เครือข่ายสวัสดิการชุมชน 5 ภาค ร่วมกับ พอช. จัดตั้งคณะทำงานพัฒนางานสวัสดิการชุมชนระดับภาค 5 ภาค เป็นกลไกสำคัญในการประสานงานในระดับพื้นที่และเชื่อมประสานในระดับนโยบาย พร้อมนัดแรกในปี 2567 เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 การประชุมในครั้งนี้มากกว่า เข้าร่วมกว่าจำนวน 70 คน ซึ่งเป้าหมายในการจัดประชุมเพื่อรับทราบบทบาทหน้าที่ ความคาดหวังต่อคณะทำงาน รวมถึงแลกเปลี่ยนสถานการณ์ในพื้นที่ สู่การออกแบบการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนทั้งระบบและวิธีการทำงานในระดับภาค จากการประชุมมีสาระสำคัญดังนี้เครือข่ายสวัสดิการชุมชน 5 ภาค ร่วมกับ พอช. จัดตั้งคณะทำงานพัฒนางานสวัสดิการชุมชนระดับภาค 5 ภาค เป็นกลไกสำคัญในการประสานงานในระดับพื้นที่และเชื่อมประสานในระดับนโยบาย พร้อมนัดแรกในปี 2567 เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 การประชุมในครั้งนี้มากกว่า เข้าร่วมกว่าจำนวน 70 คน ซึ่งเป้าหมายในการจัดประชุมเพื่อรับทราบบทบาทหน้าที่ ความคาดหวังต่อคณะทำงาน รวมถึงแลกเปลี่ยนสถานการณ์ในพื้นที่ สู่การออกแบบการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนทั้งระบบและวิธีการทำงานในระดับภาค จากการประชุมมีสาระสำคัญดังนี้
ดร.มณเฑียร สอดเนื่อง คณะอนุกรรมการสวัสดิการชุมชน : กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดประชุม การขับเคลื่อนงานของเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับชาติและบทบาทหน้าที่ของคณะทำงานฯ ดังนี้ การขับเคลื่อนงานระดับนโยบาย 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) เรื่องการขับเคลื่อนงานร่วมกับคณะกรรมการธิการสวัสดิการสังคม ซึ่งจะมีการจัดเวทีวิชาการร่วมในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 (2) การผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน พ.ศ. …. ซึ่งเราจะดำเนินการในต่อเนื่องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พร้อมนี้ คณะกรรมาธิการจะมีการยกร่างเนื้อหาของพระราชบัญญัติ ซึ่งจะใช้เนื้อหาของร่างฉบับสวัสดิการชุมชนที่เป็นของภาคประชาชนเป็นหลัก และ (3) การพัฒนาการบริหารระบบบัญชีการเงินของกองทุนสวัสดิการ เครือข่ายมีแผนในการใช้ Model ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้รับความอนุเคราะห์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครเข้ามาช่วยในการจัดทำระบบการบริหารจัดการกองทุน เป้าหมายจะขยายผลให้ครอบคลุมทุกมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ
ดร.มณเฑียร สอดเนื่อง คณะอนุกรรมการสวัสดิการชุมชน : กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดประชุม การขับเคลื่อนงานของเครือข่ายสวัสดิการชุมชนระดับชาติและบทบาทหน้าที่ของคณะทำงานฯ ดังนี้ การขับเคลื่อนงานระดับนโยบาย 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) เรื่องการขับเคลื่อนงานร่วมกับคณะกรรมการธิการสวัสดิการสังคม ซึ่งจะมีการจัดเวทีวิชาการร่วมในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 (2) การผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน พ.