นครราชสีมา : เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2567 นางสาววิภาศศิ ช้างทอง และนายฉัตรชัย ไชยโยธา นายสุรพัศ์โยธิน บูรณานนท์ ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานประสานงานขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคม พอช. เข้าร่วมสัมมนากับเครือข่ายภูมินิเวศน์ทับลาน กว่า 100 คน เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายกรมอุทยานปี 2562 มาตรา 8 โดยได้รับเกียรติจากนายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด อำเภอวังน้ำเขียว เป็นประธานเปิดงาน ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลสะแกราช อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา
นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด อำเภอวังน้ำเขียว กล่าวว่า เพราะพี่น้องเดือดร้อนและถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บุกรุกที่ทับลานกว่า 400 ราย จึงต้องต่อสู้จากเหตุการณ์ที่กรมอุทยานได้มีการเปลี่ยนแนวเขตที่ประกาศซ้อนทับที่ดินที่พี่น้องเคยอยู่อาศัยทำกิน ตามประกาศแนวเขตเมื่อปี 2543 หรือแนวเขตปี 2524 เดิม ซึ่งในวันนี้จะมีการทำความเข้าใจร่วมกันให้ชัดเจนขึ้น เส้นทางการต่อสู้อันยาวนานนี้ เพื่อให้พี่น้องได้อยู่อาศัยได้ และได้รับความเป็นธรรม ที่สำคัญคือข้อมูลที่ได้รับจะต้องถูกต้อง ไม่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันที่พี่น้องทุกท่านจะมามีส่วนร่วมร่วมกันเพื่อประกาศว่าที่ประชาชนไม่เห็นด้วยนั้นเพราะได้รับข้อมูลที่บิดเบือน พร้อมนี้เราจะร่วมมือกันดำเนินการทวงคืนพื้นที่ของพี่น้องคืน
นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง แกนนำสำคัญในพื้นที่ได้ให้ภาพรวมรวมสถานการณ์ภูมินิเวศน์ทับลานที่ยาวนานมากว่า 43 ปี ว่าด้วย 5 เหตุผลสำคัญ ที่ประชาชนต้องการใช้แนวเขตปรับปรุงปี 2543 เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา คือ (1) เคยมีมติ ครม.เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2540 ให้กันพื้นที่ที่ทับซ้อนชุมชนตามแนวเขตปี 2543 (2) ที่ประชุมคณะกรรมการปรับปรุงแนวเขตอุทยานปี 2545 ให้ใช้ตามแนวเขตปรับปรุงปี 2543 (3) ความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นชอบเสนอรัฐบาลให้กันพื้นที่ชุมชนออกตามแนวเขตปี 2543 (4) อธิบดีกรมอุทยานได้สัญญากับคณะกรรมการมรดกโลกปี 2548 ว่า จะกันพื้นที่ชุมชนออกในปี 2550 ตามเส้นแนวเขตปี 2543 และ (5) มติ ครม. 14 มีนาคม 2566 เห็นชอบให้ใช้เส้นแนวเขตของ One Map คือ เส้นแนวเขตปรับปรุงปี 2543 ซึ่งจากเหตุผล 5 ประการนี้ พี่น้องประชาชนโดยตัวแทนของแต่ละตำบลได้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการที่ดินและทรัพยากร จัดกิจกรรมบวชป่า และเข้ายื่นฟ้อง ผอ.กองอุทยานและกรมอุทยานกับตำรวจสอบสวนกลาง และ ป.ป.ช. รวมถึงให้ข้อมูลผ่านรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ในขณะที่หน่วยงานก็ได้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งที่หอประชุมศาลากลางนครราชสีมา เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา และการรับฟังออนไลน์ ซึ่งในการรับฟังครั้งนั้น มีประชาชนไม่เห็นด้วย จำนวน 901,892 คน (95.2%) เห็นด้วยเพียง 45,215 คน (4.8%) จากตัวเลขเพียง 40,000 กว่ารายนี้ หน่วยงานได้นำมาใช้เป็นข่าวบิดเบือนในการนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงกับสาธารณะ จนทำให้เป็นวาทกรรมเซฟทับลานขึ้น
