วันที่ 28 มกราคม 2568 นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานคณะอนุกรรมการบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดิน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และผู้แทนเครือข่ายบ้านมั่นคง เข้าร่วมเวทีเพื่ออภิปรายแลกเปลี่ยนกับผู้ปฏิบัติงานกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการสหกรณ์เคหสถานภายใต้โครงการบ้านมั่นคง ระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม 2568 ณ โรงแรมเอส บางกอก กรุงเทพมหานคร ห้อง เอส บอลรูม ชั้น 2
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา
สหกรณ์ถือเป็นกลไกสำคัญสำหรับโครงการบ้านมั่นคงที่สร้างความเป็นเจ้าของ การทำงานอย่างมีส่วนร่วม เป็นที่ยอมรับและพัฒนาต่อเนื่องยั่งยืน สหกรณ์ เสมือนเรือลำใหญ่ มีสมาชิกในลำเรือ เปลี่ยนแปลงไปตามลำเรือที่มุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย หนึ่งในปัจจัยสี่ที่ทำให้เกิดสถานภาพเจอกัน สร้างระบบร่วมบ้านมั่นคงเท่ากับการเข้าสู่ระบบที่อยู่อาศัยที่ดีและถูกต้อง
การพัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้ระบบสหกรณ์มี 2 แนวทางหลัก ได้แก่:
1) Demand-driven process – คนเป็นตัวตั้ง ขับเคลื่อนและสร้างชุมชนจากความร่วมมือหลายฝ่าย
2) Supply-driven process – ใช้โครงการเป็นตัวตั้ง มีอิสระ ต่างคนต่างอยู่
ความเป็นมาสำคัญ (ช่วง พ.ศ.2518-2535) ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องพัฒนารูปแบบสหกรณ์ที่อยู่อาศัย “ชุมชนเผชิญปัญหาการไล่ที่และความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยจำนวนมาก โดยที่คนจนเข้าไม่ถึงระบบที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ เรื่องการแบ่งที่ดินสร้างความอิสระ บริหารจัดการไม่ได้ พัฒนาต่อเนื่องแบบกลุ่มได้ยาก” ซึ่งนำไปสู่แนวคิดการพัฒนาสหกรณ์เคหสถานเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้
สหกรณ์เคหสถานไม่เพียงแต่ช่วยให้สมาชิกมีที่อยู่อาศัย แต่ยังสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและพลเมืองตื่นรู้ผ่านกระบวนการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยมีรูปแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่หลากหลาย เช่น การแบ่งปันที่ดิน การสร้างชุมชนใหม่ในที่ดินใหม่ เป็นต้น
พอช. ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ให้การสนับสนุนองค์กรชุมชนเป็นเจ้าของการบริหารโครงการและกิจกรรมนั้นๆ ทั้งนี้สำหรับโครงการบ้านมั่นคงมีแนวทางสำคัญ เพื่อสร้างคน สร้างชุมชน สร้างความสามารถทำงานเป็นกลุ่มองค์กร ทุกคนเข้าถึง และพัฒนาต่อเนื่อง
ในเวทีเสวนาเรื่องความสำคัญของการเป็นบ้านมั่นคงรูปแบบสหกรณ์ ร่วมกับเครือข่ายบ้านมั่นคง โดยมีนัยสำคัญคือ “สหกรณ์มิใช่เพียงการได้ทรัพย์สิน แต่หมายถึงการได้ระบบร่วม ชุมชน สังคม เศรษฐกิจที่ต่อโยงกับระบบอื่น มีความต่อเนื่อง และสร้างการเปลี่ยนแปลง”