ศ. …. ซึ่งเราจะดำเนินการในต่อเนื่องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พร้อมนี้ คณะกรรมาธิการจะมีการยกร่างเนื้อหาของพระราชบัญญัติ ซึ่งจะใช้เนื้อหาของร่างฉบับสวัสดิการชุมชนที่เป็นของภาคประชาชนเป็นหลัก และ (3) การพัฒนาการบริหารระบบบัญชีการเงินของกองทุนสวัสดิการ เครือข่ายมีแผนในการใช้ Model ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้รับความอนุเคราะห์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครเข้ามาช่วยในการจัดทำระบบการบริหารจัดการกองทุน เป้าหมายจะขยายผลให้ครอบคลุมทุกมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ
เป้าหมายของกองทุนสวัสดิการชุมชน คือ “ชุมชนเข้มแข็ง” ซึ่งกองทุนสวัสดิการชุมชนจะเป็นเครื่องมือในการสร้างชุมชนเข้มแข็งในอนาคต คณะทำงานทุกระดับถือได้ว่าเป็นกลไกที่มีความสำคัญแต่บทบาทหน้าที่อาจแตกต่างกันเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยง พร้อมนี้ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทหน้าที่ของคณะทำงานชุดนี้ว่า “ต้องเป็นนักคิด นักยุทธศาสตร์ นักออกแบบ นักวางแผน นักประสานงานไม่ใช่นักจัดการ” วาระในการทำงาน 1 ปี ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมเป็นพลังสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนงานในพื้นที่ต่อไป
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน : กล่าวต่อที่ประชุมผมรู้สึกภูมิใจที่พี่น้องขบวนองค์กรชุมชนเข้ามาร่วมขับเคลื่อนงานเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง ขอยืนยันว่า พอช. เป็นเพียงหน่วยหนุนเสริม ส่งเสริม การทำงานของพี่น้องขบวนองค์กรชุมชน ไม่ใช่องค์กรหลักที่จะขับเคลื่อนเนื่องด้วยบุคคลากรที่มีเพียง 310 คน ทั่วประเทศ ดังนั้น เราไม่สามารถที่จะสร้างชุมชนให้เข้มแข็งได้ต้องขับเคลื่อนงานร่วมกับพี่น้องขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สถาบันฯ เสนองบประมาณต่อคณะกรรมมาธิการงบประมาณไม่มีการอภิปรายทางลบ ถือได้ว่าเป็นผลพวงมาจากผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ที่พี่น้องขบวนองค์กรชุมชนได้ดำเนินงานในพื้นที่ ด้านงบประมาณโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน ได้รับการจัดสรรงบประมาณรวมจำนวนทั้งสิ้น 242.86 ล้านบาท เป้าหมายสมทบ 780 กองทุน พบว่าได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท จากปีงบ พ.ศ. 2567 เป้าหมายการทำงานและการขับเคลื่อนงานในเชิงยุทธศาสตร์ โดยตั้งเป้าหมายกองทุน 1 ท้องถิ่น/1 กองทุน จัดตั้งกองทุนให้เต็มพื้นที่ประเทศไทย เพื่อให้เป็นกองทุนสวัสดิการของประชาชน, และขยายจำนวนสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน 25% ของจำนวนประชาชนทั่วประเทศ เพื่อขยายผลเชิงเป้าหมายของกองทุน เกิดฐานสมาชิกที่เข้มแข็ง และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนงานของขบวนองค์กรชุมชนในการจัดการตนเองต่อไป