กรุงเทพ / วันนี้ (29 กรกฎาคม 2567) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับเครือข่ายบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองเปรมประชากร จัดพิธียกเสาเอกบ้านมั่นคง สหกรณ์เคหสถานสามัคคีเทวสุนทร จำกัด “น้อมสนองพระราชดำริ คืนให้สุขให้คนคลอง คืนสายคลองให้คนเมือง” จำนวน 90 หลัง เริ่มการก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 53 ครัวเรือน โดยมี นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ผู้แทนเครือข่ายชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร ผู้แทนจากหน่วยงานภาคี และสมาชิกในชุมชน เข้าร่วมในพิธีกว่า 100 คน ณ บริเวณริมคลองเปรมประชากร ชุมชนสามัคคีเทวสุนทร ซ.งามวงศ์วาน 59 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
ด้วย รัฐบาลมอบหมายให้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดทำแผนงานรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังและป้องกันน้ำท่วม และปลูกสร้างที่อยู่อาศัยรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ ในคลองเปรมประชากร ซึ่งมีหลักการสำคัญในการดำเนินงาน คือ บ้านเรือนที่ปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองจะต้องรื้อย้ายเพื่อไม่ให้กีดขวางทางระบายน้ำ หากชุมชนใดสามารถปลูกสร้างบ้านเรือนในที่ดินเดิมหรือบนแนวฝั่งคลองได้ จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินหรือซื้อที่ดินใหม่ เพื่อปลูกสร้างบ้านใหม่ เปลี่ยนสถานะจากเดิมเป็นชุมชนบุกรุกปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำลำคลอง เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างบ้านและสินเชื่อระยะยาว ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน
ผังชุมชนเดิม (ด้านบน)
ผังชุมชนใหม่ (ด้านล่าง)
โครงการบ้านมั่นคง “สหกรณ์เคหสถานสามัคคีเทวสุนทร จำกัด”
มีสมาชิกรวม 97 ครัวเรือน จาก 2 ชุมชน คือ ชุมชนสามัคคีเทวสุนทร และกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณหน้าวัดเทวสุนทร (ฝั่งตรงข้าม) ซึ่งได้รับการรับรองสิทธิตามหลักเกณฑ์ของโครงการร่วมกันหลายฝ่าย ได้แก่ ผู้แทนชุมชน (สมาชิกและผู้นำชุมชน) ผู้แทนสำนักงานเขตจตุจักร เจ้าหน้าที่ของ พอช. ทหารชุดปฏิบัติกิจการพลเรือนที่ 4 ม.1รอ. และสน.ทุ่งสองห้อง ได้จัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถานของชุมชน เพื่อเป็นกลไกและทำหน้าที่บริหารโครงการในนาม “สหกรณ์เคหสถานสามัคคีเทวสุนทร จำกัด” ได้รับการรับรองการจดจัดตั้งเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ได้รับอนุญาตให้เช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ ขนาดเนื้อที่ดินที่ใช้ก่อสร้างบ้านประมาณ 3-3-9 ไร่ และได้รับอนุญาตก่อสร้างบ้านถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
การพัฒนาในพื้นที่บริเวณของชุมชนภายในซอยงามวงศ์วาน 59 เป็นการพัฒนาทั้งระบบตั้งแต่การก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กริมคลองของสำนักการระบายน้ำ การก่อสร้างถนนโดยสำนักงานเขตจตุจักรการรื้อย้ายบ้านรุกล้ำเดิมของประชาชนและก่อสร้างบ้านใหม่โดยการสนับสนุนการทำงานของ พอช.
ซึ่งสมาชิกของชุมชนได้รื้อย้ายบ้านรุกล้ำเดิมเพื่อเปิดพื้นที่ก่อสร้างถนนและเขื่อนแล้วตั้งแต่ปลายปี 2566
การก่อสร้างบ้านมั่นคงได้มีการปรับรูปแบบของผังชุมชนและบ้านให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยและสภาพพื้นที่จริงของชุมชน มีการออกแบบระบบสาธารณูปโภคให้ถูกต้องและเป็นตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้กล่าวถึง ความสำคัญของคลองเปรมประชากร ตามที่เราทราบกันว่า ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ขุดขึ้น เพื่อช่วยย่นระยะทางการสัญจรทางน้ำระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดอยุธยาให้สั้นลง แต่ที่ผ่านมาคลองเปรมประชากรประสบปัญหามีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ทางน้ำแคบลง คลองจุน้ำได้น้อยลง รวมทั้งปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตามมากับการขยายตัวของชุมชน เช่น ปัญหาน้ำเน่า น้ำเสีย ปัญหาการทิ้งขยะลงคลองทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทำให้กีดขวางทางสัญจรระบายน้ำ จนกลายเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดน้ำท่วมขังเมื่อฝนตกปริมาณมาก ๆ ซึ่งพี่น้องชาวชุมชนริมคลองต่างถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของเหตุน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2554 นี้จึงเป็นที่มาที่รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนในการพัฒนาคลองต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครให้มีประสิทธิภาพด้านการระบายน้ำอย่างเต็มที่ และเลือกให้คลองลาดพร้าวกับคลองเปรมประชากรเป็นพื้นที่นำร่องการพัฒนา