ดร.สิริลักษณ์ ตะนัง อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ให้ข้อมูลรายแปลงตามประกาศแนวเขต พ.ศ.2524 โดยระบุว่า ประเภทของที่ดินแบ่งเป็น ประเภทเกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย ไม่ใช่เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย ปล่อยให้รกร้าง สิ่งที่น่าสนใจคือ ที่ดินตามแนวเขต 2524 (เส้นเหลือง) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะรู้ว่าแนวเขตได้ซ้อนทับที่ดินทำกินของพี่น้องท่านใดบ้าง และที่ดินที่มีเป็นของใคร มีเอกสารสิทธิ์แบบไหน รู้ได้ทันทีและทุกคนที่มีโฉนดสามารถเช็คข้อมูลผ่านเว็บไซต์กรมที่ดินได้ทันที และสามารถบอกได้ว่าประชาชนครอบครองมาตั้งแต่ปีไหน
ด้านนายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง ผู้นำเครือข่ายบ้านมั่นคงชนบทจังหวัดสระแก้ว ได้แนะนำโครงการบ้านมั่นคงชนบท เพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการออกแบบการพัฒนาที่อยู่ที่ดินทำกินของตนเอง ซึ่งภูมินิเวศน์สามารถเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายอยู่แล้ว จะทำให้จัดทำฐานข้อมูลที่ดินทำกิน คนที่ได้รับความเดือดร้อน ผังวิถีชีวิต ทุนของชุมชนได้ดี สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องมีกลไกของชุมชนที่จะเป็นแกนนำสำคัญในการชวนพี่น้องในชุมชนสำรวจข้อมูล แล้วนำข้อมูลมาพูดคุยหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน แล้วนำข้อมูลเข้าพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานที่ดิน และ พอช. เป็นต้น เพื่อขอความร่วมมือแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหานั้น นอกจากแก้ไขเรื่องที่ดินที่ทำกินแล้ว ยังดูไปถึงเรื่องเศรษฐกิจชุมชน อาชีพของคนในชุมชนด้วย ที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจาก พอช. สนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงชนบทในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน ทำให้คนในชุมชนมีบ้าน มีอาชีพ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เป็นการสื่อสารเรื่องดีๆ ของชุมชนโดยให้เด็ก คนรุ่นใหม่ในชุมชนเป็นผู้ทำ สิ่งสำคัญมากคือ คนในชุมชนเราเองต้องเข้าใจและพร้อมเพรียงทำไปด้วยกัน
นางสาววิภาศศิ ช้างทอง ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล กล่าวว่า อยากชวนพี่น้องสำรวจข้อมูลความเดือดร้อนให้ละเอียด และรวมพลผู้นำของแต่ละตำบลให้มากที่สุด จากนั้นเราจะจัดทำแผนพัฒนาในแต่ละความเดือดร้อน รวมไปถึงการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อนำข้อเสนอไปเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกหาทางแก้ไขร่วมกัน โดยเฉพาะการยื่นข้อเสนอกับ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ในการเคลื่อนในระยะสั้นนี้ ให้สภาองค์กรชุมชนตำบล/จังหวัดหารือร่วมกันในการใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่ได้ และใช้งบประมาณร่วมกับศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดปราจีนบุรีของจังหวัด เพื่อช่วยกัน และถ้าหากขาดเหลือเท่าไร เราจะได้จัดทำแผนเสนอ พอช. ที่ดูแลเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนในลำดับต่อไป
“อย่างไรก็ตามพี่น้องชุมชนเองต้องจัดตัวเอง และทำแผนของเราให้ชัดเสนอแผนของเราให้ชัด รวมถึงการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายตำบล อำเภอ จังหวัด เพื่อให้แนวร่วมของเราให้มีพลังมากขึ้น เป็นต้นแบบการพัฒนาที่มาจากพี่น้องประชาชนโดยให้สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน ตลอดจนใช้ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน 4 หมวด 35 มาตราให้เป็นประโยชน์ในเชิงนโยบายให้มากที่สุด”
นายประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษาเครือข่าย P-move ได้ให้ข้อมูลในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาทับลานที่เกิดขึ้นทั่วประเทศว่า เพราะการประกาศเขตพื้นที่อุทยานทับซ้อนที่ดินทำกินของพี่น้อง 4,190 ชุมชน รวมเนื้อหาที่กว่า 4,200,000 ไร่ ซึ่งมีบางชุมชนเท่านั้นที่อยู่นอกเขต มติ ครม. วันที่ 22 เมษายน 2540 ที่คิดว่าจะจบแล้ว แต่ไม่จบเพราะมีการเปลี่ยน ครม. แล้วให้ใช้มติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 แทน ให้นำแผนที่ทางอากาศมาแสดงให้เห็น ซึ่งพบว่า มีพี่น้องที่อยู่มาก่อนกว่าร้อยละ 60 ทำให้กรมอุทยานล้มเลิกมติฉบับนี้ไป
จนกระทั่ง ปี 2562 คสช. ให้มีการแก้ไขกฎหมายให้ประชาชนอยู่ได้ และอุทยานไม่สูญเสียพื้นที่อุทยาน จึงเป็นที่มาของมาตรา 64 คือให้อยู่ชั่วคราวได้ ทั้งนี้ ถ้าทับลานชนะ กรมอุทยานจะต้องสูญเสียพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ยังไม่รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ด้วย กลุ่มที่เข้ามาอยู่หลัง ปี 2545 จะอนุญาตให้อยู่ได้ต้องเป็นคนยากไร้ กลุ่มที่บุกรุกหลัง 2557 ไม่อนุญาตให้อยู่เลย จึงมีประชาชนที่ถูกจับดำเนินคดีจำนวนมาก พ.ร.บ. 2562 ที่มีการเขียนไว้ว่า “ในเขตอุทยานแห่งชาติให้ยกเว้นการใช้สิทธิ์” ในรัฐธรรมนูญ 4 มาตรา คือ การถูกจับ ม.33 การเข้ารื้อค้น ม.37 การสืบทอดมรดกในทรัพย์สิน และการทำกิน
นอกจากนั้น เขียนไว้ว่า ให้ครอบครัวละไม่เกิน 20 ไร่ ไม่เคยต้องคำพิพากษา และในอนุญาตให้อยู่ 20 ปี ถ้าไปทำผิดกฎหมายป่าไม้จะถูกเพิกถอนสิทธิ์ทันที รวมไปถึงไม่มีที่ดินแปลงอื่นนอกเหนือจากที่ดินที่มีอยู่ในอุทยาน ถ้าพี่น้องชนะ กรมอุทยานจะยอมประมาณ 50,000 กว่าไร่ ที่เหลือคืออยู่ในมาตรา 64 ทั้งหมด มติ ครม. เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2566 ให้ถอนมาตรา 64 ออกไปก่อนจนกว่า One map จะแล้วเสร็จ เราต้องไม่ยอมให้เขาแบ่งแยกประชาชนออกตามสีที่เขาขีด เราต้องไปพร้อมกัน และตัดสินใจให้ดีว่าเราจะอยู่ภายใต้แนวเขตปี 2543 หรือ มาตรา 64
นายเฉลิมชัย วัดจัง คนรุ่นใหม่ที่ทำเรื่องข้อมูลด้านป่าชุมชนได้ให้สถานการณ์ที่ดินที่หน้าจับตาภายใต้ มาตรา 64 ว่า ถ้าพี่น้องประชาชนอยู่ภายใต้ 64 พี่น้องจะอยู่ภายใต้อำนาจของใครหลายหน่วยงาน ให้อยู่ได้เพียง 20 ปี เวลาใช้ประโยชน์จากที่ดินต้องขออนุญาตอุทยาน แล้วทำไมต้องทับลาน เพราะการพยายามใช้วาทกรรมเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงให้คนที่อยู่มาก่อนได้รับผลกระทบ ภายใต้คำว่า Save ทับลาน ทวงคืนป่าให้สัตว์ป่าต่างๆ ทั้งหลาย ดังนั้น อยากให้พี่น้องยืนหยัดข้อมูลภายใต้ 2543 ให้ชัดเจน แม่นมั่น
