แม่ฮ่องสอน / ระหว่างวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)หรือ พอช. ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนทั้ง 22 ตำบล จัด Workshop ปฏิบัติการเชิงรุกการขับเคลื่อนขบวนองค์กรชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงที่ดินที่อยู่อาศัยในพื้นที่พิเศษทางธรรมชาติ โดยเน้นการแลกเปลี่ยนจากคนรุ่นใหม่ที่ไปเรียนรู้ที่ต่างถิ่นเพื่อนำมาปรับใช้กับพื้นที่ ลงพื้นที่เพื่อไปรับฟังปัญหา อุปสรรค เพื่อออกแบบแผนงานในการแก้ไขปัญหาของชุมชนอย่างยั่งยืน นำโดย นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานคณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงและที่ดิน นายวิเชียร พลสยม ผู้อำนวยการสำนักงานภาคเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พร้อมด้วย ผู้นำขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ ตัวแทนชุมชนจาก อ.แม่ลาน้อย อ.ขุนยวม จำนวน 15 ตำบล เข้าร่วมกว่า 300 คน ณ จ.แม่ฮ่องสอน
จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีความโดดเด่นทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ด้วยภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน อากาศเย็นสบาย และมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ปาย ปางอุ๋ง และถ้ำลอด พื้นที่ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ยังเป็นถิ่นอาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย เช่น ไทใหญ่ กะเหรี่ยง ลาหู่ และม้ง ซึ่งมีวัฒนธรรมและประเพณีเป็นเอกลักษณ์ เช่น งานปอยส่างลองและสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดอยู่ในเขตอนุรักษ์และป่าสงวน ทำให้หลายชุมชนเผชิญปัญหาความมั่นคงด้านที่ดินและที่อยู่อาศัย การขับเคลื่อนขององค์กรชุมชนจึงมีความสำคัญในการสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ธรรมชาติ วัฒนธรรม และสิทธิในการอยู่อาศัยของประชาชนในพื้นที่พิเศษนี้
ชุมชนบ้านหัวแม่ลาก๊ะ ตำบลแม่ยวมน้อย ชุมชนปกาเกอะญอ
ข้อจำกัดทั้งด้านภูมิประเทศและการเข้าถึงบริการของรัฐ แต่ด้วยความเข้มแข็งของชุมชน การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม วันนี้พื้นที่แห่งนี้กำลังกลายเป็นแบบอย่างของ “ชุมชนแห่งอนาคต” ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาภายนอก และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เข้มแข็งขึ้น ชุมชนท้องถิ่นกำลังขับเคลื่อนสู่อนาคตที่มั่นคงด้วยแนวคิด “ชุมชนพึ่งพาตนเอง”
นายวิเชียร พลสยม ผู้อำนวยการสำนักงานภาคเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) แม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่พิเศษทางธรรมชาติ และวัฒนธรรม ต้องแตกต่างทั้งวิธีคิด วิธีทำ ต้องใช้คนในพื้นที่ เจ้าของบ้านเจ้าของเมืองเป็นผู้ขับเคลื่อนและพัฒนาการการขับเคลื่อนที่ดิน ตามแนว คทช.จะต้องออกแบบวิธีการที่จะรักษาพื้นที่พิเศษทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงจังหวัด หน่วยงานท้องที่ ท้องถิ่น กลไกเครือข่าย มาร่วมพัฒนา เกิดระบบการบริหารจัดการที่ต่างในการขับเคลื่อนงาน เพื่อลดขั้นตอนเชิงนโยบายที่ชุมชนสามารถจัดการตนเองได้
นายประนอม เชิมชัยภูมิ คณะอนุกรรมการภาคเหนือ พอช. กล่าวว่า จ.แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีเอกสารสิทธิ 10 % ส่วนอีก 90 % เป็นพื้นที่ป่า และเป็นพื้นที่กดทับในการพัฒนา จึงต้องมีกติกาความอิสระในการพัฒนาและทำให้เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน พัฒนาวิถีชีวิตวิถีเศรษฐกิจเป็นแบบอิสระ
