เวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการ“แนวทางการสนับสนุนการขับเคลื่อนจังหวัดบูรณาการสู่จังหวัดจัดการตนเอง”
กรุงเทพมหานคร- วันที่ 5-6 มีนาคม 2568 เวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการ“แนวทางการสนับสนุนการขับเคลื่อนจังหวัดบูรณาการสู่จังหวัดจัดการตนเอง” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแลกเปลี่ยน บทเรียนประสบการณ์การขับเคลื่อนงานจังหวัดบูรณาการสู่จังหวัดจัดการตนเอง กับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง และออกแบบแนวทาง และแผนปฏิบัติการการสนับสนุนการขับเคลื่อนจังหวัดบูรณการสู่จังหวัดจัดการตนเอง มีผู้เข้าร่วมประมาณจำนวน 40 คน ประกอบด้วยคณะทำงานสนับสนุนการพัฒนาความเข้มแข็งของสภาองค์กรชุมชนและจังหวัดบูรณาการ ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน ผู้แทนหน่วยงานภาคี รวมทั้งผู้บริหาร และ เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ณ โรงแรมเอบีน่าเฮ้าส์ ซอยวิภาวดี 64 ถนนวิภาวดี รังสิต หลักสี่
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เน้นย้ำความสำคัญของแนวทาง “จังหวัดจัดการตนเองโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง” ชี้เป็นกลไกหลักในการพัฒนาคุณภาพพื้นที่และสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก ตั้งเป้าผลักดันให้ตำบลต่าง ๆ ทั่วประเทศมีความเข้มแข็งเต็มพื้นที่ภายในปี พ.ศ. 2579 ทั้งนี้ พอช. มุ่งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้หน่วยงานรัฐมีบทบาทสนับสนุนพื้นที่เป็นหลัก เชื่อมโยงการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมใช้กลไก “สภาองค์กรชุมชน” เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนงานและเสริมสร้างความเข้มแข็งของขบวนองค์กรชุมชน เพื่อให้ประชาชนและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แนวทางดังกล่าวมุ่งสู่การพัฒนาจังหวัดแบบบูรณาการ นำไปสู่การเป็นจังหวัดจัดการตนเองในอนาคต
นายทองใบ สิงสีทา นักปฏิบัติการชุมชนชำนาญการพิเศษ
นายทองใบ สิงสีทา นักปฏิบัติการชุมชนชำนาญการพิเศษ ชี้แจงวัตถุประสงค์และความเป็นมาของการจัดงาน และสรุปผลการขับเคลื่อนจังหวัดบูรณาการสู่จังหวัดจัดการตนเองของ พอช. โดยระบุว่าปัจจุบันสภาองค์กรชุมชนสามารถขับเคลื่อนงานในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องร้อยละ 60 ของทั้งหมด แม้จะมีความพยายามส่งเสริมการบูรณาการ แต่ยังพบข้อจำกัดในการดำเนินงาน จึงต้องเร่งสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เกิดแนวทางที่เป็นรูปธรรม
พอช. ได้ใช้โครงการ TPMAP เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาตำบลและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย รวมถึงผลักดันโครงการวิจัยบนพื้นฐานอัตลักษณ์ไทย เพื่อสร้างพื้นที่กลางในการปรึกษาหารือและหาแนวทางแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ ยังมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของพื้นที่ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่าย 7 ส. การผลักดันให้เกิดสถาบันภาคประชาชนทั้งในระดับชาติและจังหวัด รวมถึงสร้างเครือข่ายนักวิชาการและคนรุ่นใหม่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนงาน พอช. ยังคงเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับภาคีทุกภาคส่วน เพื่อให้การพัฒนาจังหวัดบูรณาการนำไปสู่การเป็นจังหวัดจัดการตนเองได้อย่างแท้จริง
นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย
(ที่มา : รูปภาพจากLivebox Chiang mai)
นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแนวความคิดการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญ การบูรณาการแผนพัฒนาระหว่างภาคประชาชนและหน่วยงานรัฐ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกลไกการทำงาน ผ่านกระบวนการจัดทำแผนตั้งแต่ระดับพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
