ประชุมคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
วันนี้/18 ตุลา 67 คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดประชุมครั้งที่ 11/2567 โดยมี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธานในการประชุม จากการประชุมคณะกรรมการสถาบันฯ ได้มีมติเห็นชอบผลการดำเนินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการสถาบันฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พร้อมให้ข้อเสนอแนะต่อแนวทางการบริหารจัดการด้านทรัพยากรบุคคลของสถาบัน และการพัฒนาผู้นำขบวนองค์กรชุมชน และเห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ รวมทั้งชื่นชมการทำงานของ พอช. ทุกระดับที่ทุ่มเทการทำงาน ทำให้องค์กรได้รับผลประเมินอยู่ในระดับดีมาก โดยมีเข้าร่วมประชุมกว่า 40 คน ทั้งระบบ Onsite และ Online ผ่านระบบ Zoom Metting ณ ห้องประชุม 301-302 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) บางกะปิ กรุงเทพฯ
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะต่อการดำเนินงานของสถาบันว่า “เรื่องการรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก พอช. ควรเปิดกว้างให้มีช่องทางส่งเรื่องร้องเรียนให้มากขึ้น เพื่อให้การทำงานของเราให้เปิดเผยโปร่งใส เพราะชาวบ้านคือสายตาขององค์กร ซึ่ง พอช. ควรจัดผู้ดูแลและดำเนินการเรื่องนี้ให้มาก ตอบคำถามและคัดกรองเรื่องส่งไปยังหน่วยงานต่าง ๆ และแจ้งให้คณะกรรมการรับทราบอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อถือให้กับเครือข่ายและองค์กรของเราด้วย”
นางวารุณี สกุลรัตนาธารา
นางวารุณี สกุลรัตนาธารา กรรมการสถาบันฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องร้องเรียนหลายเรื่อง คือ เรื่องของกองทุนสวัสดิการชุมชน ดังนั้นจึงขอให้ พอช. มีการส่งเสริมให้กองทุนสวัสดิการชุมชนใช้โปรแกรม SWF เพื่อจัดทำระบบข้อมูลของกองทุนให้เป็นปัจจุบัน
ดร.กอบศักดิ์ ได้เสนอแนะเพิ่มเติมว่า ควรมีการหารือกับสมาคมนักบัญชีหรือภาคเอกชน เพื่อทำความร่วมมือพัฒนาและสร้างนักบัญชีชุมชน “อีกช่องทางหนึ่งต้องกำหนดให้สหกรณ์ และสวัสดิการชุมชนใช้ซอฟแวร์ของ พอช. มีสติ๊กเกอร์ของ พอช. ไปติดเพื่อการันตีคุณภาพ มีกระบวนการบันทึกและปิดบัญชีทุกวัน โดยรับประกันว่าเมื่อใช้ซอฟแวร์เราสามารถเปิดเข้าไปดูได้ สร้างระบบให้ชาวบ้านดูแลกันเองได้”
ในส่วนของเรื่องการจัดการความรู้ของคณะกรรมการ ดร.กอบศักดิ์ ได้เสนอว่า ควรทำระบบ e-Library ให้ทราบว่ามีเรื่องอะไรบ้าง จัดทำเป็นไฟล์นำเสนอง่าย ๆ นอกจากนั้น อาจจะส่งเสริมให้มีการประกวดองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ ของชุมชน ซึ่งอาจจะมีทีมที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ เช่น ประกวดองค์ความรู้จากชุมชน ประกวดเรื่องปราชญ์ชาวบ้าน หรือเรื่องอื่น ๆ ซึ่งในชุมชนมีองค์ความรู้อยู่มากมาย และยังเป็นการค้นหาพลังจากเพื่อนได้มากขึ้นด้วย เป็นการสะสม wisdom การพัฒนาชุมชนของประเทศ ในที่สุด พอช. ก็จะเป็นศูนย์องค์ความรู้ของประชาชนอย่างยิ่งใหญ่ ทั้ง ๆ ที่ พอช. มีคนทำงานน้อย แต่ พอช. สามารถทำได้ และ พอช. ควรทำหน้าที่ในด้านการสื่อสารงานพัฒนาออกสู่ต่างประเทศให้มาก ซึ่งอาจจะเป็นรูปแบบทั้งชวนแขกต่างประเทศมาศึกษาดูงาน หรือการส่งคนไปศึกษาดูงานต่างประเทศ โดยอาจจะตั้งเป็นทีมเฉพาะกิจในการทำเรื่องนี้ เพื่อเชื่อมโยงงานกับต่างประเทศให้มากขึ้น
ดร.กอบศักดิ์ กล่าวต่อ ในส่วนของการบริหารจัดการด้านทรัพยากรบุคคล ได้มีข้อเสนอแนะในการดำเนินการ ดังนี้ 1) เรื่องการรับนักศึกษาเข้ามาทำงานในองค์กร เป็นเรื่องที่ดีเราได้รู้จักนักศึกษา นักศึกษาก็ได้รู้จักเรา สามารถคัดเลือกคนที่ใช่ได้ เป็นเรื่องที่ดีควรทดลองทำ ถ้าไปได้ก็ทำต่อ 2) การจ้างผู้พิการ ควรหารือกับบริษัทเอกชนที่เขาต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนอยู่แล้ว แล้ว พอช. ทำหน้าที่ค้นหาชุมชนที่มีผู้พิการ แล้วชวนผู้พิการเข้ามาร่วมงาน และทำทำเนียบผู้พิการเพื่อส่งต่อให้กับภาคเอกชน ใครอยากได้คนที่มีคุณสมบัติแบบไหนมาจ้างคนพิการที่อยู่ในชุมชนของเรา ผู้พิการก็จะได้มีงานทำมีคุณค่าไม่เป็นภาระให้กับครอบครัว และชุมชน รวมถึงการหารือร่วมกับอธิบดีกรมพิการ พม. เพื่อดำเนินการไปด้วยกัน 3) พอช. ยังมีตำแหน่งว่าง อยากชวนคิดว่า องค์กรต้องปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ลองคิดถึงระบบ ecommerce เข้ามาช่วย ชวนเด็กเข้ามาช่วย เช่น เด็กนิเทศน์เข้ามาช่วย หรือคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะด้านดิจิทัลเข้ามาช่วย
“ที่สำคัญ 5 ปีหลังจากนี้ องค์กรเราจะมีบุคลากรประเภทไหนมากขึ้น ที่แน่ ๆ ต้องมีบุคลากรด้านไอทีแน่นอน และยิ่งโลกไม่ต้องใช่เงินสด สแกนอย่างเดียว แล้วองค์กรของเราต้องการคนแบบไหน หรือองค์กรจะไปสู่จุดไหน เราไม่ต้องเอาคนออก แต่อาศัยช่วงผลัดเปลี่ยนคน ที่คนจะออกตามวาระนี้สร้างคน เตรียมคน เตรียมองค์กร ตั้งเป้าว่า 5 ปีปรับใหญ่ ทุกปีปรับย่อย เพราะองค์กรที่ดีเขาไม่หยุดนิ่ง ที่เราทำไปหนึ่งปีเราปรับไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ไม่เวิร์คตรงไหนมาบอกกันได้”
4) เรื่องแก้ปัญหาหนี้สินของคนทำงาน เป็นปัญหาใหญ่ของทุกองค์กร ยิ่ง พอช. เป็นองค์กรที่ต้องไปส่งเสริมให้ชุมชนปลดหนี้ คนทำงานยิ่งต้องทำตัวเองให้ดี โดยเฉพาะเรื่องหนี้นอกระบบ พอช. สามารถทำเรื่องนี้ได้ด้วยการสร้างระบบการเงิน อาจจะในรูปแบบของสหกรณ์ก็ได้ ซึ่ง พอช.เข้าใจว่าสหกรณ์ภายในของตนเองอยู่ ยิ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก เมื่อทำเรื่องนี้ได้อาจจะจัดสัมมนาร่วมกัน หรือทำแบบออนไลน์เปิดให้คนฟังทั่วประเทศ เพื่อนำประสบการณ์ที่ทำแล้วประสบความสำเร็จมาแลกเปลี่ยนกัน
“การพัฒนาเจ้าหน้าที่ ควรทำควบคู่ไปกับการพัฒนาผู้นำ ควรจัดทำทำเนียบผู้นำ และทำเนียบองค์กรชุมชน ให้มีฐานข้อมูลทั้งสองส่วนไปด้วยกัน เพราะผู้นำคือบุคลากรที่สำคัญขององค์กรของเรา รวมถึงสามารถบอกได้ว่าผู้นำมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง ใครได้รับการพัฒนาอะไรไปบ้างแล้ว อาจจะหาวิธีการวัดให้เห็นความสำเร็จอีกครั้ง เพราะ พอช. คือ การเปลี่ยนแปลงประเทศไทย และผู้นำคือคนสำคัญ สำหรับหลักสูตรนวัตกรทางสังคมที่เสนอเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งอาจจะคิดชื่อหลักสูตรอื่น ๆ ให้น่าสนใจ ทดลองทำบางหลักสูตรไปก่อน รวมถึงหลักสูตรที่ certificate ได้ เช่น ช่างชุมชน นักบัญชีชุมชน เป็นต้น แล้วไปเชื่อมกับมหาวิทยาลัยมาร่วมกับเรามากขึ้น ที่ทำให้ชุมชนเขามีเครือข่ายของเขามากขึ้น ให้เรื่องการให้ความรู้การอบรมของเรา เป็นเรื่องที่ให้ชุมชนมีศักยภาพ มีเครือข่าย หรือทำให้ผู้นำได้รู้จัก พอช. มากขึ้น และอยากทำงานกับ พอช. หรือการโยงมหาวิทยาลัยมาทำงานร่วมกับชุมชน เราไม่ต้องทำเองทั้งหมด” ดร.กอบศักดิ์ กล่าวในตอนท้าย
นอกจากนั้น คณะกรรมการสถาบัน ได้เห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ เนื่องจากเป็นประเด็นเร่งด่วน โดยคณะอนุกรรมการดังกล่าว มีบทบาทหน้าที่ในการกำหนดแนวทาง มาตรการสนับสนุนการจัดการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัยหาจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ประสานข้อมูลความร่วมมือ บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนและภาคีในการดำเนินงานเพื่อรองรับสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ รวมไปถึงการประสานสนับสนุนการดำเนินงานของขบวนองค์กรชุมชนและภาคีในการฟื้นฟูชุมชนให้มีขีดความสามารถรองรับผลกระทบจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ
ในช่วงท้ายของการประชุมประธานคณะกรรมการสถาบัน ได้ขอบคุณผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานสถาบันที่ร่วมมือ และทุ่มเทกันทำงานจนบบรรลุเป้าหมาย ทำให้ พอช. มีผลการประเมินของสถาบันในปีงบประมาณ 2567 อยู่ในระดับดีมาก รวมถึงขอบคุณคณะกรรมการสถาบันทุกท่านที่เสียสละเวลาทำงานร่วมกันตลอดมา














