พระนครศรีอยุธยา : วันที่ 12 กันยายน 2567 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. โดยสำนักงานภาคกลางและตะวันตก ร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจัดงาน สมัชชากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ปี 2567 ณ อาคารปฏิบัติธรรมวัดท่าการ้อง ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนายธีรศักดิ์ โฉมศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีเปิด และมีหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หน่วยงานภาคี ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ พอช. ผู้แทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 และขบวนองค์กรชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ได้แก่ จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมรวมประมาณ 200 คน
นายไฟซ้อล บุญรอด รองประธานคณะกรรมการบริหารขบวนองค์กรชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าวเป็นการสร้างการเรียนรู้ด้านการพัฒนาระดับตำบล จังหวัด เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติของขบวนองค์กรชุชน นำเสนอสื่อสารรูปธรรมการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนเพื่อสร้างการยอมรับจากหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง
นายธีรศักดิ์ โฉมศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวเปิดการจัดสมัชชา มีใจความโดยสรุปว่าตนเองรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ภาคประชาชนมีความมุ่งมั่นตั้งใจแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชนจนมีผลงานเป็นรูปธรรมสามารถจับต้องได้ และยังสานพลังเป็นเครือข่ายการพัฒนาทั้งระดับตำบล ระดับจังหวัด ซึ่งการดำเนินงานของขบวนองค์กรชุมชนสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ถือเป็นหนึ่งในการพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการพัฒนาท้องถิ่นโดยชุมชนเป็นแกนหลักในการแก้ปัญหา ฟื้นฟู และพัฒนาชุมชนท้องถิ่น โดยสร้างระบบการช่วยเหลือทางสังคม ส่งเสริมอาชีพในชุมชน ในการดูแลสมาชิกและกลุ่มผู้ด้อยโอกาส พร้อมชื่นชมยินดีที่สามารถผนึกกำลัง สร้างสรรค์อาชีพ แก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
“จะเห็นได้ว่านอกจากครัวเรือนแล้ว ทุกชุมชนที่ขึ้นมาเป็นองค์กรได้ ต้องมีความร่วมมือร่วมใจกัน สิ่งต่างๆ ที่เห็นในวันนี้หากต่างคนต่างทำจะไม่เกิดเป็นชิ้นเป็นอัน แกนนำหลักที่สามารถเชื่อมโยง สอดประสานชุมชนเป็นสิ่งสำคัญ ขอชื่นชมขบวนองค์กรชุมชนที่สามารถทำให้มีอาชีพเพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากการตกผลึกว่าในชุมชนมีปัญหาอะไรที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ที่สำคัญต้องได้รับความร่วมมือจากชุมชนและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาพัฒนาพื้นที่ ซึ่งนอกจากรัฐแล้วคือภาคประชาชน ถ้าเราร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง มีหน่วยงานที่สนับสนุนอย่างเพียงพอเชื่อว่างานต่างๆ สามารถเดินได้อย่างแน่นอน” รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยากล่าว
จากนั้นเป็นการนำเสนอรูปธรรมการขับเคลื่อนงานเด่นของแต่ละจังหวัด โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยานำเสนอผลการขับเคลื่อนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยโครงการบ้านมั่นคง จังหวัดอ่างทองประเด็นงานบ้านพอเพียง จังหวัดสระบุรีประเด็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต จังหวัดสิงห์บุรีประเด็นสวัสดิการชุมชน จังหวัดลพบุรีประเด็นการขับเคลื่อนงานป้องกันและต่อต้านการทุจริตโดยภาคประชาชน และจังหวัดชัยนาทประเด็นจังหวัดจัดการตนเอง พร้อมทั้งมีการแลกเปลี่ยนเติมเต็มและให้ทิศทางการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยนายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช.
นายกฤษดา กล่าวว่า ขอขอบคุณความตั้งใจแน่วแน่และความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของแกนนำขบวนองค์กรชุมชนที่ลุกมาทำงานให้กับพี่น้องในจังหวัดให้ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ตนเองเชื่อว่าชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง คือ ทางรอดของประเทศไทย เพราะชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานรองรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น พอช.จึงปักธงว่าต้องไปร่วมกับหน่วยงานภาคีต่างๆ ในจังหวัดในการหนุนเสริมให้พี่น้องมาจัดการตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้านซึ่งมีทั้งบ้านมั่นคงเมืองและชนบท บ้านพอเพียง บ้านริมคลอง บ้านริมราง บ้านคนไร้บ้าน และบ้านผู้ประสบภัยพิบัติ ไฟไหม้ ไล่รื้อ และประเด็นงานอื่นๆ ได้แก่ สวัสดิการชุมชน โครงการพัฒนาคุณภาพ จังหวัดจัดการตนเอง รวมทั้งการดูแลช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ เป็นต้น
ต่อจากนั้นเป็นกิจกรรมการแบ่งกลุ่มเรียนรู้ฐานพัฒนาคุณภาพชีวิตรายจังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดได้มีการสรุปผลการดำเนินงานพัฒนาในพื้นที่ รวมทั้งนำผลผลิตจากโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตมาจัดแสดง อาทิ ผลผลิตจากการส่งเสริมด้านอาชีพของจังหวัดชัยนาท จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดลพบุรี การผลิตปุ๋ยและอาหารสัตว์ของจังหวัดสิงห์บุรี และนิทรรศการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการจัดการสิ่งแวดล้อมบริเวณชุมชน การอนุรักษ์พันธุ์พืช สัตว์ป่าและแหล่งอาหารบริเวณป่าชุมชน การทำคาร์บอนเครดิตและการสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต สรุปผลแลกเปลี่ยนและเติมเต็มจากฐานกิจกรรมตลาดนัดเรียนรู้โดยผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนแต่ละจังหวัด ภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วม และในช่วงสุดท้ายได้มีการร่วมกันทบทวนยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน
การจัดงานสมัชชาในครั้งนี้ ถือเป็นการจัดงานใหญ่ของเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ประจำปี 2567 โดยการร่วมไม้ร่วมมือของเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั้ง 6 จังหวัด กับ พอช.ภาคกลางและตะวันตก ซึ่งเป็นนำเสนอรูปธรรมการขับเคลื่อนงานของภาคประชาชนและภาคีที่เกี่ยวข้องในทุกประเด็นงาน โดยมีสำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทั้ง 6 จังหวัดส่งผู้แทนเข้าร่วม และมีผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชนจากกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 และตอนล่าง 2 มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้กำลังใจกับเครื่อข่ายฯ ร่วมภาคเดียวกัน
รายงาน : เรวดี อุลิต














