กรุงเทพมหานคร / วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับหน่วยงานภาคีจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการสร้างความเข้าใจ การขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเองปี 2568 โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้แทนการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเองทั้ง 5 ภาค (จำนวนเป้าหมาย 13 จังหวัด) ผู้แทนจากหน่วยงานภาคีพัฒนาเชิงพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. จำนวนกว่า 90 คน เข้าร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความเข้าใจในการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง ณ โรงแรมทาวน์อินทาวน์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
นายทองใบ สิงสีทา
นายทองใบ สิงสีทา นักปฏิบัติการชุมชนชำนาญการพิเศษ พอช. กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ว่าซึ่งเป้าหมายในการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง รวมจำนวน 13 จังหวัดที่จะมีการยกระดับในการขับเคลื่อน มีผลการขับเคลื่อนงานในพื้นที่อย่างจริงจัง และเป็นพื้นที่ที่จะประสานความร่วมมือ กับหน่วยงานงานภาคี โดยการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้เกิดรูปธรรมการขับเคลื่อนงานในมิติต่าง ๆ ของพื้นที่ เช่น การพัฒนาผู้นำ การพัฒนาที่อยู่อาศัย การสร้างสวัสดิการชุมชน สถาบัน เล็งเห็นถึงความสำคัญต้องการพัฒนาความเข้มแข็งในระดับจังหวัด การพัฒนาแบบบูรณาการ จำเป็นต้องอาศัยการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การจัดการตนเองของชุมชนได้ เกิดความร่วมมือกันของคนในชุมชน ยกระดับงานพัฒนาให้เกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องมีพื้นที่กลาง อาศัยความร่วมมือของชุมชน และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในท้องถิ่น เกิดการบูรณาการทรัพยากรจากต้นทุนที่มีอยู่ทั้งภายในและภายนอก มีการนำข้อมูล ปัญหา เป็นโจทย์ในการความต้องการ และปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน ซึ่งนำมาสู่การสร้างวาระร่วมของคนในจังหวัด และใช้เป็นประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ และในปีงบประมาณ 2568 สถาบัน ได้มีแผนงานในการยกระดับการขับเคลื่อนงานจัดการตนเอง โดยต้องดำเนินการตามแผนงาน 1 จังหวัด 1 โครงการ และมีผลการประเมินศักยภาพจังหวัด เพื่อติดตามการทำงานของกลไกจังหวัด รวมถึงที่กองทุนกลางเป็นกองทุนในการขับเคลื่อนงานในจังหวัด
การดำเนินงานจังหวัดบูรณาการช่วงที่ผ่านมาของ 6 จังหวัด
จังหวัดตราด : ใช้นโยบายการพัฒนาพื้นที่การดำเนินงาน เครือข่ายองค์กรชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อนงานหลัก ผลักดันศูนย์ประสานงานของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดตราด โดยเป็นศูนย์การประสานงานของประชาชน การบูรณาการกลไก
ในระดับอำเภอ เชื่อมโยงการพัฒนากับหน่วยงาน และในปีงบประมาณ 2568 จะมีแนวทางในการการผลักดัน 5 ดีวิถีตราด ทั้ง 5 ด้าน จะส่งเสริมให้พื้นที่จะเป็นตำบลในการจัดการตนเองทั้งจังหวัด การบูรณาการกับหน่วยงานในการขับเคลื่อนพลเมือง สร้างสมัชชาสุขภาพ การขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารและยา การขับเคลื่อน 1 ตำบล/1แผนพัฒนา เพื่อเป็นกลไกการสนับสนุนเชิงพื้นที่ เน้นการบริหารจัดการที่ดี และพัฒนาผู้นำในการสร้างประเด็นการพัฒนาในพื้นที่ พร้อมทั้งมีเป้าหมายในการพัฒนาประเด็นทั้ง 5 ด้าน โดยการบูรณาการภาคีร่วมในจังหวัด ทั้งภาคีพัฒนาเชิงพื้นที่ และภาคีเชิงวิชาการ และผลักดันให้เป็นประเด็นร่วมของคนทั้งจังหวัด
จังหวัดอำนาจเจริญ : ขับเคลื่อนจังหวัดอำนาจเจริญ เมืองแห่งธรรมเกษตร เป็นวาระร่วมและวิถีชีวิตหลักของคนในจังหวัด ในระดับจังหวัดมีการขับเคลื่อน โดยของคนทั้งหวัดได้ร่วมกันประกาศธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญ ตั้งเป้าหมายในการขับเคลื่อนสู่การเป็นเมืองแห่งธรรมเกษตร ร่วมกันจัดทำแผน 1 จังหวัด / 1 แผนงาน