นายกฤษดา ได้กล่าวต่อไปอีกว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รับสนองนโยบายพัฒนาดังกล่าวของรัฐบาล และมอบให้ พอช. ดำเนินการแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยดำเนินการตามแนวทางโครงการบ้านมั่นคง มียุทธศาสตร์สำคัญ คือ ให้ชุมชนและเครือข่ายเป็นเจ้าของโครงการทำงานร่วมกับหน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งชุมชนสามัคคีเทวสุนทรเป็นชุมชนที่ 3 เป็นชุมชนลำดับสุดท้ายในพื้นที่เขตจตุจักร ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาจากชุมชนประชาร่วมใจ 2 ประชาร่วมใจ 1 ซึ่งได้นำร่องการพัฒนาไปแล้วตั้งแต่ปี 2562 โดยปัจจุบันได้ยกระดับเป็นชุมชนที่เป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านการพัฒนาของทั้งภายในประเทศและชาติ เมื่อชุมชนนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จทั้ง 91 หลังคาเรือนแล้วนั้น พวกเราทุกคน รวมถึงสาธารณชนจะได้พื้นที่ริมคลองเปรมประชากรที่มีทัศนยภาพตลอดข้างทางจะมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีทางเดินริมเขื่อนที่เชื่อมต่อกัน ระยะความยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร โครงการทั้ง 3 ชุมชนนี้จะพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของกรุงเทพมหานคร ในการพัฒนาให้เป็นแลนด์มาร์ก การท่องเที่ยววิถีชุมชน เกิดเป็นพื้นที่เศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ที่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทุกระดับ ตั้งแต่ประชาชน ภาครัฐ ภาคภาคีการศึกษา และภาคเอกชน รวมไปถึงการพัฒนาระบบขนส่ง รถ-ราง-เรือ ด้วย
พวกเราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าโครงการดี ๆ เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้โดยการทำงานของหน่วยใดหน่วยหนึ่งเพียงลำพัง แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยงานราชการในพระองค์ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามาดำเนินโครงการพัฒนาคลองเปรมประชากร ตามแนวพระราชดำริในการพัฒนาและฟื้นฟูแม่น้ำลำคลอง เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่ เข้มแข็ง และปลอดภัยอันเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน คืนความอุดมสมบูรณ์ของลำคลอง ทำให้ลำคลองกลับมาใสสะอาดอีกครั้ง ด้วยการทำ ‘โครงการจิตอาสาพัฒนาคลองเปรมประชากร’ ขึ้นมา มีกิจกรรมต่างๆ เช่น ประชาชนจิตอาสาร่วมกันเก็บขยะในคลอง ขุดลอกคลอง ปรับสภาพน้ำในคลองให้สะอาดขึ้น รวมทั้งการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนริมคลอง ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 นี้คือความภาคภูมิใจของพี่น้องประชาชนชุมชนริมคลอง ที่จะแสดงให้สาธารณะได้เห็นถึงพลัง ความรักความสามัคคี และความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะพัฒนาประเทศของเราให้ก้าวหน้า โดยเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ อย่างบ้านชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต นายกฤษดา ได้กล่าวในตอนท้าย
นางนิลวรรณ จันทร์หอม ประธานชุมชนสามัคคีเทวสุนทร กล่าวถึงความรู้สึกว่า ขอบพระคุณทุกหน่วยงาน ที่ให้เกียรติมาร่วมในพิธียกเสาเอกฯ วันนี้จะไม่ได้เกิดถ้าเกิดไม่มีหน่วยงานทั้งหลายอย่างเช่น พอช. กทม. กรมธนารักษ์เจ้าหน้าที่สํานักงานเขตทุกท่านเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ตํารวจและเครือข่ายคลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าวที่ช่วยเป็นกําลังใจผลักดันให้ชุมชนของเราได้เกิดงานในวันนี้ช่วยเป็นกําลังใจให้เรา เพราะว่าชุมชนเราขาดปัญหาอุปสรรคมากมาย ทั้งนี้พวกเราทุกคนยินดีที่จะมีบ้านมั่นคงแล้วในวันนี้ พวกเราพร้อมที่จะสร้างบ้านมั่นคงจํานวน 90 หลัง อยู่อย่างถูกกฎหมายและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จะได้ไม่ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นคนที่รุกล้ำคลองเปรมประชากรอีกต่อไป พวกเราพร้อมแล้วที่จะมีบ้านหลังใหม่ มีสภาพแวดล้อมที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อลูกหลานของเราในอนาคตต่อไป
ปัจจุบัน (กรกฎาคม 2567) การก่อสร้างบ้านมั่นคงในพื้นที่คลองเปรมประชากร กำลังดำเนินการ จำนวน 23 ชุมชน 1,876 ครัวเรือน ขณะนี้มีบ้านที่ก่อสร้างเสร็จแล้วและมีชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยจำนวน 1,333 ครัวเรือน ส่วนที่เหลือยังคงเดินหน้าดำเนินการตามเป้าหมายเพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ของโครงการฯ
รูปภาพเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/media/set/?vanity=codinews&set=a.881756650795231




























