วันที่ 21 ต.ค. 2567 ได้มีเวที Kick Off พม.หนึ่งเดียว ร่วมใจซ่อมแซมที่อยู่อาศัยฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบภัยน้ำท่วมหนองคาย ปี 2567 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ 150 คน โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในพิธี ณ ศาลาประชาคมบ้านปากสวย ตำบลวัดหลวง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย
นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า การระดมพลร่วมใจซ่อมแชมที่อยู่อาศัยหลังภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ เพื่อระดมความรู้ในสถานการณ์และสภาพปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในจังหวัดหนองคายโดยเน้นที่ชุมชนบ้านปากสวยซึ่งเกิดเหตุการณ์น้ำโขงไหลท่วมและหาแนวทวทางการแก้ปัญหาที่อยากเห็นร่วมกัน ภัยพิบัติครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าเนื่องจากล้ำเล็กๆ หลายสายได้ไหลมารวมกันทำให้น้ำมวลน้ำได้ใด้ไหลมารวมกันจนทำให้แม่น้ำโขงได้ทะลักท่วมบ้านเรือนเสียหาย ซึ่งอุทกภัยครั้งนี้มีหลักการที่ชัดเจนว่าจะแก้ไขอย่างไรกับเรื่องเฉพาะหน้า และการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบการเผชิญเหตุอุทกภัย จะมีหน่วยวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ การดูแลด้านการดำรงชีพ การอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมและการจราจร การดูแลด้านการแพทย์และสาธาธารณสุข การดูแลรักษาความปลอดภัย การดูแลรักษาสถามที่สำคัญ การประชาสัมพันธ์ในภาวะฉุกเฉิน การบรรเทาทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ประสบภัย การแจกจ่ายถุงยังชีพ การฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์ และด้านการแพทย์และสาธารณสุข เป็นต้น ดังนั้นจากความร่วมมือร่วมใจกับของพี่น้องประชาชน ผู้นำในท้องที่ท้องถิ่น และหน่วยงานทุกภาคส่วน ที่มีความร่วมมือในการดำเนินการช่วยเหลือในช่วงเผชิญเหตุการมาร่วมมือกันในการฟื้นฟูชุมชนและคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีความยินดีให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนจังหวังหวัดหนองคายได้ประสบผลสำเร็จตามที่ทุกภาคาคส่วนคาดหวังโดยจะให้ความร่วมมือ และเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้มีความมั่นคงต่อไป
ด้านนางบุปผา ทัพกฤษณ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า นโยบายท่านรัฐมนตรีฯกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมันคงของมนุษย์ ได้ให้ความสำคัญและยกระดับเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ภายใต้ Policy Vision : คนไทยมีความมั่นคงในชีวิตและสติการที่เหมาะสม โดยมี Measures : มาตรการ 5X5 แก้ปัญหาวิกฤตประชากร โดยมี 9 โครงการต่อยอดแนวคิด จากสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2567 มีแผนการจัดการผลกระพบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติต่อกลุ่มเปราะบางโดยช่วงที่ผ่านมา หน่วยงาน พม. หนึ่งเดียว จังหวัดหนองคาย และ พอช.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขบวนองค์กรชุมชน จังหวัดหนองคาย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และหน่วยงานในระดับพื้นที่ ได้ร่วมกันสำรวจข้อมูลความเสียหาย พบว่า จำนวนครัวเรือนและประชากรที่ได้รับผลกระทบจำเป็นต้องมีการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนในด้านการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย การสนับสนุนด้านอาหาร และประชากรกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยติดเตียง โดยกระบวนการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลได้ดำเนินการ อาทิเช่น เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดหนองคาย มีบทบาทสำคัญในการประสานงานและให้ข้อมูลพื้นที่ต่างที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างตรงจุด รวมถึงการทำงานร่วมกับชุมชนและองค์กรท้องถิ่นในการรวมข้อมูลจากแต่ละครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบและอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และ ทีม One Home พม. ร่วมกัน
จัดการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้ได้รับผลกระทบที่เป็นกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยติดเตียง โดยเน้นการเก็บข้อมูลด้านสุขภาพและความต้องการในการช่วยเหลือระยะยาวสำหรับผู้นำชุมชนในพื้นที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยนำทางและระบุครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการให้ข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ กับประชาชนในพื้นที่ และที่สำคัญเราได้มีนินิสิตจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามช่วยสำรวจภาคสนาม การรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติ การสัมภาษณ์ครัวเรือนผู้ได้รับผลกระทบ และการประมวลผลข้อมูลในแต่ละพื้นที่ ซึ่งข้อมูลมีความครบถ้วนและถูกต้องพร้อมสำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก ซึ่งผลการสำรวจ จำนวนครัวเรือน และผลกระทบ ได้ดังนี้ ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งหมดจำนวน 681 ครัวเรือน ใน 23 ตำบล จาก 6 อำเภอ ในจังหวัดหนองคาย มีประชากรได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 2,547 คน โดยเป็นเด็กอายุ 0-2 จำนวน 71 คน อายุ 3-6 ปี จำนวน 70 คน อายุ 7-18 ปี จำนวน 198 คน อายุ 19-59 ปี จำนวน 1,293 คน และประชากรอาย 60 ปีชั้นไป จำนวน 609 คน มีผู้พิการจำนวน 81 คนพบว่ามี 17 คน ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งต้องการการดูแลเป็นในช่วงที่เกิดน้ำท่วมอย่างไรก็ตามการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและการให้ความช่วยเหลือที่ผ่านมา ได้มีการปรับปรุงซ่อมแชมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 472 หลังคาเรือน โดยการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การสนับสนุนเงินกู้ยืมไม่มีดอกเบี้ย การสนับสนุนอาหารปรุงสำเร็จ และความช่วยเหลืออื่นๆ โดยใช้ประมาณการงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย รวมทั้งหมด 3,446,405 บาท
เรื่องการฟื้นฟูและซ่อมแชมในแต่ละอำเภอ ได้แยกตามรายอำเภอดังนี้ อำเภอท่าบ่อ เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยมีจำนวน 345 ครัวเรือน ประชากรที่ได้รับผลกระทบ 1,344 คน ในตำบลกองนาง, ตำบลน้ำโมง และตำบลโพนสา มีเด็กอายุ D-2ปี จำนวน 42 คน อายุ 3-6 ปี จำนวน 13 คน และมีผู้ป่วยติดเตียง 11 คน อำเภอโพนพิสัย มีจำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ 57 ครัวเรือน ประชากรที่ได้รับผลกระทบ 161 คน มีเด็กอายุ 0-2 ปี จำนวน 3 คน อายุ 3-6 ปี จำนวน 6 คน และไม่มีผู้ป่วยติดเตียง อำเภอเมืองหนองคาย มีจำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ 169 ครัวเรือน ประชากรที่ได้รับผลกระทบ 672 คน มีเด็กอายุ 0-2 ปี จำนวน 19 คน อายุ 3-6 ปี จำนวน 25 คน และมีผู้ป่วยติดเตียง 5 คน อำเภอศรีเชียงใหม่ มีจำนวนครัวเรือนที่ใด้รับผลกระทบ 72 ครัวเรือน ประชากรที่ได้รับผลกระทบ 222 คน มีเด็กอายุ 0-2 ปี จำนวน 5 คน อายุ 3-6 ปี จำนวน 8 คน และไม่มีผู้ป่วยติดเตียง จากข้อมูลดังกล่าวทางจังหวัดได้มีการประสานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ซึ่งการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของผู้อาศัยอยู่ดีขึ้น จึงขอนำเรียนข้อมูลการสำรวจและการดำเนินการช่วยเหลือในส่วนที่หน่วยงาน พม. ดำเนินการด้านนายประจักษ์ อภัยภักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดหลวง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ตำบลวัดหลวง ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นจำนวนมาก โดยมีชุมชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม จำนวน 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ 4, 4, 13, 14 และจากการสำรวจความเดือดร้อนเรื่อง ที่อยู่อาศัยกว่า 30 หลังคาเรือน 82 คน มีผู้ใหญ่ในวัยทำงาน (อายุ 19-59 ปี) จำนวน 38 คน และผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) อีก 25 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางและต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษจากความยากลำบากในการดำเนินชีวิตประจำวันเนื่องจากากน้ำท่วมประเมินความเสียหาย และเร่งฟื้นฟูบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ จึงได้ประชุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อขอรับสนับสนุนความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ โดยได้ประเมินความเสียหายเบื้องต้นและได้ประสานงานมายังสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เพื่อจัดทำข้อมูลเสนอขอขอรับงบประมาณตามกรอบเกณฑ์การสนับสนุนกรณีไฟไหม้ไล่รื้อ และเร่งฟื้นฟูบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังไม่มีรายงานการแจกจ่ายเงินสงเคราะห์หรือการช่วยเหลือด้านอาหารและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ อย่างเป็นทางการ ประชาชนในพื้นที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็วสภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเครือข่ายที่ขับเคลื่อนงานในพื้นที่ จึงได้ประชุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อขอรับสนับสนุนความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ โดยได้ประเมินความเสียหายเบื้องต้นและได้ประสานงานมายัง พอช. สำนักงาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในครั้งนี้
นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. กล่าวว่าความต้องการฟื้นฟูการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยเฉพาะในตำบลวัดหลวง ซึ่งเป็นพื้นพื้นที่ที่น้ำท่วมทำให้บ้านเรือนเสียหายจำนวนมากการสนับสนุนช่างชุมชนเพื่อช่วยช่อมแซมบ้านที่ได้รับผลกระทบการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนในด้านต่างๆ เช่น สุขอนามัยและการจัดการความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐานจากสถานการณ์ดังกล่าว การฟื้นฟูบ้านเรือนและคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัย
น้ำท่วมในปี 2567 จึงเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนและมีประสิทธิภาพ โครงการ Kck Of “พม. 1 เดียว ร่วมใจ ซ่อมแชมแซม ที่อยู่อาศัย ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบภัยน้ำท่วม หนองคาย ปี 67” นี้จึงเป็นการตอบสนองต่อความจำเป็นในการฟื้นฟูบ้านเรือนและการฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างครบถ้วนทั้งนี้ การซ่อมแชมบ้านจะดำเนินการโดยความร่วมมือของช่างชุมชน ขบวมองค์กรชุมชนจังหวัดหนองคาย และทีมงาน “พม. 1 เดียว” ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรท้องถิ่น โดยเน้นการซ่อมแชมบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักที่ตำบลวัดหลวง เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โครงการนี้มุ่งเน้นการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดหนองคายโดยใช้ความร่วมมือจากหน่วยงานชุมชนและภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถอยู่อาศัยในบ้านเรือนของตนได้อย่างปลอดภัย นางยินดี บุญธง อายุ 49 ปี ชาวบ้านผู้ได้รับรับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมบ้านปากสวย ตำบลวัดหลวง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า “อยู่เป็น อยู่ได้ แม้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมเป็นเดือน เพราะเมื่อก่อนชุมชนของเราได้นำภูมิปัญญาชาวบ้านที่อยู่กันตามวิถี หาปู หาปลา กินกันเพื่อยังชีพ ถึงแม้จะได้รับความเสียหายจากอุทกภัยนำท่วมช่วงหลายปีที่ผ่านมาปีนี้ได้รับการแจ้งเตือนจากผู้นำชุมชน จึงได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือและได้เก็บข้าวของขึ้นที่สูง อีกทั้งยังได้รับธารน้ำใจการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วน ทำให้ชาวบ้านมีกำลังใจ พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมก้าวเดินไปด้วยกันอย่างมั่นคงสำหรับการขับเคลื่อนของชุมชนจากร่องรอยของน้ำท่วมในหมู่บ้าน หลังจากการรวบรวมข้อมูลในชุมชนแล้ว ชาวบ้านได้ทำงานร่วมกันสำรวจร่องรอยหลักฐานจากน้ำท่วมในหมู่บ้าน จากนั้นพวกเขาได้พัฒนาความคิดที่จะช่วยสร้างระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติให้ชุมชนหลังจากผ่านการอบรมจากโครงการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนแล้วชาวบ้านได้จัดลำดับความสำคัญในแต่ละชุมชน อาทิ การซ่อมถนน การสร้าง หรือปรับปรุงคลองระบายน้ำให้ดีขึ้น”เราได้รับความร่วมมืออย่างดีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เนื่องจากทุกคนสามารถเห็นผลงานเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน อย่างเช่นการทำความสะอาดบ้านซึ่งชาวชุมชนได้ช่วยกันทำด้วยตัวเอง จากเดิมที่เคยมีชาวบ้านแค่ 20-30 คนมาช่วยกันทำตอนนี้เรามีชาวบ้านช่วยกันมากกว่า 100 คน เนื่องจากเรารู้ว่าประโยชน์จะตกอยู่กับทุกคนในชุมชน”