โดยตั้งเป้าหมายในการพัฒนาเรื่อง การสร้างความเข้าใจ และการสร้างจิตสำนึกของประชาชนในการจัดการตนเอง , ส่งเสริมการสร้างพื้นที่กลาง สร้างการเรียนรู้ของประชาชน , ใช้สภาองค์กรชุมชน เป็นกลไกการพัฒนาความเข้มแข็งผลักดันการจัดทำแผนความต้องการของประชาชน และเป็นเวทีปรึกษาหารือที่สำคัญของประชาชนจากปัญหาต่าง ๆ
ที่ได้รับผลกระทบ
จังหวัดสุพรรณบุรี : มีการเชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานในพื้นที่ โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกในการขับเคลื่อนงาน ทบทวนการขับเคลื่อนยุทธศาตร์จังหวัดอย่างต่อเนื่อง และเข้าไปมีส่วนร่วมในการเป็น กบจ. โดยนำแผนของภาคประชาชนในการเชื่อมโยงแผนงานกับหน่วยงาน บูรณาการกับหน่วยงานในจังหวัด ในการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัย การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในจังหวัด การพัฒนาสิ่งแวดล้อม การสร้างสวัสดิการทางสังคม ส่งเสริมการศึกษาและสุขภาพ ซึ่งมีแผนงานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกด้าน โดยการเสนอโครงการและแผนงานไปยังหน่วยงานจังหวัด เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพแกนนำและการสร้างเครือข่ายสวัสดิการให้เกิดความเข้มแข็ง รวมถึงการพัฒนางานด้านการสื่อสาร การกระจายข่าวสารสื่อสารให้รับรู้ทั่วทั้งจังหวัด , การส่งเสริมการจัดทำตำบลบูรณาการ โดยการพัฒนาช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบาง , การพัฒนาอำเภอบูรณาการ ในอำเภอด่านช้าง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณาภาพชีวิต ผ่านโครงการ Tpmap โดยแนวทางในการพัฒนาการทำงาน คือการฟื้นฟูสภาองค์กรชุมชน บูรณาการความร่วมมือทั้งหน่วยงานภาครัฐ ประชาสังคม การพัฒนาศักยภาพผู้นำเป็นสำคัญ การสร้างภาคี
ในระดับภูมินิเวศน์ และการสร้างกลไกประสานพลังความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วน
จังหวัดแม่ฮ่องสอน : แม่ฮ่องสอนเมืองพิเศษทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มีปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ด้านความยากจน ขับเคลื่อนงานโดยใช้ระบบฐานข้อมูลเป็นหลัก , การขับเคลื่อนการสร้างพื้นที่กลาง เพื่อสร้างพื้นที่กลางและช่วยฟื้นฟูพื้นที่ความยากจน จัดทำแผนการแก้ไขปัญหาพื้นที่ในระดับตำบล ขับเคลื่อนงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงการสร้างพื้นที่รูปธรรมในการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัย
การพัฒนาคุณภาพชีวิต และด้านทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ มีการจัดการความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ อาหาร แหล่งธรรมชาติ การจัดการที่ดินที่อยู่อาศัย และการพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจชุมชนเพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชน
จังหวัดนครศรีธรรมราช : ขับเคลื่อนจังหวัดนครศรีธรรมราช นครแห่งความสุข ได้รับโอกาสในการเข้าแหล่งทุน และการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีพัฒนาที่หลากหลาย และได้ตั้งเป้าหมายร่วมในการสร้างความสุขให้แก่คนในจังหวัด โดยมีเป้าหมายหลักคือสร้างความเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้ 1 แผน /1 จังหวัด การเชื่อมโยงกลไกทุกภาคส่วน และการเข้าถึงแหล่งทุน การลดปัญหาความยากจน และพัฒนาช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบาง และส่งเสริมการสร้างอำนาจกลไกของประชาชน โดยยุทธศาสตร์สำคัญประกอบด้วย การสร้างสุขภาพ ที่อยู่อาศัย การจัดการที่ดิน สิทธิทางสังคม
การสร้างความมั่นคงในชีวิต , มีการสร้างภาคีทุกภาคส่วนในการพัฒนาชุมชน และขับเคลื่อนประเด็นงานแบบบูรณการ โดยมีความร่วมมือของหน่วยงานในจังหวัด การส่งเสริมการจัดการข้อมูลและระบบสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ ,
มีสมัชชาคนนครศร๊ธรรมราชหนึ่งเดียว เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกเข้าถึงโอกาสทุน สร้างรายได้ และช่วยกันพัฒนาระบบเศรษฐกิจในจังหวัด พร้อมทั้งเตรียมความพื้นที่ในการบูรณาการ การเชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์จังหวัด โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างสภาพลเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อส่งเสริมความพร้อมในการกระจายอำนาจ 1 ระบบ /1 จังหวัด
จังหวัดกระบี่ : การรวมกลุ่มในการจัดทำแผนของเครือข่ายองค์กรชุมชน และประชาสังคม โดยมีการจัดทำแผนบูรณาการภาคประชาชนของจังหวัดกระบี่ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กระบวนการในการจัดทำข้อมูลร่วมกับหน่วยงานอย่างเป็นระบบ มีการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการกำหนดแผนยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่ พัฒนากระบวนการนักจัดการทางสังคม ในการช่วยแก้ปัญหาและการจัดการข้อมูลที่เป็นส่วนสำคัญในการกำหนดนโยบายร่วม , สร้างศูนย์นวัตกรรมทางพลังงาน โดยมีหน่วยงานในการขับเคลื่อนชุมชนต้นแบบในการจัดการพลังงาน , การใช้โมเดลอำเภอในการขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานที่มีการสร้างการปฏิบัติการในพื้นที่ร่วมกันในระดับหมู่บ้าน และ
ในระดับอำเภอ โดยแต่ละอำเภอมีเป้าหมายในการพัฒาในประเด็นต่าง ๆ และขับเคลื่อนงานร่วมกับหน่วยงานภาคีพัฒนา เช่น การพัฒนาด้านที่อยู่อาศัย การพัฒนาคุณภาพชีวิต และแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยเชิงพื้นที่ สร้างกลไกร่วมเพื่อการตัดสินใจในการขับเคลื่อนนโยบาย และนำไปสู่การจัดทำผังพัฒนาเชิงพื้นที่ตำบล รวมถึงกระบวนการพัฒนา
นักจัดการทางสังคมสู่นักการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่จะเป็นผู้นำสำคัญต่อการขับเคลื่อนพื้นที่ต่อไป
ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ
แนวทางการสนับสนุนจังหวัดจัดการตนเองของเครือข่ายนักวิชาการและนักกฎหมาย
ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ หัวหน้าโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการนวัตกรรมทางสังคมเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง : พื้นฐานประชาธิปไตยอัตลักษณ์ไทย ได้ให้แนวทางในการสร้างประชาธิปไตยบนพื้นฐานรากชุมชน เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ดังนี้
- ให้ความสำคัญของประชาธิปไตยของประชาชน ที่จะเป็นหลักในการสร้างดุลยภาพระหว่างท้องถิ่นกับชุมชน
- เชื่อมโยงแนวคิดของภาคประชาสังคม
- การสร้างบทบาทในการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการสร้างตนเอง กำหนดประชาธิปไตยฐานรากของชุมชน
- การสร้างประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ หรือทางตรง เพื่อถ่วงดุลอำนาจทางการเมือง
- ปรับโครงสร้างธรรมนูญ เพื่อให้เอื้อต่อการสร้างพลังทางพลเมือง และเกิดการส่งเสริมความร่วมมือของประชาชน
- ส่งเสริมภาคประชาชน ชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง โดยมุ่งเน้นไปที่การกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ซึ่งประชาชนมีกระบวนการในการมีส่วนร่วมในการจัดการชุมชนด้านต่าง ๆ
- ส่งเสริมแนวทางการกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นหนทางสำคัญให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งจากในระดับฐานรากอย่างแท้จริง ชุมชนและพื้นที่สามารถจัดการตนเอง รวมถึงจัดการปัญหาภายในชุมชนได้เอง
- ระบบราชการแบบรวมศูนย์ จะเป็นต้นตอแห่งปัญหาต่อการสร้างความเหลื่อมล้ำทางสังคม และเป็นปัญหาต่อการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
ซึ่งมีข้อเสนอที่เป็นทางออกต่อการพัฒนาสร้างความเข้มแข็งของชุมชน คือ แนวทางการกระจายอำนาจในการจัดทำบริการสาธารณะ การกระจายอำนาจทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อสร้างระบบการบริการจัดการในพื้นที่ได้เอง , ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากร , การเพิ่มมาตรการส่งเสริมงบประมาณหนุนเสริมของภาคประชาชนและภาคประชาสังคม , การสนับสนุนการขับเคลื่อนประเด็นเชิงนโยบายสาธารณะท้องถิ่น และได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานท้องถิ่น , มีการประสานความร่วมมือ สานพลังขับเคลื่อน สร้างไกลไกร่วมกันของหน่วยงานเพื่อช่วยกันหนุนเสริมการทำงานของภาคประชาชนให้เกิดความเข้มแข็ง โดยให้เกิดการบูรณาการ ทำงานร่วมกันตามแผนงานที่กำหนดไว้ได้ เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็ง และเกิดการพัฒนาพื้นที่รูปธรรม เกิดผลลัพธ์การทำงานที่เห็นได้ชัดเจน , และให้มีการส่งเสริมพื้นที่ต้นแบบความเข้มแข็ง โดยเป็นพื้นที่ต้นแบบให้กับจังหวัดอื่น ๆ โดยมีกระบวนการถอดบทเรียนและองค์ความรู้ต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนงานของภาคประชาสังคม
ทิศทางการสนับสนุนการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง ปี 2568
นายกฤษดา สมประสงค์
ทิศทางการสนับสนุนของ พอช. ต่อการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง ปี 2568
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) กล่าวว่า สถาบันฯ ได้เห็นถึงความสำคัญต่อการจัดการภัยพิบัติของพื้นที่ที่เกิดขึ้น จึงต้องให้ความสำคัญการดำเนินงานกับขบวนองค์กรชุมชน ที่จะช่วยส่งเสริมขบวนการทำงาน และเกิดขบวนการทางความคิดของขบวนองค์กรชุมชน เพื่อให้สามารถจัดการปัญหาพื้นที่ของตนเองได้ จัดการแผนงานที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานในจังหวัด กระบวนการทำงานสร้างความเข้มเข็งในระดับพื้นที่ ในการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัย และร่วมกันเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา มีกลไกสนับสนุนการทำงานในระดับท้องถิ่น เชื่อมโยงเครือข่ายในพื้นที่ เช่น สภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน และส่งเสริมแนวทาง
ในการพัฒนาจังหวัด ที่จะเป็นจังหวะก้าวสำคัญต่อการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน
โดยกรอบแนวความคิดในการขับเคลื่อนงานของสถาบัน ต่อการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง อันมีเป้าหมายร่วมกันในการทำงานในระดับพื้นที่ แนวทางการพัฒนาการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเองที่สำคัญ ได้แก่ 1) การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีพัฒนา รวมไปถึงการทบทวนประเด็นการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์จังหวัด ซึ่งมีปัจจัยหนุนเสริมต่อการทำงานของพื้นที่เป้าหมายการยกระดับพื้นที่จังหวัดบูรณาการยกระดับสู่จังหวัดจัดการตนเอง ทั้ง 13 จังหวัด 2) การทบทวนยุทธศาสตร์ในแต่ละจังหวัด การพัฒนาฟื้นฟูความเข้มแข็งของชุมชน ด้วยเครื่องมือการพัฒนาต่าง ๆ ของสถาบัน เช่น โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต TPmap เป็นต้น , รวมถึงการสร้างความมั่นคงทางด้านที่อยู่อาศัย ให้แก่กลุ่มผู้เดือดร้อนในตำบลและกลุ่มผู้เปราะบางด้อยโอกาสทางสังคม ทั้งนี้ สถาบัน ได้เห็นถึงความสำคัญต่อการจัดากรปัญหาภัยพิบัติในพื้นที่ ที่จำเป็นต้องมีแผนการบริหารจัดการที่ดี เพื่อป้องกันการแก้ไขปัญหา โดยส่งเสริมให้ขบวนองค์กรชุมชนสามารถจัดการปัญหาตามความพร้อมของพื้นที่ได้ 3) ส่งเสริมการบูรณาการและยกระดับจังหวัดจัดการตนเอง ในทุกระดับ ตั้งแต่จังหวัดที่มีความพร้อม จังหวัดที่มีการยกระดับ รวมไปถึงจังหวัดที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อให้ทุกจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด มีความเข้มแข็งในการจัดการตนเอง พร้อมทั้งพัฒนาตำบลเข้มแข็ง โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาตำบลเข้มแข็งทุกจังหวัด ๆ ละ 5 ตำบล 4) การพัฒนาความเข้มแข็งจากในระดับตำบล สู่ในระดับจังหวัด และเชื่อมโยงการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และสนใจต่อปัญหาความเดือดร้อนของคนในชุมชน ลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
นางสาวกนิษฐา สุวัตธกุล
แนวทางการสนับสนุนการดำเนินงานจังหวัดจัดการตนเองของ พอช.
