สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พัฒนาโครงการเพื่อผลักดันการนำผลงานนวัตกรรมพร้อมใช้ไปแก้ไขปัญหาชุมชน คิดค้นนวัตกรรมแก้ปัญหา-พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน ภายใต้โครงการหมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อสังคม ในปี 2567 ได้ดำเนินการใน 3 พื้นที่ ได้แก่ ชุมชนสาเกตนคร จังหวัดร้อยเอ็ด ชุมชนกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา และชุมชนนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ มีจำนวนโครงการที่ผ่านการพิจารณาจำนวน 27 โครงการ
ร้อยเอ็ด/ล่าสุด วันนี้(19กรกฎาคม2567) ได้จัดให้มีประชุมชี้แจงและลงนามสัญญารับทุนสนับสนุนโครงการนวัตกรรมเพื่อสังคม ปี 2567 โดยมีนายอภิชาต อารีย์พัฒนไพบูลย์ นายอำเภอเกษตรวิสัย เป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวจันทนา เบ็ญจทรัพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. ดร.อำพล อาภาธนากร ผู้จัดการพัฒนาวนวัตกรรมอาวุโส ฝ่ายนวัตกรรมเพื่อสังคม NIA นายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ รองประธานสมาพันธ์SMEไทย และชุมชนที่ได้รับทุนสนับสนุนเข้าร่วมลงนามในสัญญา จำนวน 50 คน ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด
นางสาวจันทนา เบ็ญจทรัพย์
นางสาวจันทนา เบ็ญจทรัพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า ที่ผ่านมา ชุมชนต่างๆ มีการทำการเกษตร หรือผลิตสินค้าชุมชนแล้ว แต่การผลิตการอาจจะยังไม่ได้มาตรฐาน อาจจะใช้เวลาเยอะ พอช.จึงมีบทบาทประสานให้ชุมชนมาเข้าร่วมโครงการนี้ คือจริงๆ แล้ว ชาวบ้านอาจจะเจอปัญหาในการทำของเขาอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าการใช้นวัตกรรมมาช่วยจะทำให้เขาแก้ปัญหา สามารถผลิตได้ดีขึ้น ใช้ระยะเวลาน้อยลง และได้ผลผลิตมากขึ้น เขาไม่รู้ว่ามันควรจะใช้อะไร คิดให้เป็นระบบมากขึ้น คิดให้ชัดก่อนที่จะใช้นวัตกรรมมาแก้ปัญหา มาตอบโจทย์ พอช.จะทำหน้าที่นี้ และที่สำคัญก็คือการเป็นพี่เลี้ยงให้กับชาวบ้าน กรณีที่อาจจะมีข้อติดขัด ข้อสงสัย พอช.จะทำหน้าที่ปรึกษาหารือ และประสานกับทาง NIA โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง
นายสว่าง สุขแสง
นายสว่าง สุขแสง แกนนำกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนอำเภอปทุมรัตน์ กล่าวว่า ในการพัฒนาโครงการร่วมกับ NIA โดยการหนุนเสริมของ พอช. เริ่มจากการรวมกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนในเขตพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่เกษตรวิสัย ปทุมรัตต์ โพนทราย มาร่วมเสนอความต้องการนวัตกรรมในการพัฒนาอาชีพ รายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งได้มีการร่วมวิเคราะห์ และคัดกรองจนเหลือ 12 โครงการ ภายใต้ 4 ประเด็นงาน คือ 1.การพัฒนาผู้นำ สร้างคนรุ่นใหม่ 2.ระบบเกษตรอัจฉริยะ ระบบน้ำ เพื่อการเกษตร 3.แปรรูปสินค้าเกษตรมูลค่าสูง 4.การสร้างความร่วมมือเชิงพื้นที่ ซึ่งแต่ละโครงการเป็นโครงการที่เชื่อมโยงถึงกัน
ดร.อำพล อาภาธนากร
ดร.อำพล อาภาธนากร ผู้จัดการพัฒนาวนวัตกรรมอาวุโส ฝ่ายนวัตกรรมเพื่อสังคมฯ กล่าวว่า ในปี 2567 นี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ได้สนับสนุนงบประมาณการดำเนินการโครงการหมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อสังคม ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ในพื้นที่ใน 3 อำเภอ ได้แก่ เกษตรวิสัย ปทุมรัตน์ โพนทราย จำนวน 8 ตำบล 12 โครงการ งบประมาณ ทั้งสิ้น จำนวน 5,890,000 บาท ได้แก่ 1.โครงการV-PROMPT: ระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในโรงเรือนด้วยระบบ IoT Smart
2. FarmConnect: ระบบบริหารจัดการน้ำแบบเกษตรแม่นยำสำหรับผักเศรษฐกิจ 3. นวัตกรรมการสำรวจพื้นที่เพื่อวางแผนและจัดทำผังน้ำชุมชนด้วย AppSheet 4.ใบหม่อนสร้างอาภร : ระบบบริหารจัดการน้ำแบบไฮโดรกริตผสมผสานสารปรับปรุงดินสำหรับการปลูกหม่อนไหม 5. Farmrun: แอปพลิเคชันการบริหารจัดการบัญชีและนวัตกรรมสารชีวภัณฑ์และควบคุมแมลงศัตรูพืชด้วยศัตรูพืชทางธรรมชาติ 6.ผ้าขาวม้าไฉไล: ระบบทอผ้ากึ่งอัตโนมัติ สำหรับชุมชน 7.นวัตกรรมการจัดการโรงงานผลิตข้าวเม่าและระบบเตาเศรษฐกิจประยุกต์สำหรับชุมชน 8.ระบบอบแห้งสูญญากาศเพื่อการแปรรูปผลผลิตทางเกษตรกรรมสำหรับชุมชน 9.ระบบเลี้ยงและควบคุมอัตโนมัติสำหรับจิ้งหรีดจากพลังงานแสงอาทิตย์ 10.นวัตกรรมอาหารโคเนื้อที่เหมาะสมต่อช่วง วัยจากเศษฟางข้าว 11.เซียนวัว: แอปพลิเคชันบริหารจัดการฟาร์ม และฐานข้อมูลน้ำเชื้อพันธุ์โคเนื้อกุลาบีฟ 12.โคเนื้อทุ่งกุลา: เนื้อโคคุณภาพพรีเมี่ยมและผลิตภัณฑ์เนื้อโคแปรรูปมูลค่าสูง
สำหรับ “นวัตกรรมเพื่อสังคม” หรือ Social Innovation หมายถึง กิจกรรม ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใหม่ ที่มุ่งตอบ สนองความต้องการของสังคมเป็นหลัก โดยมีการพัฒนาและเผยแพร่ผ่านองค์กรเพื่อสังคม ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต หรือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคม มีผลกระทบในระดับชุมชน หรือส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ยังหมายถึงแนวคิดและวิธีการใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาที่มีอยู่แล้วแต่ยังแก้ไขไม่ได้ด้วยวิธีการทั่วไป และปัญหาใหม่ที่เพิ่งปรากฏขึ้น
อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมเพื่อสังคมไม่ได้จำกัดเพียงแค่การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีคิด กระบวนการสร้างสรรค์ การนำวิธีการใหม่ๆ มาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมและชุมชน















