กาญจนบุรี : ขบวนที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท ภาคกลางและตะวันตก ร่วมกับสำนักงานภาคกลางและตะวันตก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดสัมมนาขบวนที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท ภาคกลางและตะวันตก วันที่ 13 – 15 กรกฎาคม 2567 ณ ห้องประชุม โรงแรมไมด้า รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม จำนวน 70 คน ประกอบด้วย ผู้แทนบ้านมั่นคง 3 กลุ่มจังหวัด ผู้แทนงานรถไฟ และผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.
ในการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการดำเนินงานบ้านมั่นคงเมืองและชนบท ภาคกลางและตะวันตก แลกเปลี่ยนเชื่อมโยงการทำงานและออกแบบวางแผนการบริหารโครงการระดับจังหวัด/กลุ่มจังหวัด แบบมีส่วนร่วม และเพื่อกำหนดทิศทาง แผนการดำเนินงานของขบวนที่อยู่อาศัยเมืองและชนบทระดับภาคร่วมกัน โดยมีกิจกรรมสำคัญ ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2567 ประกอบด้วย การนำเสนอผลการดำเนินงานภาพรวมบ้านมั่นคงเมืองและชนบท ระดับกลุ่มจังหวัด และระดับภาค ได้แก่ ภาพรวมการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินในพื้นที่เมืองและชนบท สถานการณ์ก่อสร้างบ้านและสาธารณูปโภค ความคืบหน้าการพัฒนาโครงการบ้านมั่นคง ปี 2567 การขับเคลื่อนงานองค์กรผู้ใช้สินเชื่อ (บ้านมั่นคง) ปี 2567 ภาคกลางและตะวันตก และการขับเคลื่อนงานของเครือข่ายที่อยู่อาศัยบ้านมั่นคงเมืองและชนบท ต่อมา วันที่ 14 กรกฎาคม 2567 : ร่วมกันออกแบบทิศทางแนวทางการขับเคลื่อนงานที่อยู่อาศัยระดับภาค
นายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก กล่าวว่า ขอให้ขบวนองค์กรชุมชนคิดไปข้างหน้าผ่านบทเรียนที่พี่น้องเจ็บปวด และคนที่รอคอยการช่วยเหลืออยู่ เราเริ่มทำงานบ้านมั่นคงปี 2547 ปัจจุบัน ยังมีพี่น้องที่รอพวกเราไปหาอีกเป็นจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมามีการวางเป้าหมายแบบค่อยๆ ทำ แต่พี่น้องรอไม่ได้ โดยเฉพาะกรณีที่ถูกไล่รื้อ จะทำอย่างไรที่จะให้พี่น้องเราได้รับการดูแลจากพี่น้องด้วยกัน
นายไชยา พลขาง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมราง กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมราง โดยเริ่มจากสถานการณ์นโยบายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่จากโครงการพัฒนาของรัฐ ข้อเท็จจริง แนวทางการพัฒนา เครื่องมือ รายละเอียดโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย ในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง โดยมีเป้าหมายการดำเนินการการพัฒนาชุมชนริมรางโดยรวมระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) จำนวน 35 จังหวัด 300 ชุมชน 27,084 ครัวเรือน
นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวถึงหลักคิดและหลักการสำคัญของโครงการบ้านมั่นคงว่า พอช.เชื่อมั่นเรื่องคน ชุมชน ขอให้มีโอกาสทำได้หมดทุกเรื่อง เราจะสร้างโอกาสให้เป็นเจ้าของมีส่วนร่วมการพัฒนาได้อย่างไร วิธีการทำงานของ พอช. คือ ต้องให้พี่น้องเป็นหลัก ร่วมคิด ร่วมทำ เพราะคนที่เป็นเจ้าของคือพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน งบประมาณจึงลงไปที่ชุมชน ดังนั้น จึงต้องรวมกลุ่มกัน ช่วยกันคิด ออกแบบ แก้ไขปัญหาด้วยชุมชนเอง มี พอช.ช่วยประสานงาน ทั้งนี้ คนที่จะกำหนดหรือชี้ว่าจะเสนอการที่ไหน ใครที่พร้อมในการเสนองบประมาณ คือ พี่น้อง/ผู้เดือดร้อนในพื้นที่ และทิศทางข้างหน้า ในปี 2568 – 2569 จะต้องมีเครือข่ายที่อยู่อาศัยบ้านมั่นคงเมืองและชนบทระดับจังหวัด (กลไกจากผู้เดือดร้อน ท้องถิ่น ท้องที่ ภาคีสถาบันการศึกษา) เพื่อหารือทำแผนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ระยะ 3 ปี ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอการกำหนดจากเจ้าหน้าที่ มีการปฏิบัติการในพื้นที่ระดับเมือง/ตำบล การพัฒนาความรู้ความสามารถของคณะกรรมการ การบริหารจัดการที่ทั้งสมาชิกและกรรมการมีส่วนร่วม การทำเรื่องมากกว่าบ้าน คือ คุณภาพชีวิต และการมีส่วนร่วมจากท้องถิ่น ท้องที่
ในช่วงวันสุดท้ายของการสัมมนาได้มีการร่วมกันจัดทำแผนงานสำคัญ กำหนดเป้าหมายระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด และภาค และออกแบบการจัดทำแผนพัฒนาในปี 2568 เช่น แผนพัฒนาศักยภาพคนทำงาน แผนพัฒนาคุนรุ่นใหม่ กำหนดเป้าหมายหารพัฒนาโครงการ ปี 2568 – 2567 และการพัฒนาระบบสหกรณ์ โดยนางทิพวรรณ หัวหิน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาทุนและองค์กรการเงิน กล่าวว่า การทำงานของเราเริ่มจากระดับสหกรณ์ ซึ่งมีหัวใจทำงาน คือ การจัดประชุมสมาชิก/กรรมการทุกเดือน มีกิจกรรมเช่น บ้านที่ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งต้องทำแผนว่าจะทำแล้วเสร็จเมื่อไร หรือกรณีสหกรณ์ที่ชำระหนี้ พอช.หมดแล้ว ควรมีแผนการขับเคลื่อนงานต่อ เช่น การพัฒนาคุณภาพชีวิต
นางสาววรรณา สีหาทัพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน (บริหาร) กล่าวว่า จากสถานการณ์เรื่องร้องเรียนได้พยายามแก้ปัญหา แม้ว่าภาคกลางอนุมัติโครงการได้ล่าช้าและเป็นจำนวนน้อย (32 ครัวเรือน) แต่วันนี้ยังมีความหวังให้เกิดการแก้ไขปัญหาด้วยพลังในการที่จะช่วยเหลือกัน ซึ่งอาจจะต้องวิเคราะห์ว่าทุกคนยังมีอุดมการณ์ร่วม เห็นทีมที่มีส่วนผสมที่หลากหลาย มีงานที่ต้องไปข้างหน้า แต่หากจะยกตัวอย่างองค์กรที่ต้องการพัฒนาศักยภาพ ต้องมีระบบอะไรในองค์กรบ้าง เช่น ระบบข้อมูล การประสานงาน การทำงานกับคนอื่นให้มากขึ้น เนื่องจากเราทำงานคนเดียวไม่ได้ เพราะบ้านมั่นคงเป็นหน่วยที่แก้ปัญหาคนเดือดร้อนได้มากกว่าภาคราชการอื่นๆ ดังนั้น เราต้องพูดกันให้น้อย ทำให้เยอะ ระบบการประสาน การบริหารจัดการมีจุดอ่อนหรือมีปัญหาหรือไม่ เรามีการบริหารจัดการ/การติดตามกันอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เนื่องด้วยเจ้าหน้าที่มีน้อย มีภาระงานมาก องค์กรชุมชนจึงต้องเป็นแกนหลักในการเคลื่อนงานดังกล่าว
รายงาน : ปริดา ศิริเมือง