การแก้ไขปัญหาที่ดินและสิทธิในที่อยู่อาศัย
เครือข่ายชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ผลักดันให้เกิดสิทธิในที่ดินของชุมชนชาติพันธุ์ ประสานความร่วมมือกับภาครัฐ เช่น กรมที่ดิน กรมป่าไม้ และสำนักงานที่ดินจังหวัด เพื่อให้ชุมชนสามารถเข้าถึงสิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินภายใต้แนวทางที่เป็นธรรมผลักดันแนวคิด “โฉนดชุมชน” หรือ “สิทธิร่วม” ในที่ดินทำกินของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อนุรักษ์ ส่งเสริมการสำรวจและจัดทำแผนที่ที่ดินโดยชุมชน (Community Mapping) เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินได้ดำเนินโครงการบ้านมั่นคง ร่วมกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พอช. เพื่อให้กลุ่มเปราะบาง เช่น ชาติพันธุ์ คนไร้ที่ดิน และผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและเหมาะสมสนับสนุนการก่อสร้างบ้านแบบพอเพียงโดยใช้วัสดุในท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่และดิน เพื่อให้เหมาะสมกับภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศ
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา(คนที่สองนับจากด้านซ้าย)
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานอนุกรรมการบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดิน กล่าวถึง การดำเนินการโครงการบ้านมั่นคงว่า เราต้องมีแผนการขับเคลื่อนไปสู่การทำงานที่แน่นอน ที่เรียกว่า “Planning” ไม่ใช่ แผนนิ่ง “โครงการบ้านมั่นคงชนบท” เป็นโครงการที่หนุนชาวบ้านให้เป็นตัวตั้ง ในการสร้างชุมชนท้องถิ่นที่เข้มแข็ง การพัฒนาโดยคนในพื้นที่ในท้องถิ่น น้ำหนักลงไม่มากเท่าที่ควร ชุมชนท้องถิ่นเป็นตัวตั้งในการแก้ปัญหา หนุนจากล่างขึ้นบน โครงการบ้านมั่นคงชนบท ทำขึ้นมาประมาณ 6-7 ปี ซึ่งมีความสำคัญมากกว่า บ้านมั่นคงเมืองซะอีก เพราะเป็นการสร้างบ้านกับสู่พื้นที่ สร้างความมั่นคงสร้างการพัฒนา พวกเราที่อยู่ที่พื้นที่ เราก็ต้องโยงทุกเรื่องเข้าหากัน โยงหน่วยงานทุกหน่วย ให้คนกลับมาสู่ถิ่นฐานได้ คนรุ่นใหม่กลับมาได้ ทำให้ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง เข้มแข็งจริงๆ คนกลับมาได้ วิถีชีวิตกลับมาได้ วัฒนธรรมกลับมาได้ ซึ่งแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีความพิเศษจริงๆ 90 % เป็นพื้นที่ป่า เป็นที่ของรัฐเยอะ แต่ละพื้นที่ห่างไกลกัน ต้องวางแผนการพัฒนาเป็นการใหญ่และต่อเนื่อง นี่เป็นภาพที่เราต้องมองไปข้างหน้า “ชุมชนท้องถิ่นแห่งอนาคตของแม่ฮ่องสอน” จะต้องมีเศรษฐกิจที่ดี โดยให้โครงการบ้านมั่นคงชนบทเป็นเครื่องมือในการพัฒนา
นายละดองดาว สีลาน้ำเที่ยง คณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงและจัดการที่ดิน กล่าวถึง จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีการพัฒนา และเปลี่ยนแปลง รวมกลุ่ม ร่วมรับรู้ ร่วมคิดและร่วมทำ อยากให้มีความเข้าใจและขยายพื้นที่เรียนรู้ การมีส่วนร่วมเกิดระบบข้อมูลสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต และสามารถนำไปหารือร่วมกับหน่วยงานได้ เกิดการสร้างระบบทุนชุมชน เพื่อให้สามารถดูแลคนในชุมชนด้วยกัน
ศูนย์เฝ้าระวังภัยพิบัติชุมชน” การจัดการภัยพิบัติและการสร้างความพร้อมของชุมชน