จุดหมายในการเคลื่อนขบวนในระดับจังหวัดคือ “จังหวัดจัดการตนเอง” พร้อมให้แนวทางในการขับเคลื่อนงานสวัสดิการ เพื่อให้เกิดการพัฒนาและยกระดับการทำงานของสวัสดิการ ดังนี้ (1) ฟื้นฟูยกระดับกองทุน และสร้างความเข้มแข็งสมาชิกกองทุน (2) สร้างทีมงานช่วยหนุนเสริมการทำงานที่เชื่อมโยงการทำงานในระดับภาคกับส่วนกลาง (3) ฟื้นฟูกลไกลและสร้างคนทำงานรุ่นใหม่เข้ามาทำงานมากขึ้น (3) เกิดระบบในการจัดการตนเองโดยพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการหลัก (4) สร้างระบบการพัฒนายุทธศาสตร์จังหวัดในการจัดการตนเอง (4) ส่งเสริมระบบสวัสดิการชุมชนโดยฉบับประชาชน ให้เกิดความครอบคลุมให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ (5) ให้กลไกการทำงานในระดับภาค เป็นกลไกหลักที่ช่วยหนุนเสริมการทำงานในพื้นที่ (9) ส่งเสริมในการจัดทำโครงการ 1 โครงการ/ 1 จังหวัดจัดการตนเอง เพื่อสร้างความเข้มแข็งในชุมชนท้องถิ่นนายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน : กล่าวต่อที่ประชุมผมรู้สึกภูมิใจที่พี่น้องขบวนองค์กรชุมชนเข้ามาร่วมขับเคลื่อนงานเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง ขอยืนยันว่า พอช. เป็นเพียงหน่วยหนุนเสริม ส่งเสริม การทำงานของพี่น้องขบวนองค์กรชุมชน ไม่ใช่องค์กรหลักที่จะขับเคลื่อนเนื่องด้วยบุคคลากรที่มีเพียง 310 คน ทั่วประเทศ ดังนั้น เราไม่สามารถที่จะสร้างชุมชนให้เข้มแข็งได้ต้องขับเคลื่อนงานร่วมกับพี่น้องขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สถาบันฯ เสนองบประมาณต่อคณะกรรมมาธิการงบประมาณไม่มีการอภิปรายทางลบ ถือได้ว่าเป็นผลพวงมาจากผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ที่พี่น้องขบวนองค์กรชุมชนได้ดำเนินงานในพื้นที่ ด้านงบประมาณโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน ได้รับการจัดสรรงบประมาณรวมจำนวนทั้งสิ้น 242.86 ล้านบาท เป้าหมายสมทบ 780 กองทุน พบว่าได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท จากปีงบ พ.ศ. 2567 เป้าหมายการทำงานและการขับเคลื่อนงานในเชิงยุทธศาสตร์ โดยตั้งเป้าหมายกองทุน 1 ท้องถิ่น/1 กองทุน จัดตั้งกองทุนให้เต็มพื้นที่ประเทศไทย เพื่อให้เป็นกองทุนสวัสดิการของประชาชน, และขยายจำนวนสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน 25% ของจำนวนประชาชนทั่วประเทศ เพื่อขยายผลเชิงเป้าหมายของกองทุน เกิดฐานสมาชิกที่เข้มแข็ง และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนงานของขบวนองค์กรชุมชนในการจัดการตนเองต่อไป จุดหมายในการเคลื่อนขบวนในระดับจังหวัดคือ “จังหวัดจัดการตนเอง” พร้อมให้แนวทางในการขับเคลื่อนงานสวัสดิการ เพื่อให้เกิดการพัฒนาและยกระดับการทำงานของสวัสดิการ ดังนี้ (1) ฟื้นฟูยกระดับกองทุน และสร้างความเข้มแข็งสมาชิกกองทุน (2) สร้างทีมงานช่วยหนุนเสริมการทำงานที่เชื่อมโยงการทำงานในระดับภาคกับส่วนกลาง (3) ฟื้นฟูกลไกลและสร้างคนทำงานรุ่นใหม่เข้ามาทำงานมากขึ้น (3) เกิดระบบในการจัดการตนเองโดยพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการหลัก (4) สร้างระบบการพัฒนายุทธศาสตร์จังหวัดในการจัดการตนเอง (4) ส่งเสริมระบบสวัสดิการชุมชนโดยฉบับประชาชน ให้เกิดความครอบคลุมให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ (5) ให้กลไกการทำงานในระดับภาค เป็นกลไกหลักที่ช่วยหนุนเสริมการทำงานในพื้นที่ (9) ส่งเสริมในการจัดทำโครงการ 1 โครงการ/ 1 จังหวัดจัดการตนเอง เพื่อสร้างความเข้มแข็งในชุมชนท้องถิ่น
นายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. : ได้วิเคราะห์สถานการณ์งานสวัสดิการชุมชน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จากฐานข้อมูลสวัสดิการชุมชนจากในระบบโปรแกรมฯ ในอดีตเคยมีกองทุน จำนวน 6,342 กองทุน สมาชิก 7,148,984 คน ปัจจุบันคงเหลือ 5,969 กองทุน สมาชิก 7,013,372 คน เงิน (สะสม) 22,022.660 ลบ./คงเหลือ 7,373.390 ลบ. กองทุนฯ สามารถจัดสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกและผู้เปราะบางในสังคมได้มากว่า 8.1 ล้านคน จากเป้าหมายการจัดตั้งกองทุนให้ครอบคลุมทุก อปท. ยังคงเหลือ 1,881 พื้นที่ ที่ยังไม่ได้จัดตั้ง เมื่อเทียบกับจำนวน อปท.ทั่วประเทศ 7,850 อปท. ด้านการบริหารจัดการในพื้นที่ได้มีการจำแนกข้อมูลทั้งระดับจังหวัดและตำบล พบว่าใน 77 จังหวัดมีจังหวัดที่เสี่ยงสูง จำนวน 16 จังหวัด เสี่ยงปานกลาง 20 จังหวัด ต้องเผ้าระวัง 21 จังหวัดและสามารถดำเนินการได้เป็นปกติจำนวน 20 จังหวัด ระดับตำบลพบว่า 531 กองทุน หยุดดำเนินการ 179 กองทุน ฟื้นฟู 50 กองทุน ดำเนินการ 299 กองทุน ร้องเรียน 30 กองทุน การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงานพบว่ามีการใช้โปรแกรมฯ อาทิ โปรแกรมฯ (Codi_SWF) มีกองทุนที่ใช้งานเป็นปัจจุบัน 298 กองทุน โปรแกรมฯ Codi_Areainterop ฯลฯ พร้อมนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลในระบบโปรแกรมฯ Codi_Areainterop พบว่ากองทุนที่บันทึกข้อมูลกองทุนไม่สมบูรณ์ รวมจำนวน 422 กองทุน โดยมีการจำแนกสถานะแบ่งเป็น ดำเนินการ 249 กองทุน ฟื้นฟู 151 กองทุน และหยุดดำเนินการ 122 กองทุน มีกรรมการไม่ถึง 11 คน จำนวน 1,582 กองทุน สมาชิกน้อยกว่า 200 คน จำนวน 904 กองทุน และเงินกองทุนเหลือไม่ถึง 1,000 บาท จำนวน 400 กองทุน ผลการรับรองคุณภาพกองทุนสวัสดิการชุมชน ปี 2567 ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ดำเนินการผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด รวมจำนวน 1,747 กองทุน และผลการรับรองมาตรฐานกองทุน (ตัวชี้วัด ก.พ.ร.) ปี 2567 ซึ่งปัจจุบันผ่านเกณฑ์ในขั้นมาตรฐาน โดยมีกองทุนที่ผ่านตามเกณฑ์ จำนวน 2,085 กองทุน แบ่งเป็น กองทุนใหม่ 1,244 กองทุน ติดตามกองทุนเดิม 841 กองทุน นอกเหนือจากผลการทำงานที่ครบถ้วนแล้ว ความคาดหวังต่อกองทุนสวัสดิการชุมชนคือการที่กองทุนทุกกองทุนได้รับการสมทบงบประมาณ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึงและครอบคลุมต่อไปนายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. : ได้วิเคราะห์สถานการณ์งานสวัสดิการชุมชน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จากฐานข้อมูลสวัสดิการชุมชนจากในระบบโปรแกรมฯ ในอดีตเคยมีกองทุน จำนวน 6,342 กองทุน สมาชิก 7,148,984 คน ปัจจุบันคงเหลือ 5,969 กองทุน สมาชิก 7,013,372 คน เงิน (สะสม) 22,022.660 ลบ./คงเหลือ 7,373.390 ลบ. กองทุนฯ สามารถจัดสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกและผู้เปราะบางในสังคมได้มากว่า 8.1 ล้านคน จากเป้าหมายการจัดตั้งกองทุนให้ครอบคลุมทุก อปท. ยังคงเหลือ 1,881 พื้นที่ ที่ยังไม่ได้จัดตั้ง เมื่อเทียบกับจำนวน อปท.ทั่วประเทศ 7,850 อปท. ด้านการบริหารจัดการในพื้นที่ได้มีการจำแนกข้อมูลทั้งระดับจังหวัดและตำบล พบว่าใน 77 จังหวัดมีจังหวัดที่เสี่ยงสูง จำนวน 16 จังหวัด เสี่ยงปานกลาง 20 จังหวัด ต้องเผ้าระวัง 21 จังหวัดและสามารถดำเนินการได้เป็นปกติจำนวน 20 จังหวัด ระดับตำบลพบว่า 531 กองทุน หยุดดำเนินการ 179 กองทุน ฟื้นฟู 50 กองทุน ดำเนินการ 299 กองทุน ร้องเรียน 30 กองทุน การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงานพบว่ามีการใช้โปรแกรมฯ อาทิ โปรแกรมฯ (Codi_SWF) มีกองทุนที่ใช้งานเป็นปัจจุบัน 298 กองทุน โปรแกรมฯ Codi_Areainterop ฯลฯ พร้อมนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลในระบบโปรแกรมฯ Codi_Areainterop พบว่ากองทุนที่บันทึกข้อมูลกองทุนไม่สมบูรณ์ รวมจำนวน 422 กองทุน โดยมีการจำแนกสถานะแบ่งเป็น ดำเนินการ 249 กองทุน ฟื้นฟู 151 กองทุน และหยุดดำเนินการ 122 กองทุน มีกรรมการไม่ถึง 11 คน จำนวน 1,582 กองทุน สมาชิกน้อยกว่า 200 คน จำนวน 904 กองทุน และเงินกองทุนเหลือไม่ถึง 1,000 บาท จำนวน 400 กองทุน ผลการรับรองคุณภาพกองทุนสวัสดิการชุมชน ปี 2567 ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ดำเนินการผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด รวมจำนวน 1,747 กองทุน และผลการรับรองมาตรฐานกองทุน (ตัวชี้วัด ก.พ.ร.) ปี 2567 ซึ่งปัจจุบันผ่านเกณฑ์ในขั้นมาตรฐาน โดยมีกองทุนที่ผ่านตามเกณฑ์ จำนวน 2,085 กองทุน แบ่งเป็น กองทุนใหม่ 1,244 กองทุน ติดตามกองทุนเดิม 841 กองทุน นอกเหนือจากผลการทำงานที่ครบถ้วนแล้ว ความคาดหวังต่อกองทุนสวัสดิการชุมชนคือการที่กองทุนทุกกองทุนได้รับการสมทบงบประมาณ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึงและครอบคลุมต่อไป
นายสิน สื่อสวน ผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาสวัสดิการชุมชน : ได้ให้เล่าถึงพัฒนาการของงานสวัสดิการชุมชนตั้งแต่กองตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนปี 2542 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน
พร้อมให้แนวคิดในการเสริมพลัง หลักคิด อุดมการณ์ และทิศทางที่สำคัญในการพัฒนาสวัสดิการชุมชน ดังนี้ ปัจจัยที่ทำให้สวัสดิการชุมชนเติบโตต่อเนื่อง ประกอบด้วย คุณค่าของสวัสดิการชุมชนเอง เจตนารมณ์ อุดมการณ์ ชัดเจน ถูกต้อง เน้นคุณค่ามากกว่ากิจกรรม และการขับเคลื่อนงาน มีหลักการ กระบวนการที่ดี ฯลฯ เป้าหมายของงานสวัสดิการชุมชนมี 3 ข้อสำคัญ ได้แก่ (1) กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกลไกกลางที่มีบทบาทและความสามารถในการจัดและเชื่อมโยงสวัสดิการของประชาชนในพื้นที่ (2) สวัสดิการชุมชนได้บรรจุในแผนพัฒนาจังหวัด ได้รับการสนับสนุน และ (3) สวัสดิการชุมชนเป็นระบบหนึ่งของระบบสวัสดิการสังคม และภารกิจร่วมของขบวนชุมชนและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน คือ จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนเต็มพื้นที่ พัฒนาอุดมการณ์และคุณภาพกองทุนตำบลยกระดับ/พัฒนาการจัดสวัสดิการเชิงรุกและการพึ่งตนเองของกองทุน เสริมพลังเครือข่ายทุกระดับให้เข้มแข็งพัฒนาสื่อและการสื่อสารสาธารณะผลักดันนโยบายและกฎหมายต่อเนื่อง รวมถึงการยกระดับงานสวัสดิการชุมชนใน พอช. เอง ในช่วงท้ายได้กล่าวถึงการทำงานสวัสดิการชุมชนซึ่งถือว่าการทำงานเรื่องนี้ถือเป็นการเสียสละเป็นอย่างมาก แต่ก็ถือได้ว่าเป็นกุศลเป็นอย่างมากเช่นกัน ต่อไปนี้เรื่องงานสวัสดิการชุมชนจะขับเคลื่อนได้อย่างไร กลไกที่มีความสำคัญมากที่สุดคือคณะทำงานสวัสดิการชุมชนระดับภาค ซึ่งจะเป็นผู้เชื่อมโยงงานระหว่างพื้นที่และระดับนโยบาย พร้อมนี้ขอให้กำลังใจทุกท่านในการขับเคลื่อนงานร่วมกันต่อไป
นายปาลิน ธำรงรัตนศิลป์ เลขานุการเครือข่ายสวัสดิการชุมชน 5 ภาค : บอกเล่าสถานการณ์ในพื้นที่ 5 ภาค ดังนี้ ในปัจจุบันพบว่ากรณีการสมทบงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องถิ่นเองไม่เข้าใจระเบียบและขอเงินคืนจากกองทุนและการที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไม่ลงนามรับรองเอกสารการเสนอขอรับงบประมาณของกองทุนสวัสดิการชุมชน เครือข่ายสวัสดิการชุมชนและ พอช. มีความกังวลใจเป็นอย่างมากและมีแนวทางในการเข้าพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือประเด็นที่เกิดขึ้นในพื้นที่พร้อมหาแนวทางร่วมในการแก้ไข พร้อมนี้เครือข่ายสวัสดิการชุมชน 5 ภาค ได้มีการปรับแผนเพื่อจัดสรรงบประมาณในการอบรมการใช้งานโปรแกรมฯ (Codi_SWF) จำนวน 500,000 บาท เพื่ออบรมการใช้งานโปรแกรมฯให้กับพี่น้องภาคเหนือและภาคใต้ ในส่วนของผลการจัดงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนในระดับภาค ถือว่าบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดในปัจจุบันพบว่ากรณีการสมทบงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องถิ่นเองไม่เข้าใจระเบียบและขอเงินคืนจากกองทุนและการที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไม่ลงนามรับรองเอกสารการเสนอขอรับงบประมาณของกองทุนสวัสดิการชุมชน เครือข่ายสวัสดิการชุมชนและ พอช. มีความกังวลใจเป็นอย่างมากและมีแนวทางในการเข้าพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือประเด็นที่เกิดขึ้นในพื้นที่พร้อมหาแนวทางร่วมในการแก้ไข พร้อมนี้เครือข่ายสวัสดิการชุมชน 5 ภาค ได้มีการปรับแผนเพื่อจัดสรรงบประมาณในการอบรมการใช้งานโปรแกรมฯ (Codi_SWF) จำนวน 500,000 บาท เพื่ออบรมการใช้งานโปรแกรมฯให้กับพี่น้องภาคเหนือและภาคใต้ ในส่วนของผลการจัดงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนในระดับภาค ถือว่าบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด
พร้อมนี้ คณะทำงานฯ ได้มีการหารือแผนการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนร่วมกัน 16 เรื่อง ได้แก่ (1) การพิจารณารางวัลองค์กรสวัสดิการชุมชน ปี 2567 เป้าหมายกองทุนสวัสดิการชุมชนเสนอขอรับรางวัลฯ จำนวน 150 กองทุน (2) มีจำนวนกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ขอสมทบในปี 2568 จำนวน 3,000 กองทุน (3) กรณีกองทุนเสี่ยง/ร้องเรียน ให้มีการวิเคราะห์ข้อมูล/ประเด็นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ หาแนวทางในการจัดการ พร้อมแบ่งระดับการทำงาน (จัดการกันเองในพื้นที่ ให้ทีมส่วนกลางลงพื้นที่ช่วยแก้ไข) (4) การพัฒนากลไกจังหวัดที่ยังไม่เข้มแข็ง/พัฒนาโซนใหม่ๆ (5) การพัฒนาระบบโปรแกรมฯ (Codi_SWF) ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ใช้งานมากว่า 500 กองทุน ครู ก ที่มีความพร้อมในการสอนคนในพื้นที่ได้ 71 คน ครู ข (รอพัฒนายกระดับให้เป็นครู ก ในปี 68) จำนวน 200 คน มีแผนงานในการพัฒนาเป็นโปรแกรมระดับจังหวัดและจัดเป็นห้องเรียนออนไลน์ ส่วนกลาง เพื่อให้พี่น้องเข้ามาเรียนรู้ (6) การผลักดันแผนงานสวัสดิการชุมชนบรรจุในแผนยุทธศาสตร์/แผนพัฒนาจังหวัด (7) ส่งเสริมการจัดสมัชชาสวัสดิการชุมชนระดับจังหวัด (8) การพัฒนาแกนนำคนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ (9) สวัสดิการผู้นำ โดยให้แต่ละภาคดำเนินการจัดทำแผนเรื่องสวัสดิการผู้นำแต่ละภาค พร้อมนำส่งมายังกองเลขาสวัสดิการชุมชนระดับภาค รวบรวมส่งผู้บริหาร พอช. เพื่อประมวลและสังเคราะห์ข้อมูลเสนอต่อผู้เกี่ยวข้อง (10) การจัดการความรู้ (11) การเชื่อมโยงหน่วยงานใหม่ๆ เพื่อหนุนเสริมงานสวัสดิการชุมชน (12) การยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นศูนย์ช่วยเหลือภาคประชาชน (13) การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน (ใหม่) เป้าหมาย 150 กองทุน (14) ฟื้นฟู/พัฒนากองทุนเดิมให้สามารถดำเนินงานได้ (15) ตรวจสอบสถานการณ์การบริหารกองทุน และ (16) การทบทวนระเบียบ/ประกาศ ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนพร้อมนี้ คณะทำงานฯ ได้มีการหารือแผนการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนร่วมกัน 16 เรื่อง ได้แก่ (1) การพิจารณารางวัลองค์กรสวัสดิการชุมชน ปี 2567 เป้าหมายกองทุนสวัสดิการชุมชนเสนอขอรับรางวัลฯ จำนวน 150 กองทุน (2) มีจำนวนกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ขอสมทบในปี 2568 จำนวน 3,000 กองทุน (3) กรณีกองทุนเสี่ยง/ร้องเรียน ให้มีการวิเคราะห์ข้อมูล/ประเด็นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ หาแนวทางในการจัดการ พร้อมแบ่งระดับการทำงาน (จัดการกันเองในพื้นที่ ให้ทีมส่วนกลางลงพื้นที่ช่วยแก้ไข) (4) การพัฒนากลไกจังหวัดที่ยังไม่เข้มแข็ง/พัฒนาโซนใหม่ๆ (5) การพัฒนาระบบโปรแกรมฯ (Codi_SWF) ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ใช้งานมากว่า 500 กองทุน ครู ก ที่มีความพร้อมในการสอนคนในพื้นที่ได้ 71 คน ครู ข (รอพัฒนายกระดับให้เป็นครู ก ในปี 68) จำนวน 200 คน มีแผนงานในการพัฒนาเป็นโปรแกรมระดับจังหวัดและจัดเป็นห้องเรียนออนไลน์ ส่วนกลาง เพื่อให้พี่น้องเข้ามาเรียนรู้ (6) การผลักดันแผนงานสวัสดิการชุมชนบรรจุในแผนยุทธศาสตร์/แผนพัฒนาจังหวัด (7) ส่งเสริมการจัดสมัชชาสวัสดิการชุมชนระดับจังหวัด (8) การพัฒนาแกนนำคนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ (9) สวัสดิการผู้นำ โดยให้แต่ละภาคดำเนินการจัดทำแผนเรื่องสวัสดิการผู้นำแต่ละภาค พร้อมนำส่งมายังกองเลขาสวัสดิการชุมชนระดับภาค รวบรวมส่งผู้บริหาร พอช. เพื่อประมวลและสังเคราะห์ข้อมูลเสนอต่อผู้เกี่ยวข้อง (10) การจัดการความรู้ (11) การเชื่อมโยงหน่วยงานใหม่ๆ เพื่อหนุนเสริมงานสวัสดิการชุมชน (12) การยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นศูนย์ช่วยเหลือภาคประชาชน (13) การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน (ใหม่) เป้าหมาย 150 กองทุน (14) ฟื้นฟู/พัฒนากองทุนเดิมให้สามารถดำเนินงานได้ (15) ตรวจสอบสถานการณ์การบริหารกองทุน และ (16) การทบทวนระเบียบ/ประกาศ ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
ในช่วงสุดท้ายของการประชุมนายวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการ พอช. : ได้ให้แนวทางต่อการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนแก่คณะทำงานฯ ดังนี้ การขับเคลื่อนงานในพื้นที่มีทั้งคนเก่าและคนใหม่ที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน ในระยะหลังการประชุมเป็นการประชุมเพื่อการเตรียมงาน ถ้าหากมีการขยายผลต่อในระดับโซนได้จะทำให้เข้าใจงาน เห็นกระบวนการที่ต้องขับเคลื่อน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรูปแบบในการสร้างฐานในพื้นที่ เพื่อสร้างระบบการทำงานในพื้นที่ให้เกิดการพัฒนาและเข้มแข็ง พร้อมนี้ การขับเคลื่อนงานในปี 2568 ขอให้แต่ละภาคหารือเพื่อจัดทำแผนการขับเคลื่อนงาน พร้อมจัดลำดับความสำคัญในแต่ละภาค เครือข่ายสวัสดิการชุมชน ต้องร่วมกันการทำงานทั้งในระดับพื้นที่ และในระดับนโยบาย ใช้พื้นที่เป็นตั้วตั้งในการทำงาน รวมถึงการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ให้เกิดขึ้น สามารถจัดการตนเองได้ เกิดการเชื่อมโยงงานทุกมิติ สามารถขับเคลื่อนขบวนองค์กรชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน สุดท้ายนี้ ในส่วนของสถาบันฯ ขอให้กำลังใจพี่น้องขบวนสวัสดิการชุมชนทุกท่าน ที่ได้มาสร้างสังคมให้มีความเข้มแข็ง ทำให้คนมีสถานะมีศักดิ์ศรีเท่ากัน ลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้คนตัวเล็กตัวน้อยที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการมีสวัสดิการในการดูแล ถือเป็นการทำบุญร่วมกัน จะสะท้อนกลับไปที่ตัวเราให้เรามีความสุข ครอบครัวมีความสุข ขอให้เราเชื่อมั่นและทำงานนี้อย่างมีความสุข













