ้าน จัดทำข้อมูลแนวเขตร่วมป่าไม้ในพื้นที่ ดำเนินการร่วมมือกับหน่วยงานป่าไม้ พัฒนาพื้นที่
สุนทร พูลประเสริฐ
นายสุนทร พูลประเสริฐ ประธานชุมชนท่าจีน : ภูเก็ตมีปัญหาในส่วนของระบบสาธารณะ ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ทำให้คนในพื้นที่ย้ายไปทำงานในจังหวัดอื่นๆที่เจริญกว่า พอช.มีการสร้างโครงน้ำขึ้นมาโดยวิศวกรชาวบ้าน ซึ่งหลังจากสร้างเสร็จแล้วภูเก็ตไม่เคยมีน้ำท่วมเลย เนื่องจากชุมชนท่าจีนเป็นชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ คทช. หรือพื้นที่ป่าชายเลน ทำให้ชาวบ้านได้รับบ้านเลขที่ ไฟฟ้า และน้ำประปาที่เป็นลักษณะชั่วคราวและไม่ทั่วถึง ชาวบ้านต้องจ่ายค่าน้ำประปาและค่าไฟที่แพงกว่าปกติถึง 3 เท่า ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการติดต่อกับผู้ดูแลในส่วนนี้
“ชุมชนมีแนวคิดจะพัฒนาชุมชนให้เป็นชุมชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ โดยการอยู่ร่วม รักษา และปกป้อง ให้ทรัพยากรธรรมชาติยังคงอยู่และยั่งยืน โดยการที่ชุมชนจะเป็นชุมชนเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้เรื่องป่าชายเลนและให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษา แต่ทั้งหมดต้องผ่านการพิจารณาจากสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน โดยชาวบ้านเองต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าชายเลนที่ถูกต้องก่อน
การประชุม
อย่างไรก็ตาม ชุมชนท่าจีนมีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก แต่ยังประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภคที่ไม่เหมาะสม เนื่องด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นต่างๆ จึงทำให้ชุมชนจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาเรื่องระบบสาธารณูปโภคที่ไม่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยเพื่อความยั่งยืนของวิถีชีวิตที่ดีต่อชุมชน
ศูนย์พัฒนาศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อมชุมชนกิ่งแก้ว
ศูนย์พัฒนาศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อม
ชุมชนกิ่งแก้วตั้งอยู่บนที่ดินป่าชายเลนในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานป่าชายเลนที่ 23 จังหวัดภูเก็ต ในเขตเทศบาลรัษฎา พื้นที่ชุมชนกิ่งแก้วแห่งนี้เป็นหนึ่งในชุมชนที่ได้รับการพิสูจน์สิทธ์ จากคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินภูเก็ต ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ภายหลังเหตุการณ์สึนามิ ทั้งนี้คณะกรรมการฯ ได้มีมติให้ชุมชนสามารถอยู่อาศัยในพื้นที่ และให้เทศบาลรัษฎาสามารถพัฒนาพื้นที่ร่วมกับสำนักป่าชายเลนเจ้าของที่ดิน นอกจากนี้หน่วยงานที่ได้กล่าวมาแล้วทั้งหมดยังได้มีการตกลงทำบันทึกความร่วมมือร่วมกับชุมชน สถาบันวิชาการ และองค์กรอิสระ ในการที่จะปลูกป่า และอนุรักษ์ป่าชายเลนในพื้นที่นี้ไว้ต่อไปในอนาคต
ศูนย์พัฒนาศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อมชุมชนกิ่งแก้ว ซอย 1 ตั้งอยู่ในชุมชนกิ่งแก้ว ซอย 1 ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เป็นศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะต้นแบบที่มุ่งเน้นการพัฒนาสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน โดยจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้และการจัดการขยะ ทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการขยะให้กับประชาชนในชุมชนกิ่งแก้ว รวมถึงประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงและในจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 ศูนย์ฯ ได้เปิดอย่างเป็นทางการ โดยมีนายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิด การจัดตั้งศูนย์ฯ นี้เป็นความร่วมมือระหว่างเทศบาลตำบลรัษฎาและชุมชนกิ่งแก้ว ซอย 1 เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการจัดการขยะอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังได้รับความสนใจจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้ามาศึกษาดูงาน เช่น เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 คณะศึกษาดูงานจากองค์การบริหารส่วนตำบลเทพาลัย จังหวัดนครราชสีมา ได้เข้ามาเยี่ยมชมและเรียนรู้การจัดการสิ่งแวดล้อมของชุมชนกิ่งแก้ว
