“พม. สู้ให้สุด หยุดการโกง (Fight Against Corruption)”
กระทรวง พม. / วันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2568 ที่กระทรวง พม. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดงานวันต่อต้านการทุจริต กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวคิด “พม. สู้ให้สุด หยุดการโกง (Fight Against Corruption)” พร้อมปาฐกถาพิเศษ “ผนึกกำลัง พม. ยึดหลักธรรมาภิบาล เร่งผลักดัน 5×5 ฝ่าวิกฤติประชากร” และมอบโล่รางวัลบุคลากร “1 คนดี มีจริยธรรม 1 หน่วยงาน” ให้ 9 คน จาก 9 หน่วยงานราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าสังกัดกระทรวง พม. โดยมีนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง พม. คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. เข้าร่วมในงาน จากนั้น ทั้งหมดได้ร่วมกันถ่ายภาพแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านการทุจริต “จิตพอเพียง รวมใจต้านการทุจริต”
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นำโดย นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมงานวันเปิดงานวันต่อต้านการทุจริต และขอแสดงความยินดี กับ นางชัชฎาพร อำนวยสุวรรณ ตำแหน่งขณะรับรางวัล รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง สำนักพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท ปัจจุบันตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เข้ารับรางวัลบุคลากร “1 คนดี มีจริยธรรม 1 หน่วยงาน” ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี ประพฤติตนอย่างมีคุณธรรมจริยธรรม และเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ สร้างขวัญและกำลังใจให้บุคลากร อันเป็นกลไกหนึ่งในการป้องกันการทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
นางชัชฎาพร อำนวยสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักบริหางานกลาง พอช. เข้ารับรางวัลบุคลากร “1 คนดี มีจริยธรรม 1 หน่วยงาน”
นายวราวุธ กล่าวว่า สหประชาชาติกำหนดวันที่ 9 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความร้ายแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศทั่วโลก เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ บั่นทอนเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม การแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน จึงถือเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของเราทุกคน ที่จะต้องร่วมมือกันสร้างสังคมที่โปร่งใส เป็นธรรม และปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีความตระหนักและให้ความสำคัญต่อความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน และขอประกาศเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ในการยึดมั่นหลัก “ธรรมาภิบาล” อันเป็นรากฐานในการขับเคลื่อนภารกิจ เพื่อแก้ไขปัญหา พัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนทุกคน
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.)
กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อน นโยบาย 5×5 ฝ่าวิกฤติประชากร ถือเป็นความมุ่งมั่นของกระทรวง พม. ในการแก้ไขปัญหาท้าทาย 5 ด้าน ประกอบด้วย ปัญหาเด็กและเยาวชน , ปัญหาผู้สูงอายุ , ปัญหาความยากจน , ปัญหาคนพิการ , ปัญหาผู้ด้อยโอกาส ในยุคที่สังคมไทยเผชิญกับความท้าทายด้านโครงสร้างประชากร ธรรมาภิบาลคือเครื่องมือสำคัญที่จะนำนโยบายดังกล่าวไปสู่ความสำเร็จ สร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายต่อชีวิตของพี่น้องประชาชน หากย้อนมองประวัติศาสตร์การพัฒนาประเทศต่างๆ ทั่วโลก จะพบว่าความสำเร็จในการแก้ไขวิกฤติทางสังคมนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณทรัพยากรหรืองบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่คุณภาพของการบริหารจัดการ ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน
ขอประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า ขอให้หน่วยงานทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวง พม. ดำเนินงานทุกโครงการ ทุกกิจกรรมภายใต้นโยบาย 5×5 ฝ่าวิกฤติประชากรโดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.มิติแรก การจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเพียงใด หรือมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการอย่างไร ทุกคนจะได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม ผ่านระบบการจัดสรรทรัพยากรที่คำนึงถึงดัชนีความเปราะบางทางสังคม และความต้องการที่แท้จริงของแต่ละพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการวิเคราะห์และประเมินความต้องการ รวมถึงระบบการติดตามตรวจสอบการใช้ทรัพยากรอย่างโปร่งใส
2.มิติที่สอง การพัฒนาคุณภาพบริการ ให้มีมาตรฐานสากล เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพ และที่สำคัญ เราจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกแบบและพัฒนาบริการ เพราะเราเชื่อว่า ผู้รับบริการคือผู้ที่เข้าใจความต้องการของตนเองดีที่สุด
3.มิติที่สาม การส่งเสริมการมีส่วนร่วม ด้วยการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนงานของกระทรวง ผ่านกลไกการมีส่วนร่วมที่หลากหลาย เพื่อระดมทรัพยากร ความเชี่ยวชาญและนวัตกรรม ในการพัฒนาและขยายบริการสวัสดิการสังคมให้ครอบคลุม ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ
4.มิติที่สี่ การเสริมสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะผ่านระบบการเปิดเผยข้อมูลแบบเปิด และกลไกการตรวจสอบแบบมีส่วนร่วม การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบฐานข้อมูล พม. ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการข้อมูลมีความโปร่งใส ถูกต้อง และสามารถตรวจสอบได้ เป็นการช่วยป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
กระทรวง พม. ยังได้ผลักดันพันธกิจสำคัญ 9 ด้าน (Flagship Projects) ได้แก่ ยกระดับการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัย , ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในการดูแลผู้สูงอายุ , สร้างงาน สร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนเปราะบาง , พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ , สร้างหุ้นส่วนทางสังคม สู่สวัสดิการที่ยั่งยืน , ขับเคลื่อนพันธกิจระหว่างประเทศที่สำคัญ , สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ทางสังคมเชิงรุก , พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสังคม , พัฒนาระบบ พม.ดิจิทัล และฐานข้อมูล
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดยนายกฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช. กล่าวว่า พอช. ยึดถือหลัก “พอช. ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการกระทำทุจริตคอรัปชั่น ยึดถือหลักปฏิบัติตามนโยบาย No Gift Policy โดยเคร่งครัดและดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี”
การเดินทางสู่การเป็นสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยหลักธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง ความมุ่งมั่นของบุคลากรทุกระดับ และความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ซึ่งเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคและบรรลุเป้าหมายในการแก้ไขวิกฤติประชากร สร้างสังคมไทยให้น่าอยู่ เป็นธรรม และยั่งยืน ขอให้บุคลากร พม. ทุกคน ร่วมเป็นกำลังสำคัญ เป็น พม. หนึ่งเดียว ที่จะช่วยกันผนึกกำลังขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวง พม. ให้นำไปสู่การสร้างสรรค์สังคมไทยเป็นสังคมที่ดียิ่งขึ้น เป็นสังคมที่ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต และมีโอกาสเท่าเทียมกัน
#ข่าวพม #พม #ศรส #esshelpme #5×5ฝ่าวิกฤติประชากร #พมหนึ่งเดียว #วราวุธศิลปอาชา #ศบปภ #วันต่อต้านการทุจริต #พมสู้ให้สุดหยุดการโกง #วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล






