นางสาวลัดดาวรรณ ตันติวิทยาพิทักษ์ ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัญหาเรื่องป่าเป็นปัญหาต่อเนื่องยาวนาน สิ่งที่เราพยายามจะต่อสู้กับเรื่องนี้ คือ การมีหลักฐานไม่ว่าโฉนด เอกสารเสียภาษีต่าง ๆ เพื่อยืนยัน แต่สิ่งที่เราต้องเข้าใจร่วมด้วย คือ การมีกฎหมายเก่า 2543 และกฎหมายใหม่ปี 2562 ถ้าปัจจุบันให้บังคับใช้กฎหมายฉบับใด สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็ต้องทำใหม่ เช่นกันกับเรื่องการขีดเส้นที่ดินที่เป็นเรื่องอยู่ขณะนี้ แต่ทั้งนี้แล้วทุกกฎหมายที่เกิดขึ้นจะต้องไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายใหญ่ของประเทศ แต่ว่า กฎหมายปี 2562 มาตรา 64 ก็ยังมีอะไรที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญอยู่เช่นกัน ดังนั้น เราต้องคิดให้ชัดเจนว่า เราจะจัดการกับปัญหาของเราด้วยวิธีการอย่างไร หลายเรื่องก็จะสำเร็จยาก
เสียงสะท้อนจากผลกระทบ
- ตัวแทนจากอำเภอเสิงสาง ได้พูดถึงการได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐว่า หน่วยงานรัฐพาพี่น้องออกจากป่าตั้งแต่สมัยคอมมิวนิสต์ ปัจจุบันรัฐกลับนำป่าเข้ามาหาเรา ดังนั้นเราต้องแสดงเจตนารมณ์ของเราให้ชัดเจน สู้เพื่อลูกหลานจะได้มีที่อยู่ที่ทำกิน
- ตัวแทนจากตำบลครบุรีใต้ เสนอว่า จะใช้พื้นที่สื่อ ช่องทางโซเชียลมีเดียเผยแพร่ข่าวสารข้อเท็จจริงให้มากที่สุด เพื่อช่วยผลักดัน และสู้เรื่องที่ดินให้ได้ ตามสีที่อุทยานขีดไว้ สีเหลืองพื้นที่ สปก. สีแดงพื้นที่มีโฉนด นส.3 และสีน้ำตาลพื้นที่ที่อุทยานกันไว้ แต่ทว่าอุทยานไม่ได้แสดงข้อมูลที่แท้จริงให้สาธารณะได้รับทราบ ว่าพี่น้องมีเอกสารสิทธิ์ สำหรับตำบลครบุรีใต้ มีการสื่อสารกับพี่น้องในตำบลตลอดเวลา และจะยึดแนวทางประกาศเมื่อปี 2543 เป็นสำคัญ
- ตัวแทนจากตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า เราจะต้องสร้างเรือของเราให้ใหญ่และมั่นคง เดิมตำบลบุพราหมณ์มีปัญหาเรื่องที่ดิน แล้วได้รับการสนับสนุนจาก พอช. ช่วยในการสำรวจแปลง ก่อนหน้านั้นก็เคยถูกหลอกเรื่องการจัดสรรที่ดินที่ทำให้พี่น้องดีใจ จนกระทั่งได้รับข้อมูลข้อเท็จจริงจากสถานการณ์เซฟทับลาน ที่ทำให้เห็นชัดเจนว่า “มั่ว” ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ต่อการเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่หน่วยงานรัฐประกาศ จนกระทั่งได้มีการจัดเวทีสร้างความเข้าใจใหม่อีกครั้ง ขอยกเลิกผลการรับฟังความคิดเห็นครั้งนั้น แต่ว่า ทางปราจีนบุรีผู้บริหารของหน่วยงานรัฐหลายหน่วยก็ยังไม่เข้าใจและร่วมมือ ทั้งนี้ ตำบลบุพราหมณ์ ตำบลทุ่งโพธิ์ ตำบลนาดี จะจัดเวทีทำความเข้าใจ และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกันในวันที่ 20 กันยายน
- ผู้แทนจากตำบลสระตะเคียน กล่าวว่า ได้รับความรู้ และข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับการทำงานอย่างมาก
- ผู้แทนจากตำบลสะแกราช กล่าวว่า เมื่อเส้นตามมาตรา 64 เกิดขึ้น เหมือนเป็นตราบาปให้ลูกหลาน เวลาพี่น้องเดินทางไปพบหน่วยงาน ไปด้วยความตั้งใจ เรี่ยไรเงินกันไปเอง และต้องการฟังข้อมูลที่แท้จริงแต่น้อยมากที่จะได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องยึดขบวนทับลาน 43 ให้แน่น ให้หน่วยงานดำเนินการตามแนวทางปี 2543
แผนปฏิบัติการสำคัญที่จะเร่งดำเนินการ