นางสาวกนิษฐา สุวัตธกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) ได้กล่าวถึงแนวทางการสนับสนุนกระบวนการจังหวัดจัดการตนเองว่า การสนับสนุนงบประมาณไปยังจังหวัดที่จะมีการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ ซึ่งแบ่งงบประมาณออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) งบบริหารจัดการ โดยการทำงานในพื้นที่จึงจำเป็นศูนย์ประสานงานจังหวัด โดยงบบริหารจัดการจะนำไปเป็นงบประมาณค่าใช้จ่ายในเรื่องการจัดการ พัฒนาเชื่อมโยงการจัดทำสรุปบทเรียนต่าง ๆ ของพื้นที่/ขบวนองค์กรชุมชน
2) สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ตามเป้าหมายแผนงานโครงการ เพื่อสนับสนุนพื้นที่ตามกลุ่มเป้าหมาย แบ่งเป็น
กลุ่มที่ 1 : จังหวัดบูรณาการสู่จังหวัดจัดการตนเอง จำนวน 13 จังหวัดที่มีโมเดลจังหวัดของตนเอง โดยสถาบันตั้งกรอบงบบริหารจัดการจังหวัดละ จำนวน 200,000 บาท , มีการจัดตั้งคณะทำงานกลไกกลาง ที่ขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ / มีแผนงานในการขับเคลื่อนจังหวัดทุกจังหวัด ** สามารถมีการจัดการตนเองได้
กลุ่มที่ 2 : จังหวัดที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องสู่การจัดการตนเอง เป้าหมายจำนวน 11 จังหวัด ** สามารถมีการจัดการตนเองได้
กลุ่มที่ 3 : จังหวัดแบบขยายผล เป้าหมายจำนวน 20 จังหวัด เป็นกลุ่มที่เจ้าหน้าที่ยังต้องช่วยหนุนเสริมการปฏิบัติการในพื้นที่
กลุ่มที่ 4 : จังหวัดอื่น ๆ ที่เตรียมการพัฒนาต่อไป เป้าหมายจำนวน 33 จังหวัด เป็นกลุ่มที่เจ้าหน้าที่ต้องช่วยหนุนเสริมการปฏิบัติการในพื้นที่
และด้านการประเมินต้นแบบตำบลเข้มแข็งในการจัดการตนเอง ที่ต้องมีการประเมินความคุ้มค่าขององค์กรชุมชน โดยมีเป้าหมายในการประเมินจังหวัดละ 5 ตำบล โดยมีองค์ประกอบจำนวน 5 ด้าน ได้แก่ 1) การจัดทำแผน และมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องประกอบการจัดทำแผน 2) ผู้นำองค์กรชุมชนมีบทร่วมในคณะทำงานและกลไกของหน่วยงาน โดยมีส่วนร่วมการทำงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กบจ. เป็นต้น 3) ชุมชนเข้าถึงทรัพยากร งบประมาณ และแผนงานสนับสนุนจากหน่วยงาน 4) เป็นศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้ เป็นแหล่งสาธิตดูงานของชุมชน และ 5) การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นการประเมินผลและวัดการทำงานของพื้นที่ การประสานความร่วมมือในการทำงาน เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ประสานความร่วมมือของภาคีต่าง ๆ และมีกลไกการขับเคลื่อนในระดับจังหวัดที่เข้มข้นขึ้น ผ่านกระบวนการจัดทำแผน และมีระบบข้อมูล ของกลุ่มคนเปราะบางและกลุ่มผู้เดือดร้อนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกับระบบข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ
โดยในโครงการต่าง ๆ ที่สถาบันให้การสนับสนุน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายตามแผนงาน/โครงการ จำนวน 10 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชน 2) โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่นด้วยระบบข้อมูล TPMAP 3) โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท 4) โครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน 5) โครงการป้องกันและต่อต้านการทุจริตฯ 6) โครงการบ้านพอเพียง 7) โครงการบ้านมั่นคง 8) โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร 9) โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง และ 10) โครงการที่อยู่อาศัยชั่วคราว กรณีไฟไหม้ ไล่รื้อ ภัยพิบัติ
ซึ่งเป้าหมายการพัฒนาและกระบวนการพัฒนาอยู่ในระดับพื้นที่ ต้องอาศัยความร่วมมือการทำงานจากหน่วยงานในพื้นที่ร่วมด้วย ทั้งนี้ โครงการต่าง ๆ ของสถาบัน จะช่วยหนุนเสริมพื้นที่ เป็นเครื่องมือสำคัญในการบูรณาการงานภายในจังหวัด และเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการบริหารจัดการจังหวัดได้ ซึ่งจังหวัดเป้าหมายการขับเคลื่อนสู่จังหวัดจัดการตนเองทั้ง 13 จังหวัด จำเป็นต้องมีการออกแบบแผนงานในการขับเคลื่อนทั้งระบบ และส่งเสริมระบบการบริหารจัดการที่ดีตามงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุน รวมถึงวิธีการทำงานทั้งเจ้าหน้าที่ในระดับภาค เจ้าหน้าที่ส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง ต้องมีวิธีการทำงานในรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับการทำงาน และพัฒนาศักยภาพขีดความสามารถในการทำงานให้มากขึ้น ช่วยสนับสนุนการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนได้อย่างเต็มความสามารถ
ช่วงแลกเปลี่ยน ทิศทาง และออกแบบแนวทางการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเองร่วมกันกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยมีหน่วยงานภาคีพัฒนาร่วมเสวนา ได้แก่ สสส. สช. สภาเกษตรกรแห่งชาติ ศูนย์คุณธรรม และสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน เพื่อให้ความเห็นต่อแนวทางที่เกี่ยวข้องกันการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง ดังนี้
- นางเข็มเพชร เลนะพันธ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ สสส. ส่งเสริมการขับเคลื่อนการจัดการสุขภาพ ซึ่งมีการทำงานเสริมสร้างสุขภาพกับภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ จัดทำแผนระบบเสริมสร้างสุขภาพ โดยมีเครื่องมือในการสนับสนุนเชิงพื้นที่แบบบูรณาการมากขึ้น รวมถึงการประสานพลังภาคียุทธศาสตร์ รวมถึงภาคีปฏิบัติการในพื้นที่ มีหน่วยจัดการในเสริมสร้างสุขภาพ และจะเป็นหน่วยงานในการส่งเสริมสุขภาวะ มีวิธีส่งเสริมแหล่งงบประมาณให้กับพื้นที่ สนับสนุนกองทุนกลางและการร่วมทุนกันในพื้นที่
- นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อานวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน : ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน และบริหารจัดการเรื่องที่ดิน ซึ่งมีแผนงานในการสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกับขบวนองค์กรชุมชน เพื่อส่งเสริมพื้นที่ในการการจัดการที่ดินอย่างยั่งยื่น และเกิดการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด ป้องกันการสูญเสียสิทธิในที่ดินของประชาชน รวมถึงสร้างความเป็นธรรมในการถึงสิทธิของที่ดินทำกิน ลดความเหลื่อมล้ำเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เพื่อกระจายการถือครองที่ดิน โดยแนวทางส่งเสริมการจดแจ้งทะเบียนกับเกษตรอำเภอ และมีที่ดินที่เป็นพื้นที่ในการทำเกษตรกรรม ต้องผ่านประเมินและตรวจสอบเรื่องที่ดิน ซึ่งจะมีการส่งเสริมการต่อยอดในการพันาที่ดิน การทำเกษตรกรรม รวมไปถึงการส่งเสริมการแปรรูปด้านการเกษตร
- นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสานักงานฯ ศูนย์คุณธรรม ส่งเสริมการขับเคลื่อนคุณธรรมในจังหวัด เพื่อส่งเสริมการทำความดี พัฒนาคุณธรรมเชิงพื้นที่ มีการเชื่อมโยงโดยสมัชชาขับเคลื่อนเครือข่ายคุณธรรมนระดับจังหวัด , มีการพัฒนาเครื่องมือในการพัฒนาตำบลคุณธรรม เช่น การยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนในการขับเคลื่อนธรรมาภิบาล โดยแนวทางส่งเสริมต่อการขับเคลื่อนงาน เช่น การเปิดพื้นที่โดยการจัดสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ และการจัดตลาดนัดด้านวิชาการ เพื่อสนับสนุนความรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไป
- นายบัณฑิต มั่นคง ผู้ชำนาญการสำนักขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ : ส่งเสริมนโยบายสาธารณะเกี่ยวกับการจัดการเรื่องสุขภาพ สร้างธรรมนูญสุขภาพทั้งในระดับชาติและในระดับพื้นที่ตำบล เพื่อให้เกิดพื้นที่รูปธรรมสมัชชาสุขภาพในระดับตำบล และในระดับจังหวัด โดยส่งเสริมขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะ การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพของคนในชุมชนและท้องถิ่น , การพัฒนาผู้นำในการขับเคลื่อนประเด็นงานในพื้นที่ ซึ่งมีการออกแบบหลักสูตรการพัฒนาและใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนสมัชชาสุขภาพในพื้นที่ร่วมด้วย
- น.ส.วริฐา หลักคา หน.ส่วนติดตามและประเมินผลฯ สภาเกษตรกรแห่งชาติ : ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกเกษตรกรในจังหวัด สามารถเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านเกษตรกรในพื้นที่ โดยต้องมีการบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ และต้องมีการขยายเครือข่ายองค์กรชุมชน และสมาชิกเกษตรกรจังหวัดเพิ่มมากขึ้น เพื่อร่วมกันเป็นภาคีการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในจังหวัด เสนอผ่านช่องทางการแก้ปัญหา โดยแนวทางส่งเสริมต่อการขับเคลื่อนงาน ได้แก่ การส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายและการขับเคลื่อนตามข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะ เพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับขบวนองค์กรชุมชน
- นายวีระพงษ์ กังวานนวกุล ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างเครือข่าย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ : ส่งเสริมการให้ทุนเกี่ยวกับสร้างสื่อในด้านต่าง ๆ มีการขับเคลื่อนงานเรื่องการสร้างสื่อเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม รวมถึงทุนทางความร่วมมือ เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่สังคม โดยจะมีการผลิตสื่อสร้างสรรค์สู่สังคม เป็นสื่อที่น่าสนใจ สร้างการเคลื่อนไหวทางสังคมด้วยการสื่อสารได้ และการใช้สื่อเป็นเครื่องมือหนุนเสริมการทำงานในพื้นที่
ช่วงสุดท้ายของเวที มีการให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมโดยผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีวงร่วมเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้ให้แนวทางต่อการทำงานในพื้นที่ต่อการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง ดังนี้
- นายสิน สื่อสวน ผู้ทรงคุณวุฒิ อดีตผู้บริหาร พอช. : “กล่าวถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จ เกิดขบวนการทางสังคม โดยจะต้องส่งเสริมให้ประชาชน และชุมชนเป็นผู้ดำเนินการหลัก สร้างอุดมการณ์ในการจัดการตนเองที่มีขบวนการจัดการในระดับจังหวัดร่วมกัน รวมถึงแนวทางในการประสาน สร้างสัมพันธมิตรกับเครือข่ายองค์กรชุมชนอื่น ๆ ด้วย, ส่งเสริมการขับเคลื่อนงานด้วยกลไกของภาคประชาชาชนขับเคลื่อนร่วมกัน ประสานพลังภาคีความร่วมมือในการขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง และภายในองค์กรต้องมีการจัดระบบการจัดการ ระบบข้อมูล ระบบบุคลากรที่เป็นส่วนสำคัญในการปฏิบัติการ ”
- นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิ อดีตผู้บริหาร พอช. : “ ขบวนองค์กรชุมชน ต้องสนใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลก ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก และจะส่งผลกระทบต่อชุมชน จึงจำเป็นต้องออกแบบการทำงานไปทิศทางข้างหน้า ก้าวทันต่อสถานการณ์ และทันต่อสิ่งการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ , จำนวนเป้าหมายในการขับเคลื่อนงานจังหวัดจัดการตนเอง ทั้ง 13 จังหวัด จะเป็นต้นแบบในการขยายผล และยกระดับพื้นที่ ต้องอาศัยการจัดโครงสร้างระบบการทำงานนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ และใส่ใจ