ศูนย์พัฒนาศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อมชุมชนกิ่งแก้ว ซอย 1 จึงเป็นตัวอย่างของการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ และเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับชุมชนอื่น ๆ ที่สนใจในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
สุทินทรา คดีพิศาล
นายสุทินทรา คดีพิศาล ประธานศูนย์พัฒนาศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อมชุมชนกิ่งแก้วซอย 1 กล่าวว่า เดิมทีศูนย์นี้ทำในเรื่องของขยะบริจาคและซ่อมแซมจักรยาน พัดลมให้กับคนในชุมชน ถัดมาได้มีการพัฒนาในเรื่องของอาชีพเพื่อที่จะทำให้เกิดรายได้และลดขยะในชุมชน อย่างเช่น การสานตะกร้า เสื่อ ที่ทำจากหลอด สานกระเป๋าที่ทำจากซองน้ำยาปรับผ้านุ่ม รวมไปถึงการผสมผสานกับเทคโนโลยี สร้างเครื่องผสมปุ๋ย เครื่องกวนอเนกประสงค์ จักรยานสูบน้ำ รวมไปถึงการประยุกต์ใช้โซลาร์เซลล์ โดยมีการผลิตรถจักรยานยนต์พ่วงข้างไร้น้ำมัน เป็นการใช้โซลาร์เซลล์ 100 % และเครื่องใช้ไฟฟ้าในตัวศูนย์พัฒนาศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อมชุมชนกิ่งแก้วเป็นระบบโซลาร์เซลล์ทั้งหมด และยังมีในส่วนของที่คีบขยะที่คิดค้นโดยศูนย์พัฒนาเอง ซึ่งเป็นที่เก็บขยะแบบไม่ต้องใช้มือสัมผัสกับขยะโดยตรง เพื่อลดความเสี่ยงและการสัมผัสกับขยะที่มีของมีคม และที่สำคัญ ทางศูนย์พัฒนาไม่จดลิขสิทธิ์ที่คีบขยะเพื่อที่จะให้คนในชุมชนสามารถทำเป็นของตนเองได้ ชุมชนกิ่งแก้วยังมีกองทุนสวัสดิการชุมชนที่มีสมาชิกกว่า 400 คน สวัสดิการออมวันละ 1 บาท กองทุนปล่อยสินเชื่อ ให้ชุมชนรวมตัวกันและนำเงินเข้าชุมชนโดยที่ไม่ต้องพึ่งธนาคาร เพียงแค่ผู้กู้มีศักยภาพในการผ่อน ก็สามารถอนุมัติให้กู้ได้เพื่อนำเงินกู้ไปซื้อรถยนต์ ซื้อเรือ ทำธนาคารขยะเพื่อนำมาประกอบอาชีพแก่ตัวเอง
นายกฤษดา สมประสงค์
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวให้กำลังใจและร่วมออกแบบแผนงานในการพัฒนาพื้นที่ว่า “ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้มีโครงการสำคัญเกิดขึ้น เช่น การสร้างท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง และล่าสุดคือโครงการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ ชุมชนในภูเก็ตยังมีแนวโน้มเติบโตสวนทางกับหลายพื้นที่ของประเทศ สะท้อนถึงความน่าอยู่ของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไข เช่น การจัดการทะเบียนบ้านชั่วคราว ค่าไฟฟ้าและน้ำประปาที่สูงเกินควร ซึ่งจะมีการประสานงานเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ได้แก่ ระบบสาธารณูปโภคที่ดี ความปลอดภัย อาชีพที่มั่นคง สิ่งแวดล้อมที่ดี และสุขภาพอนามัยของประชาชน ในท้ายที่สุด การพัฒนาชุมชนไม่ได้เกิดจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นผลจากความร่วมมือของทุกฝ่าย โดย พอช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนให้ชุมชนสามารถเติบโตและก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
จันทนา เบญจทรัพย์
นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กล่าวให้กำลังใจ วันนี้เป็นวันที่โชคดีที่ได้มาที่นี่และได้เห็นพี่น้องร่วมชุมชนรายงานความคืบหน้า ได้ยินคุณป้าในชุมชนได้บอกเล่าถึงความปลื้มใจแทนผู้นำชุมชนที่เห็นทุกคนร่วมมือกันจนมาถึงจุดนี้ได้ หากย้อนกลับไปในอดีต คงไม่มีใครคิดว่าจะมาถึงวันนี้ได้ แต่ด้วยความร่วมมือของทุกคนและศักยภาพของผู้นำชุมชน ทำให้เราก้าวผ่านอุปสรรคมาถึงจุดนี้ได้สำเร็จ และเชื่อว่ามาพบกันคราวหน้าจะได้เห็นการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ อีก เพราะพวกเราจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ แต่จะเดินหน้าต่อไปเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นฐาน เช่น น้ำและไฟฟ้า รวมถึงมองหาวิธีพัฒนาอาชีพและรายได้เสริม โดยเฉพาะอาชีพประมงชายฝั่งที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายทำ แต่ก็อยากรู้ว่าผู้หญิงในชุมชนมีบทบาทอย่างไร และอาจชวนกันหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ ขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสมาเยี่ยมและเรียนรู้ที่นี่ และหวังว่าจะได้กลับมาเยือนบ่อยๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น มีนวัตกรรมที่นำขยะมาเปลี่ยนแปลงเป็นของใช้ที่มีมูลค่า ซึ่งสิ่งที่พี่น้องชุมชนกำลังทำอยู่เราสามารถนำสิ่งนี้มาเป็นต้นแบบในการนำขยะมาสร้างมูลค่า สร้างรายได้และอาชีพให้กับชุมชนได้ และเชื่อว่าชาวชุมชนกิ่งแก้วมีศักยภาพในการพัฒนาและต่อยอดในเรื่องนี้
ภาพรวมสวนผัก
สวนผัก สร้างคน เปลี่ยนเมือง (Paradise Garden)
โครงการ “สวนผัก สร้างคน เปลี่ยนเมือง (Paradise Garden)” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบทของจังหวัดภูเก็ต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเกษตรในเมืองผ่านการปลูกผักในพื้นที่ว่าง ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชน แต่ยังสร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งในสังคม
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ซึ่งมีบทบาทในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนทั่วประเทศ โดยไม่เพียงแต่ส่งเสริมที่อยู่อาศัย แต่ยังมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกมิติ “สร้างพลัง สร้างรายได้ เครือข่ายเข้มแข็ง”
นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างในเมืองเพื่อการเกษตร ซึ่งเป็นการยกระดับความสำคัญของการใช้ประโยชน์ที่ดินรกร้างว่างเปล่าในเมืองให้กลายเป็นพื้นที่ผลิตอาหาร
ด้วยการดำเนินโครงการดังกล่าว ทำให้ชุมชนในจังหวัดภูเก็ตมีความเข้มแข็งมากขึ้น ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเกิดความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
วารุณี สกุลรัตนธารา
นางสาววารุณี สกุลรัตนธารา คณะกรรมการสถาบันฯ กล่าวชื่นชมความร่วมมือของชุมชนในการพัฒนาอย่างเข้มแข็ง โดยเน้นว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งผู้นำชุมชนและชาวบ้านเอง แม้บทบาทตนเองจะเป็นเพียงผู้ประสานงาน แต่หากชุมชนไม่ลุกขึ้นมาทำเอง การพัฒนาก็จะเกิดขึ้นได้ยาก ทั้งนี้ ชุมชนสามารถบริหารงบประมาณหลายล้านบาทได้อย่างโปร่งใสและเป็นแบบอย่างที่ดีของการจัดการโดยภาคประชาชน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัญหาด้านสาธารณูปโภค โดยเฉพาะน้ำประปาและไฟฟ้าที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าพื้นที่อื่น ทำให้รายได้ที่ควรนำไปพัฒนาสวัสดิการต้องถูกใช้ไปกับค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ปัจจุบันทางสภาองค์กรชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมและส่งหนังสือถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งได้รับคำตอบว่ากำลังพิจารณาหาทางแก้ไข โดยมี ผอ.พอช. ให้การสนับสนุนในการผลักดันนโยบายเพื่อแก้ปัญหานี้ต่อไป
ภาพการบรรยกาศการเยี่ยมชมชุมชนท่าจีน
ศูนย์พัฒนาศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อมชุมชนกิ่งแก้ว 1
Paradise Farm สวนผักเปลี่ยนเมือง


