- พัฒนาศักยภาพด้านการสื่อสาร ทั้งงานเขียน คลิปวีดีโอสั้น ให้กับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ อย่างน้อยตำบลละ 1 โรงเรียน เพื่อสื่อสารเรื่องราวดี ๆ ของชุมชน และเรื่องราวที่พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบออกสู่สาธารณะ โดยจะขอความร่วมมือกับ พอช. ในการสนับสนุนการพัฒนา ทั้งนี้ ขอให้แต่ละตำบลส่งรายชื่อโรงเรียนที่จะเป็นกลุ่มเป้าหมาย ตำบลละ 1 โรงเรียน
- พื้นที่แต่ละตำบลจัดเวทีสร้างความเข้าใจกับคนในชุมชน ผู้นำแต่ละหมู่บ้าน และหน่วยงานเข้ามาร่วม ให้มีความรู้ความเข้าใจในมาตรา 64 ตามกฎหมายป่าอุทยานให้มากขึ้น
- สำรวจข้อมูลที่ดินในเขตที่ทับซ้อนแล้วแยกประเภทที่ดินให้ชัดเจน เช่น เป็นโฉนดกี่แปลง เป็น สปก. กี่แปลง หรือเป็นเอกสารสิทธิ์อื่น ๆ กี่แปลง โดยยึดฐานข้อมูลจากกรมที่ดิน อุทยาน สปก. และหน่วยงานของรัฐเป็นฐานตั้งต้น
- จัดเวทีเชิงนโยบายพี่น้องพบกับ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ โดยใช้สถานที่ตำบลครบุรีใต้ ในช่วงปลายเดือนตุลาคม หรือต้นพฤศจิกายน ประชาชนเข้าร่วมประมาณ 1,000 คน
การต่อสู้ที่ยาวนานกว่า 43 ปี กับ 9 เหตุผลที่ทำให้คนในเขตพื้นที่ภูมินิเวศน์ทับลาน หรือ เครือข่ายทับลาน 43 กว่า 40,000 แปลง 4,000 กว่าครัวเรือน 97 หมู่บ้าน 15 ตำบล 5 อำเภอ ในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดปราจีนบุรี ลุกขึ้นมารวมตัวกันปกป้องพื้นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัยของตนเอง พร้อมทั้งส่งเสียงให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้เข้าใจความจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รวมถึงการให้หน่วยงานของรัฐทบทวน พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ร.บ.ป่าสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และกฎหมายลำดับรอง เนื่องจาก กฎหมายและกระบวนการดังกล่าวได้ทำให้ 1) ปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน 2) จำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ 3) ไม่มีสิทธิชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ รวบอำนาจให้อธิบดีและเจ้าหน้าที่ชี้ชะตาว่าให้อยู่ หรือให้ออก 4) ชุมชนดั้งเดิมอาจกลายเป็นผู้บุกรุก 5) ตีกรอบให้ใช้ประโยชน์ชั่วคราวและจำกัด 6) แม้ผลพิจารณาเป็นสิทธิ์ทำกินเดิม แต่อาจไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ 7) ทำลายคุณภาพชีวิต ลิดรอนสิทธิมนุษยชนในหลายด้าน 8) เพิ่มโทษรุนแรง และ9) เพิ่มความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน
ในช่วงท้ายของเวที นายฉัตรชัย โชยโยธา ผู้นำสภาองค์กรชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ ได้กล่าวทิ้งท้ายและปิดการสัมมนาว่า การมาเข้าร่วมงานครั้งนี้จะได้นำข้อมูลไปวางจังหวะก้าวการทำงานร่วมกัน ซึ่งสภาองค์กรชุมชนกว่า 7,000 สภาองค์กรชุมชน จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้พี่น้องมีบ้านที่มั่นคง มีที่ดินทำกิน สำหรับแนวทางหนึ่งของการเคลื่อนเรื่องนี้ คือ การสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้กับสาธารณะให้รู้ข้อเท็จจริง ระดมกำลังตำบลละ 100 คน มาร่วมแสดงพลังของพี่น้องประชาชนกับคนที่ดูแลเรื่องนี้ในระดับนโยบายได้เห็นเชิงประจักษ์ ถ้าทับลานชนะก็เป็นชัยชนะของพี่น้องที่ประสบปัญหาเรื่องนี้ทั้งประเทศ