ต่อเรื่องผู้นำ การสร้างคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานแทน รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างขบวนองค์กรชุมชน กับหน่วยงาน และการทำงานร่วมกับ พอช. เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนปลงโครงสร้างการทำงานที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ” - ดร.สุพัฒพงศ์ แย้มยอิ่ม ผช.ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสุราษฎร์ธานี : “ ท้องถิ่นต้องมีการจัดการตนเองให้ได้ เน้นการจัดการคนให้มีส่วนร่วมในการจัดการชุมชนเข้มแข็ง และประสานความร่วมมอกับหน่วยงานในการจัดการด้านต่าง ๆ เพื่อปรึกษาหารือปัญหาต่าง ๆ กับหน่วยงานอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งหน่วยงานจะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการทำงาน สนับสนุนงบประมาณให้แก่พื้นที่และขบวนองค์กรชุมชนได้ และเป็นการเปิดโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ได้ ”
- นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้ทรงคุณวุฒิ อดีตผู้บริหาร พอช. : “ได้เน้นย้ำถึงพลังของขบวนองค์กรชุมชน และหลักสำคัญในการกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น จะเป็นแนวทางสำคัญยิ่งที่ทำให้ชุมชนเกิดการจัดการตนเอง และสามารถกำหนดเป้าหมายแห่งการพัฒนาของชุมชนได้ เป้าหมายในการจัดการตนเอง คือการพัฒนาชุมชนที่เกิดจากฐานรากชุมชน จากระดับฐานรากของประชาธิปไตยของประชาชน และประชาชนจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นงานในพื้นที่ เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนจากในระดับพื้นที่อย่างแท้จริง”
โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมา เกิดการออกแบบเครื่องมือในการขับเคลื่อนในพื้นที่ สามารถสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานพัฒนาเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งในพื้นที่ได้ แต่ในด้านการสร้างกลไกลางของจังหวัด ยังไม่สามารถดำเนินการได้ดีมากนัก และพบว่าการทำงานในหลายจังหวัดยังไม่เข้มแข็ง เช่น ข้อมูลในพื้นที่ยังไม่สามารถบูรณาการด้วยกันได้ แผนการพัฒนาชุมชนต้องเป็นแผนที่แก้ไขปัญหาชุมชนได้อย่างครอบคลุม เป็นต้น ซึ่งการสนับสนุนพื้นที่ให้เกิดความเข้มแข็งต้องมีพื้นที่จังหวัดเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนงาน โดยในปีงบระมาณ 2568 คาดหวังว่า ในการดำเนินงานขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง เป้าหมายในการขับเคลื่อน ได้แก่ การพัฒนาจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด ให้เกิดความเข้มแข็งตามความพร้อมของพื้นที่ แบ่งเป็น 1) การยกระดับจังหวัดบูรณาการที่จะยกระดับเป็นจังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งมีเป้าหมายจำนวน 13 จังหวัด ดังนี้ ภาคหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน , ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดหนองคาย อำนาจเจริญ , ภาคกลางตะวันตก ได้แก่ จังหวัดชัยนาท สุพรรณบุรี , ภาคกรุงเทพฯปริมณฑลและตะวันออก ได้แก่ จังหวัดตราด และภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ นครศรีธรรมราช พัทลุง (มีการพัฒนา 1 โครงการ 1 จังหวัด) / มีกลไกจังหวัด รวมถึงมีแผนการพัฒนาจังหวัด 2) การพัฒนาจังหวัดที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง สู่การจัดการตนเอง จำนวน 11 จังหวัด 3) จังหวัดแบบขยายผล จำนวน 20 จังหวัด 4 ) จังหวัดที่ดำเนินการได้ทั่วไป ที่เตรียมการพัฒนาต่อไป จำนวน 33 จังหวัด
นางสาวธมลวรรณ สุวรรณรุ่งเรือง เจ้าหน้าที่บริหารงานข้อมูลอาวุโส บันทึกเนื้อหา

























