3 พลังการพัฒนา (เครือข่ายสวัสดิการชุมชน พอช. และวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต) จับมือร่วมยกระดับคุณภาพงานสวัสดิการชุมชน เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 ณ ห้องประชุมวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชน ที่ปรึกษา ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. หารือการยกระดับงานสวัสดิการชุมชนร่วมกับวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม จากการประชุมมีสาระสำคัญ ดังนี้
ดร.สุนทร คุณชัยมัง อาจารย์ประจำวิทยาลัย : กล่าวว่าที่ผ่านมาเคยได้มีโอกาสในการร่วมกับ พอช. ในการลงพื้นที่เพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จของงานสวัสดิการชุมชน ซึ่งถือเป็นโอกาสงานสวัสดิการชุมชนที่จะได้ยกระดับเรื่องงานสวัสดิการชุมชน และวิทยาลัยฯ ประกอบกับภารกิจของวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคมที่มีความสอดคล้องงานสวัสดิการชุมชนคือเรื่องงานพัฒนา จึงนำเรียนต่อผู้อำนายการวิทยาลัยฯ จึงเป็นที่มาในการจัดประชุมหารือการออกแบบงานร่วมเพื่อยกระดับงานสวัสดิการชุมชนในวันนี้
คุณสิน สื่อสวน ที่ปรึกษา : บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการก่อตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนซึ่งเป็นองค์กรทางสังคม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน เจตนารมย์ อุดมการณ์ของงานสวัสดิการชุมชน ฯลฯ พร้อมนี้ตลอดระยะเวลามากกว่า 20 ปี ที่ผ่าน กองทุนสวัสดิการชุมชนขับเคลื่อนงานร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มาอย่างต่อเนื่อง ในระยะต่อไปเครือข่ายสวัสดิการชุมชนและ พอช. มองถึงเรื่องการยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนเพื่อความยั่งยืน
ผศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม : กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของวิทยาลัยฯ ซึ่งเป็นสหวิชาการ ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นรูปแบบ Relationship มากขึ้น เน้นให้เกิดความสัมพันธ์ การเรียนรู้ปัญหา การแก้ไขปัญหา ทำเรื่องงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น ฯลฯ พร้อมนี้ ในวิทยาลัยฯ มีอาจารย์หลายท่านที่สนใจงานสวัสดิการชุมชนและทำวิจัยเกี่ยวกับงานสวัสดิการชุมชน
ประเด็นที่ค้นพบจากการทำวิจัยกองทุนสวัสดิการชุมชน ประเด็นที่พบจากการทำวิจัย ยกตัวอย่างเช่น (1) การสมทบ/สนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ไม่มีมาตรการในการบังคับทำให้การสนับสนุนกองทุนยังไม่ครอบคลุมทุกกองทุน (2) ปรัชญากองทุนเรื่องไม่ให้ปล่อยกู้เป็นเรื่องที่ดี ฯลฯ ข้อเสนอต่อการยกระดับงานสวัสดิการชุมชน การเคลื่อนงานในเรื่องดังกล่าว และมีการกำหนดหมุดหมาย เป้าหมายที่จัดเจน พร้อมสื่อสาร จะสามารถเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้
นายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ : กล่าวถึงหลักการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนในช่วงต้นประชาชนเป็นเจ้าของ หน่วยงานเป็นผู้สนับสนุนเป็นหลัก ในช่วงหลังเริ่มมีการปรับรูปแบบเป็นผลัดกันทำงาน เพื่อให้งานสวัสดิการชุมชนบรรลุเป้าหมาย เช่น งานนโยบาย พอช. จะเป็นหลักในการประสาน/ผลักดัน งานในระดับพื้นที่ ประชาชนเป็นหลัก พอช. สนับสนุน ฯลฯ ด้านการขับเคลื่อนงานร่วมกับสถาบันการศึกษา งานสวัสดิการชุมชนได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยต่างๆ รวมมากกว่า 20 แห่ง เช่น เรื่องระบบการเงิน/บัญชี การพัฒนาอาชีพ ฯลฯ
แนวทางร่วมในการขับเคลื่อนงานเพื่อยกระดับงานสวัสดิการชุมชนร่วมกันในอนาคตมีดังนี้
1) วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต จะเป็นแกนหลักในการที่จะช่วยการศึกษา ถอดบทเรียน งานวิจัย ฯลฯ ในส่วนของกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นพื้นที่ในการให้ความรู้/แหล่งข้อมูล และ พอช. เป็นหน่วยงานในการประสานหนุนเสริม
2) การสร้างความร่วมมือ 3 ฝ่าย (ขบวนองค์กรชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม) โดยมีข้อเสนอต่อแผนงานในการดำเนินการ ดังนี้
2.1) สร้างการจัดการความรู้ใหม่ (Knowledge Management : KM) เพื่อสือสารสังคม โดยการศึกษา ถอดบทเรียนความสำเร็จของกองทุนสวัสดิการชุมชน (100 พื้นที่) และให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ของนักศึกษา เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่/นักพัฒนารุ่นใหม่
2.2) ใช้งานวิชาการมาสนับสนุน (Backup) งานสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ผลักดันสู่นโยบาย ให้ความรู้กับพื้นที่เพื่อเรียนรู้และยกระดับงานสวัสดิการชุมชน
2.3) การทำงานวิจัยที่ไม่ใช่การวิจัยบุคลแต่เป็นการวิจัยกลุ่ม/องค์กรที่สำเร็จ มีการวิเคราะห์ถึงปัญหา อุปสรรค โอกาส ของกองทุนสวัสดิการชุมชน
2.4) การสร้างการยอมรับบุคคล/กองทุนสวัสดิการชุมชน โดนภายหลังการจัดทำงานวิจัย เช่น การจัดการอบรม (Training) การจัดทำหลักสูตรสื่อสาร ฯลฯ ภายหลังการอบรมให้มีใบประกาศรับรอง หรือสามารถเทียบโอนเป็นหน่วยกิตให้กับนักเรียนที่จะเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา
ในช่วงท้ายของการประชุมที่ประชุมได้มอบหมายให้ทั้ง 3 ฝ่าย ยกร่างแผนงานและให้มีการนำมาเสนอในการประชุมครั้งถัดไป ในวันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2567