แนวทางสำคัญคือ การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมที่เข้มแข็ง พร้อมพัฒนาระบบบริหารข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ โดยต้องประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ประชาสังคม เอกชน และหน่วยงานวิชาการ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
กระทรวงมหาดไทยยังเสนอให้มีพื้นที่นำร่องในแต่ละจังหวัด และออกแบบโมเดลการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และกลไกภาครัฐ เพื่อใช้เป็นต้นแบบการบริหารราชการระดับจังหวัด ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จะเดินหน้าสร้างความร่วมมือ ขยายผล และพัฒนาโมเดลพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานในพื้นที่ต่อไป
นายพีรณัฐ ประทุมชาติภักดี หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
(ที่มา : รูปภาพจากสำนักงานป.ย.ป)
นายพีรณัฐ ประทุมชาติภักดี หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เน้นย้ำความสำคัญของการบูรณาการระหว่างภาคประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการพัฒนาชุมชน โดยเน้นให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทในการกำหนดแผนพัฒนา พร้อมผลักดันให้อปท. เป็นสื่อกลางประสานงบประมาณสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน
ภาคประชาชนต้องร่วมจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐรับรู้ปัญหาและความต้องการของชุมชน ขณะที่อปท. ควรออกระเบียบหรือข้อบัญญัติรองรับ เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีเวทีทบทวนแผนพัฒนา เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเสนอแนวทางการบริหารจัดการในประเด็นสำคัญ เช่น การบริหารจัดการน้ำ และปัญหาภัยแล้ง เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาท้องถิ่น และสามารถนำไปบรรจุในแผนงานของอปท. เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาในพื้นที่ต่อไป
นางสาวปรานอม โอสาร หัวหน้าศูนย์วิชาการนโยบายระบบสุขภาพท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
นางสาวปรานอม โอสาร หัวหน้าศูนย์วิชาการนโยบายระบบสุขภาพท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เล็งเห็นถึงยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่ โดยร่วมกันผลักดันพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ ร่วมกับภาคีพัฒนา เพื่อส่งเสริมสุขภาพองค์รวมโดยเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตนเอง พร้อมผลักดันกลไกคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ (กสพ.) เป็นศูนย์กลางในการบริหารระบบสุขภาพของจังหวัด
ปัจจุบันมีการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) แล้วกว่า 90% ของพื้นที่ อปท. ทั่วประเทศ โดยเน้นให้หน่วยงานท้องถิ่นมีระบบรองรับที่มีประสิทธิภาพ สร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ และพัฒนาระบบบริการให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
ทั้งนี้ แนวทางขับเคลื่อนจะมุ่งสนับสนุนข้อมูลเชิงวิชาการ พัฒนาตัวชี้วัดสุขภาพท้องถิ่น และสร้างภาคีอาสาทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ โดยเสนอให้มีการถอดบทเรียนจากโมเดลพัฒนาพื้นที่ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไป
แลกเปลี่ยนแนวทาง และวิธีการสนับสนุนการขับเคลื่อนจังหวัดบูรณาการสู่จังหวัดจัดการตนเอง ร่วมกำหนดแนวทางและเป้าหมายการขับเคลื่อนจังหวัดบูรณาการสู่จังหวัดจัดการตนเอง โดยเน้นนโยบายบูรณาการร่วมทุกประเด็น วิเคราะห์ศักยภาพของจังหวัด และเตรียมความพร้อมของพื้นที่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น
แนวทางสำคัญคือการสร้างความเข้มแข็งของตำบลในทุกพื้นที่ เปิดช่องทางสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ และกำหนดทิศทางการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม เสริมระบบบริหารจัดการองค์กรชุมชน และประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ มีการกำหนดหลักเกณฑ์ เป้าหมาย และแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจน เพื่อลดปัญหาการทำงานแบบแยกส่วน และขยายผลจากระดับพื้นที่สู่ระดับนโยบาย สนับสนุนให้จังหวัดบูรณาการเดินหน้าสู่การจัดการตนเองอย่างเป็นระบบ















