เวที “สรุปบทเรียนเพื่อออกแบบทิศทางการขับเคลื่อนและส่งเสริมการพัฒนาคนรุ่นใหม่”
กรุงเทพมหานคร- 5 มีนาคม 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดเวที “สรุปบทเรียนเพื่อออกแบบทิศทางการขับเคลื่อนและส่งเสริมการพัฒนาคนรุ่นใหม่” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของคนรุ่นใหม่ในฐานะกำลังสำคัญของอนาคต ที่จะมีบทบาทในการขับเคลื่อนงานเพื่อสังคมและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดความเท่าเทียมมากขึ้น
โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน อาทิ สำนักคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) คณะมนุย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และตัวแทนคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ จำนวนกว่า 50 คน ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรมสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) บางกะปิ กรุงเทพฯ
นายกฤษดา สมประสงค์
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวถึง แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในกระบวนการทำงานเพื่อสังคม โดยเน้นกระบวนการอบรมและพัฒนาทักษะอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดเครือข่ายการทำงานที่เข้มแข็งและสามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาสังคมได้จริง การพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ต้องอาศัยทั้งความรู้ ทักษะ และการทำงานร่วมกัน เรามุ่งเน้นให้เกิดการอบรมที่เป็นระบบ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชุมชนของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายวิชัย นะสุวรรณโน
นายวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการ พอช. กล่าวถึง เป้าหมายในการจัดเวที โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของคนรุ่นใหม่ในฐานะกำลังสำคัญของอนาคต ในการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมและพัฒนาแนวคิด เป็นสิ่งสำคัญเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายและสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างมุมมองใหม่ ๆ ในการพัฒนาสังคม
พลังคนรุ่นใหม่กับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและการหนุนเสริมของหน่วยงานภาคี
การจัดเวทีเสวนาเพื่อส่งเสริมบทบาทของคนรุ่นใหม่ในการพัฒนาและขับเคลื่อนสังคม โดยมีผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์
นายบัณฑิต มั่นคง
นายบัณฑิต มั่นคง ผู้ชำนาญการสำนักขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวถึงการส่งเสริมบทบาทของคนรุ่นใหม่ผ่านหลักสูตรการพัฒนา เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และสร้างผู้นำรุ่นใหม่ในชุมชน
“แนวทางสำคัญของเรา คือการลดช่องว่างในการทำงานระหว่างคนรุ่นใหม่กับเครือข่ายภาคี โดยไม่ทำงานเพียงลำพัง แต่ต้องมีการร่วมมือกับหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ ผ่านการอบรมหลักสูตรเฉพาะทาง การลงพื้นที่จริง และการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงในชุมชน ซึ่งจะช่วยสร้างศักยภาพให้คนรุ่นใหม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายบัณฑิต กล่าว
นางสาวปทิตตา บูรณะกิจ
นางสาวปทิตตา บูรณะกิจ เจ้าหน้าที่โครงการอาสาคืนถิ่น กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่กลับไปพัฒนาชุมชนของตนเอง หรือสร้างพื้นที่ใหม่ที่สามารถเป็นรากฐานสำหรับอนาคต โดยเน้นการรวมกลุ่มคนที่มีแนวคิดเดียวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นทางสังคม การสร้างพื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่สามารถพัฒนาในบ้านเกิดของตนเอง และสามารถพัฒนาพื้นที่ในอนาคตที่เอื้อต่อการทำงานและการใช้ชีวิต โดยใช้เครื่องมือที่ยึดโยงกับบริบทของสังคม ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจฐานราก ความเท่าเทียม หรือการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นายอนุวัตร บับภาวะตา
นายอนุวัตร บับภาวะตา ตัวแทนคนรุ่นใหม่จาก “มหา’ลัยไทบ้าน” ได้กล่าวถึง ระบบการศึกษาไทยยังมีข้อจำกัดที่ทำให้เด็กและเยาวชนหลายกลุ่มไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือมีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและสังคม
“เป้าหมายหลักของการศึกษา ควรเป็นการพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมได้จริง ระบบการศึกษาปัจจุบันอาจไม่ตอบโจทย์ทุกคน แต่การพัฒนาทางเลือก เช่น มหา’ลัยไทบ้าน หรือโครงการเรียนรู้จากพื้นที่ จะช่วยให้เยาวชนมีโอกาสทางสังคมมากขึ้น” นายอนุวัตร กล่าว
นายนิรันดร คำนุ
นายนิรันดร คำนุ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ไม่ควรจำกัดอยู่ในห้องเรียน แต่ควรเป็นการศึกษาเชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชุมชน
“หัวใจสำคัญของการพัฒนาคือการทำให้คนอยากลงมือทำจริง การสอนต้องสร้างแรงบันดาลใจ และพิสูจน์ให้เห็นว่าความรู้สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตและสังคมได้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน” นายนิรันดร กล่าว
พลังคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนชุมชนและสังคม
การจัดเวทีในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงสังคม ผ่านเครือข่าย ความร่วมมือ และการเรียนรู้จากพื้นที่จริง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนและสังคมในระยะยาว
สรุปบทเรียนคนรุ่นใหม่เพื่อวางแผนในระยะต่อไป





