การจัดตั้งเครือข่ายเตือนภัยและศูนย์ช่วยเหลือชุมชน พัฒนาเครือข่ายเตือนภัยล่วงหน้าในชุมชน โดยใช้เทคโนโลยีพื้นฐาน เช่น วิทยุสื่อสารและแอปพลิเคชันแจ้งเตือนภัยจัดตั้ง “ศูนย์เฝ้าระวังภัยพิบัติชุมชน” ในอำเภอที่เสี่ยงต่อดินถล่ม ไฟป่า และน้ำป่าไหลหลาก เช่น อ.ปางมะผ้า, อ.ขุนยวม, อ.แม่ลาน้อย การรับมือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย องค์กรชุมชนร่วมมือกับภาคประชาสังคม อาทิ มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ และ เครือข่ายป่าชุมชน ในการช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น การสร้างที่พักพิงชั่วคราว การซ่อมแซมบ้าน และการจัดหาสิ่งของจำเป็นสนับสนุนแนวทางการปลูกป่าชุมชนและอนุรักษ์ต้นน้ำเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ
นายกนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน คณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงและจัดการที่ดิน กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลง จังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยองค์กรปกครองท้องถิ่น ที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบการทำงาน มีการจัดตั้งทีมทำงานและคนรุ่นใหม่ เป็นเมืองพิเศษทางธาตุและวัฒนธรรม ต้องเกิดจากพื้นที่ สร้างโอกาสการพัฒนา ให้คนในพื้นที่ คนรุ่นใหม่ได้ร่วมออกแบบ ให้โครงการบ้านมั่นคง เป็นเครืองมือสำคัญที่จะสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน
นางสาวศิริมา ซื้อหา หัวหน้าปฏิบัติการชุมชน สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท กล่าวถึง พอช.เป็นหน่วยงานที่เกิดจากปัญหาของผู้ยากไร้ การแก้ปัญหาชุมชนในพื้นที่ชนบท ผ่านเครื่องมือและการมีส่วนร่วมชองชุมชน ตั้งแต่การพัฒนาที่ดินแนวใหม่ การพัฒนาชุมชนในที่ดิน ส.ป.ก. การผลักดันเชิงนโยบายกับหน่วยงานที่ดิน เพื่อฟื้นทุน ฟื้นชุมชน ฟื้นวิถีชีวิต และแก้ปัญหาความเดือดร้อน สร้างความเปลี่ยนแปลงจากข้างล่าง สร้างรูปธรรมการพัฒนา
ขบวนองค์กรชุมชนและภาคประชาสังคมในแม่ฮ่องสอนมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์และผู้มีรายได้น้อย ผ่านแนวทางโฉนดชุมชนและโครงการบ้านมั่นคง รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติด้วยเครือข่ายเตือนภัยและศูนย์ช่วยเหลือชุมชน นอกจากนี้ ยังผลักดันนโยบายด้านที่ดินและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่พิเศษทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของแม่ฮ่องสอน
ขบวนองค์กรชุมชนและภาคประชาสังคมในแม่ฮ่องสอนมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์และผู้มีรายได้น้อย ผ่านแนวทางโฉนดชุมชนและโครงการบ้านมั่นคง รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติด้วยเครือข่ายเตือนภัยและศูนย์ช่วยเหลือชุมชน นอกจากนี้ ยังผลักดันนโยบายด้านที่ดินและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่พิเศษทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของแม่ฮ่องสอน
ด้วยแนวทางการพัฒนาแบบพึ่งพาตนเองที่ดำเนินไปอย่างเป็นรูปธรรม แม่ฮ่องสอนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า “อนาคตของชุมชนท้องถิ่น” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพึ่งพาโครงการขนาดใหญ่จากภาครัฐหรือการลงทุนจากต่างชาติ แต่ขึ้นอยู่กับพลังของชุมชนเองในการสร้างอนาคตที่ต้องการ ความสำเร็จของแม่ฮ่องสอนกลายเป็นโมเดลที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ นี่คือภาพสะท้อนของ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ที่แท้จริง ที่เริ่มต้นจากรากหญ้า สามารถดูแลตนเองได้ ควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลทางสิ่งแวดล้อม


















