กรุงเทพมหานคร /13 ธ.ค.67 ที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นำโดย นางสาวสุธิดา บัวสุขเกษม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน (บริหาร) สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท เข้าร่วมประชุมเรื่องร้องเรียนเชิงระบบ โครงการศึกษาเชิงระบบในการแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้านในกรุงเทพมหานคร และในบางพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งจัดโดยสำนักงานผู้ตรวจราชการแผ่นดิน มีนายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบไปด้วย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ ณ ห้องประชุม 901 ชั้น 9 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
นางสาวสุธิดา บัวสุขเกษม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน ฯ กล่าวว่า พอช. มีบทบาทและอำนาจหน้าที่ในเรื่องการแก้ปัญหาคนไร้บ้าน เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง 3 ส่วน ได้แก่ 1) ตามมาตรา 7 แห่ง พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2543 2) ตามแผนยุทธศาสต์การพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปี ของรัฐบาล บนวิสัยทัศน์ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วหน้า และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในปี 2580” ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2559 – 2568 (ตามแผนเดิม ณ ขณะนั้น) และ 3) โครงการแผนงานและงบประมาณเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน จำนวนทั้งสิ้น 118.6 ล้านบาท
นางสาวสุธิดา กล่าวต่อ สำหรับรูปธรรมการขับเคลื่อนงานนั้น พอช. ได้ดำเนินการร่วมกับมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เครือข่าย/สมาคมคนไร้บ้าน ในการฟื้นฟูศักยภาพบุคคลและสร้างชุมชนคนไร้บ้าน เพื่อช่วยเหลือให้คนไร้บ้านกลับคืนสู่สังคม เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและสังคม และเป็นการพัฒนาศูนย์คนไร้บ้าน ที่ดำเนินการโดยเครือข่ายคนไร้บ้านให้มีการดำรงชีวิตประจำวันดีขึ้น และมีการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าวได้มีการสำรวจข้อมูลคนเร่ร่อน คนไร้บ้าน ใน 3 เมืองหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และขอนแก่น พบคนไร้บ้านจำนวน 1,395 คน นำมาสู่การแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านในศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์คนไร้บ้านกรุงเทพมหานคร : สุวิทย์ วัดหนู ศูนย์พัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านปทุมธานี : บ้านพูนสุข ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักภาพคนไร้บ้านเชียงใหม่ : บ้านเตื่อมฝัน และศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านขอนแก่น : โฮมแสนสุข
นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงบ้านใหม่คนไร้บ้าน 1 โครงการ พร้อมทั้งเป็นพื้นที่นำร่องโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อสวัสดิการคนจน อาทิ ที่ศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน “บ้านพูนสุข” จังหวัดปทุมธานี อาคารสวัสดิการที่อยู่อาศัยเพื่อสวัสดิการคนจน “เลียบวารี 79 เขตหนองจอก” กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการพัฒนาเป็นห้องเช่าราคาถูกให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใช้แรงงาน ผู้พิการที่ช่วยเหลือตนเองได้ ผู้สูงอายุ ผู้ที่กำลังหางานทำ นักศึกษาจบใหม่ ฯลฯ นางสาวสุธิดา กล่าวสรุปในตอนท้าย
นางสาวศิริมา ซื้อหา หัวหน้างานปฏิบัติการชุมชน พอช. ได้กล่าวถึง การแก้ปัญหาคนไร้บ้านไม่ได้เป็นภารกิจหลักของ พอช. แต่มีภารกิจในการเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรชุมชน โดยมีเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยเป็นเครื่องมือ ดำเนินงานภายใต้งบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาล 118 ล้านเศษ มาพัฒนาศูนย์คนไร้บ้านทั้ง 4 แห่ง ซึ่งมีการบริหารจัดการโดยคนไร้บ้านและการดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน ภายในศูนย์ต่างๆ ได้มีการทำเรื่องอื่นไปพร้อมกันด้วย อาทิ สิทธิสวัสดิการขั้นพื้นฐาน การพัฒนากลุ่มออมทรัพย์ การพัฒนาอาชีพ/รายได้ โดยมีการบูรณาการความร่วมมือกับหลายฝ่ายมาทำงานร่วมกัน และการเตรียมความพร้อมเรื่องที่อยู่อาศัยถาวรในอนาคต โดยใช้เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหา
นางสาวศิริมา กล่าวต่อไปว่า คนไร้บ้านมีการทำศูนย์พักพิงของตนเอง ภายในศูนย์มีการส่งเสริมการทำอาชีพ มีการเลี้ยงสัตว์ เช่น เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ปลูกผัก การฝึกอาชีพ และการที่เขาได้คุยภาษาเดียวกัน ทำให้มีความอบอุ่น อยู่ร่วมกันได้ มีการยกระดับมาสู่การทำบ้านเช่าสวัสดิการราคาถูก สามารถรับคนไร้บ้านที่เข้าไม่ถึงห้องเช่าราคาแพงได้ โดย พอช.มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ จะมีการสนับสนุนบ้านมั่นคงในหัวเมืองใหญ่ๆ มาทำบ้านเช่าราคาถูก เพื่อเปิดรับคนไร้บ้านให้คนในชุมชนได้ดูแลและยกระดับสู่โครงการบ้านมั่นคงในอนาคต ซึ่งในปี 2568 มีการดำเนินการแล้วในพื้นที่นำร่อง ซึ่งสามารถรองรับได้ประมาณ 200 ครัวเรือน/คน
สรุปการดำเนินงานที่ผ่านมา มีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการแก้ปัญหาคนไร้บ้าน อาทิ แนวทางการแก้ปัญหาคนไร้บ้านโดยกลุ่มคนไร้บ้านยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร ท้องถิ่นยังไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาคนไร้บ้าน มีคนไร้บ้าน/เร่ร่อนที่เป็นผู้สูงอายุ กลุ่มคนไร้บ้านที่อยู่ในศูนย์คนไร้บ้านส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้ช่วยเหลือตนเองได้ และไม่มีสหวิชาชีพมาทำงานร่วม งบประมาณและบุคลากรไม่เพียงพอในการดูแลคนไร้บ้านอย่างทั่วถึงและรอบด้าน ดังนั้น จึงได้มีข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในครั้งนี้ว่า รัฐบาลต้องส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่ม/สร้างองค์กร เพื่อให้คนไร้บ้านดำเนินงานร่วมกับภาคี กระตุ้นให้ท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพหลักในการแก้ปัญหาในพื้นที่ การส่งเสริมดูแลคนไร้บ้านที่เป็นผู้สูงวัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี นวัตกรรมการดูแลคนไร้บ้านควรมีหลากหลาย เพื่อให้คนไร้บ้านดูแลกันได้ ควรมีการบูรณาการการทำงานของศูนย์คนไร้บ้านกับภาครัฐทั้งเชิงงบประมาณและบุคลากร รัฐบาลควรสนับสนุนงบประมาณ เปิดช่องให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา โดยรัฐเป็นผู้ควบคุมคุณภาพ
รายงาน : สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท










