วันพุธที่ 8 ม.ค. 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมวังรีรีสอร์ท อ.เมือง จ.นครนายก นายกฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช. มอบหมายให้นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผช.ผอ.พอช.พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย นายเอกชัย กสิพัฒนวงศ์ หัวหน้างานออกแบบและก่อสร้าง นางสาวเรวดี อุลิต หัวหน้างานวิชาการ นายสุริยะบุศร์ สดแสงจันทร์ หัวงานออกแบบและก่อสร้าง นายนภภู ไชยวุฒิ หัวหน้าปฏิบัติการชุมชน นางสาวฟ้าใส ศิระประภา หัวหน้างานปฏิบัติการชุมชน นายโชติพงศ์ สุขเกษม เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน นางสาวอมรรัตน์ อะมุตะคุ หัวหน้าทีมปฏิบัติการชุมชนภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑล และตะวันออก และภาคกลางและตะวันตก และนางสาวศิริพร ฉุนตู เจ้าหน้าที่บริหารงานข้อมูล เข้าร่วมประชุมรายงานติดตามผลโครงการที่ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทานติดตามและสนับสนุน ประจำปีงบประมาณ 2568 ครั้งที่ 1/2568 ระหว่างศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมีพลตรีสุขศักดิ์ ดนัย ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ระดับ 10 ปฎิบัติหน้าที่ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายอำนวยการร่วม ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน เป็นประธานการประชุม ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน เขตพระราชทาน เขตดุสิต กทม.
ในการประชุมดังกล่าวมีโครงการสำคัญที่จะต้องติดตามและสนับสนุนจำนวน 15 โครงการ จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยในส่วนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้รายงานผ่านการประชุมระบบทางไกล ในส่วนที่รับผิดชอบถึงความคืบหน้าการดำเนินการ และแผนงานที่สำคัญที่จะดำเนินการปี 2568 ต่อที่ประชุมประกอบด้วย 1) โครงการพัฒนาคลองเปรมประชากร กรุงเทพมหานคร 2) โครงการพัฒนาบึงมักกะสัน กรุงเทพมหานคร 3) โครงการพัฒนาและแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่ โดยประธานในที่ประชุมมีข้อสั่งการเพิ่มเติมต่อการดำเนินงานของสถาบันพัฒนาชุมชน ดังนี้
กรณีพื้นที่บึงมักกะ ในส่วนของ พอช. ไม่มีข้อสั่งการเพิ่มเติม แต่มีการสั่งการให้สำนักกการระบายน้ำ กทม. จัดทำแผนรองรับระบบบำบัดน้ำเสียให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยของ พอช. นำเสนอในการประชุมครั้งต่อไป
กรณีพื้นที่คลองเปรมประชากร ประธานไม่มีข้อสั่งการ แต่ได้แจ้งที่ประชุมเพิ่มเติมว่าการดำเนินงานพัฒนาที่อยู่อาศัยคลองเปรมประชากรมีความคืบหน้าไปมาก ได้กราบบังคมทูลเชิญและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสร็จเยี่ยมประชาชนในพื้นที่เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา และได้มีการซักถามความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนงานที่ได้วางไว้เมื่อปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้ตอบที่ประชุมว่าปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วโดยรวม 35% พร้อมทั้งสอบถามแผนการดำเนินการไปปี 2568 ซึ่งสำนักพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองรายงานว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ 10 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานผลการดำเนินงานคลองเปรมที่เกี่ยวข้อง โดย สนน.กทม. ได้รายงานปัญหาอุปสรรคความล่าช้าในการดำเนินการโครงการ เกิดจากปัญหาหลายประการโดยส่วนหนึ่ง เกิดจากการส่งมอบพื้นที่และการรื้อถอนบ้านของชาวบ้าน และปัญหาการก่อสร้างโครงการบ้านมั่นคงก่อนก่อสร้างเขื่อนอาจจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องผลกระทบความมั่นคงต่อโครงสร้างที้พักอาศัยที่ได้ก่อสร้างไปก่อนหน้าแล้ว และกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้รายงานปัญหาการถมดินเข้าไปในคลองเปรมประชากร ในพื้นที่หลักหก ของ พอช.
ในกรณีคลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้นำเสนอผ่านวิดีทัศน์ และมีความเห็นเรื่องการจัดการผู้ลุกล้ำคลองแม่ข่า และการจัดการฟื้นที่ประวัติความเป็นมาของคลองแม่ข่า ในส่วนของ พอช. ได้รายงานผลการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนในพื้นที่คลองแม่ข่าและคลองสาขายย่อย ซึ่งพบว่ามีผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยจำนวน 20 ชุมชน ใน 6 สายคลอง รวม 1,822 ครัวเรือน มีแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) กรณีชุมชนเดิมอยู่นอกแนวเขตกำแพงเมือง มีแนวทางในการปรับปรุงและรื้อสร้างใหม่บริเวณเดิม (ถอยร่น) 2) ชุมชนที่อยู่บนแนวกำแพงเมือง ต้องรื้อย้าย และ 3) ชุมชนคลองสาขาย่อย ต้องปรับปรุงในที่ดินเดิมและรื้อย้ายบางส่วน ทั้งนี้ ในการดำเนินงานที่ผ่านมามีปัญหาข้อติดขัดเรื่องสัญญาเช่าที่ดิน การทับซ้อนของที่ดินแนวคลองแม่ข่าและเขตโบราณสถาน ซึ่งเป็นที่ดินของกรมศิลปากร กรมธนารักษ์ และที่ดินสาธารณะ และยังไม่มีการกำหนดระยะร่นแนวเขตระหว่างอาคารอยู่อาศัยกับคลอง และโบราณสถาน อีกทั้งยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับและหลายหน่วยงาน รวมทั้งพื้นที่รองรับชุมชนที่จะต้องย้ายออกไม่ชัดเจนและมีพื้นที่เพียงพออีกทั้งยังมีข้อจำกัดด้านการใช้ที่ดิน และขาดหน่วยงานหลักจากส่วนกลางในการกำหนดแนวทางการแก้ไขข้อจำกัดทางกฎหมาย เป็นต้น พร้อมกันนี้ได้มีข้อเสนอ ให้มี masterplan ในการบูรณางานร่วมกันทุกฝ่าย การแก้ไขปัญหาเรื่องการเช่าที่ดินในรูปแบบสัญญาที่เหมาะสม จัดหาที่ดินแปลงอื่นรองรับผู้ได้รับผลกระทบการพัฒนาทั้งระบบ เร่งสร้างรูปธรรมเพื่อสร้างความมั่นใจ จัดกลไกระดับชาติดูภาพรวมและผลักดันให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ตลอดจนให้มีคณะศึกษากฎหมายเกี่ยวกับที่ดินเพื่อหาทางออกร่วมกัน และให้มีโครงการรูปแบบพิเศษ เช่น คลองลาดพร้าว รถไฟ เข้ามาแก้ปัญหา
ทั้งนี้ ได้มีแนวทางออกให้กับโครงการที่มีปัญหาข้อติดขัดสามารถประสาน ศอญ. โดยไม่ต้องรอการประชุมใหญ่ ซึ่งจะมีการจัดประชุมเพื่อหาข้อคลี่คลายเป็นการเฉพาะรายกรณี โดยสิ่งที่ พอช.ต้องดำเนินการต่อจากนี้ คือ การจัดทำประเด็นปัญหาเพื่อนำหารือร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป
รายงาน : สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท











