กรุงเทพมหานคร / ระหว่างวันที่ 12 – 13 กรกฎาคม 2567 สำนักยุทธศาสตร์นโยบายและแผน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดประชุม “การจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ 2568” โดยระดมความคิดเห็นจัดทำแผนปฎิบัติการ พอช. เตรียมพร้อมทำแผนรับความเปลี่ยนแปลงทุกสถานการณ์ โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง และ ส่วนภาคทั้ง 5 ภาค เข้าร่วมกว่า 80 คน ณ โรงแรมบ้านไทยบูทีค รามคำแหง กรุงเทพมหานคร
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ ได้ให้ทิศทางการทำงานของ พอช. ว่า การทำแผนครั้งนี้เป็นการเตรียมมุ่งเดินไปข้างหน้าสู่เป้าหมายปี 2579 ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา พอช.ได้เดินผ่านระยะต่างๆ มายี่สิบกว่าปี โดยในช่วงที่ตั้งเริ่มต้นเป็นงานนำร่อง ขยายเนื้องานเรื่องบ้าน แผนชุมชน สวัสดิการชุมชน สภาองค์กรชุมชนตำบล การส่งเสริมอาชีพ พอช.ต้องเท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน พอช.ต้องมีเป้าในการประชาสัมพันธ์งานให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างและสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญที่เราทำวันนี้ต้องไปข้างหน้า สอดคล้องกับแนวทางพัฒนา คือยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สร้างโอกาสและความเสมอภาคลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างความเข้มแข็งของขบวนองค์กรชุมชน ยังมีอยู่ สิ่งที่เราต้องคิดทำคือ
นายกฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช
- นโยบายคณะกรรมการสถาบันฯ ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เชื่อมกับภาคีอื่น เช่น ภาคเอกชน สร้างความเข้มแข็งผู้นำชุมชน ยึดหลักธรรมาภิบาล การพัฒนายุทธศาสตร์ 4 ด้านที่ พอช.ใช้เป็นกลไกการทำงาน เช่น การพัฒนาที่อยู่อาศัย เป้าหมาย จำนวน 1,072,000 หลัง ต้องเริ่มทำข้อมูลตั้งแต่วันนี้ เพราะเราองค์กรที่ทำเรื่องความเดือนร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย รวมถึงงานสวัสดิการชุมชน สภาองค์กรชุมชนตำบล จังหวัดบูรณาการ ซึ่งจะต้องวางเป้าหมายให้ชัดเจน เป้าหมายสุดท้ายคือการกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง
- การพัฒนาผู้นำ มีวิกฤตผู้นำ มีปัญหาขาดช่วง จะต้องยกระดับผู้นำ ซึ่งวันนี้ พอช. มี Codi academy เริ่มอบรมผู้นำ ทำให้เกิดผู้นำที่ทำงานกับเรามากขึ้น และต้องพัฒนาให้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล การพัฒนาในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลอย่างไรต่อเราบ้าง ไม่ว่าจะเป็นกระบบ logistic จากจีนผ่านประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งผลต่อเราการพัฒนาบุคลากรของพอช. เราจะพัฒนายกระดับได้อย่างไร ภายใต้ระบบ Career path ซึ่งมีแนวคิดเปิดให้ไปถึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสำหรับฝ่ายวิชาการ คนที่ไม่ถนัดในสายบริหาร สามารถเลื่อนระดับได้แต่ต้องผ่านหลักสูตรที่บังคับสำหรับตำแหน่งนี้
- การสานพลังภาคีพัฒนา การดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วม ถ้าชุมชนเข้มแข็ง มีความพร้อม “โบยบินไปจิกกินแหล่งอาหารจากที่อื่น ที่ไม่ใช่ พอช.ต่อไป” เพราะ พอช.เราจะช่วยคนที่ยังไม่แข็งแรง สำหรับชุมชนที่เข้มแข็งแล้วเขาสามารถไปแสวงหางบประมาณจากหน่วยงานอื่นๆได้
- การบริหารจัดการสำนักงาน ระบบเทคโนโลยีมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เราต้องวางแผนนำมาใช้อย่างคุ้มค่าและพอช.พร้อมลงทุนถ้ามีประสิทธิภาพ รวมถึงเรื่องการปรับปรุงอาคารสถานที่
- นโยบายอื่นๆ เช่น นโยบาย 5×5 ของรัฐมนตรีว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แก้ปัญหาวิกฤตประชากร คือการสร้างระบบชุมชนที่เหมาะสม พอเพียงต่อการทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
นางสาวจรรยา กลัดล้อม คณะกรรมการสถาบันฯ กล่าวว่า
พอช.เป็นหน่วยงานที่ให้เกียรติชาวบ้าน มีศักดิ์ศรีให้ชาวบ้านเป็นผู้กำหนดทิศทาง เอาปัญหาของตนเองมาแก้ไข ที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้าง พอช. เพื่อให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดี แต่เรายังต้องพยายามทำงานพัฒนาให้แต่ละชุมชนมีความเข้มแข็ง ทำงานเป็นขบวนไม่แบ่งเป็นแท่งๆ มีหน่วยงานภาคีเข้ามาสนับสนุน บทบาทของเจ้าหน้าที่ พอช. ที่อยากเห็นคือ เป็นโซ่ข้อกลางระหว่างขบวนชุมชนกับหน่วยงานภาคี
นายสังคม เจริญทรัพย์ คณะกรรมการสถาบันฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า
หัวใจของการทำแผนคือเราต้องเข้าใจว่าเราจะทำอะไร ต้องรู้จักสังคมไทย พอช.เป็นหน่วยงานที่ไม่เหมือนหน่วยงานราชการทั่วไป เป็นองค์การมหาชน การตั้ง พอช. เป็นแนวคิดที่ดีมากในช่วงนั้น เพราะเห็นว่าราชการมีข้อจำกัด เอกชนก็ทำแบบเร่งด่วน เอาสองอย่างนี้มาควบกัน ต้องไม่ทำเหมือนหน่วยงานราชการและเอกชน เอาส่วนดีเอกชน เอาส่วนที่เป็นปัญหาของราชการมาแก้ ต้องทำให้ไม่เหมือนหน่วยงานทั่วไป เอาบรรทัดฐานของหน่วยงานอื่นมาเป็นของเราไม่ได้
สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ มีประเด็นงานแผน 4 ประเด็น และเรื่องปฏิรูป ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ร่วมกับภาคี พัฒนาคน พัฒนาองค์กร ต้องเข้าใจว่าหลังจากทำงานมายี่สิบกว่าปี ถ้าทำแบบนี้เราไม่พ้นหน่วยงานราชการปกติ ซึ่งไม่เรียกว่าองค์การมหาชน มีข้อจำกัดเพราะเราอยู่ท่ามกลาง 20 กระทรวง ซึ่งเขาทำแบบของเขาแต่เราต้องเอางานของเราไปทำให้เขาเข้าใจและคลี่คลายเรื่องต่างๆ
สิ่งที่ยากในการทำแผน คือทำอย่างไรให้เป็นจริง ทำอย่างไรให้ชุมชนเข้มแข็ง ถ้าทำแบบเดิมไม่สำเร็จ ต้องชูประเด็นกระจายอำนาจ พอช. มีบทบาทไปหนุนเสริม ไปกระตุ้น สิ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต้องมานั่งคิดด้วยกันว่าจะมีนวัตกรรมอะไรในการเปลี่ยนแปลงสังคม เราไปกระตุ้นให้คิด ให้ช่วยกันดูแล พอช.ต้องสำรวจ วิเคราะห์ มีการประชุมร่วมกัน อยากให้กำลังใจ คนเราน้อย ทำงานเยอะ
4 ประเด็นการพัฒนาสู่การกำหนดแนวทางและแผนงานสำคัญ ปี 2568
- การพัฒนาโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นมีระบบที่พัฒนาไปสู่การจัดการตนเอง
ส่วนที่ 1 การขับเคลื่อนจังหวัดบูรณาการ จังหวัดจัดการตนเอง ต้องมีการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงองค์กรชุมชนในแต่ละจังหวัด โดยสนับสนุนให้องค์กรชุมชนสามารถจัดการตนเองได้ภายใต้ปัญหา ความต้องการ ทั้งนี้ จากทุนเดิมในการจัดการมี 22 พื้นที่ จะมีการยกระดับและพัฒนาพื้นที่เดิมอย่างไร และจะขยายผลไปสู่จังหวัดอื่นๆ อย่างไร เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะต้องมีการสรุปบทเรียนจากการปฏิรูป และการสนับสนุนจาก พอช. เพื่อให้เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง ข้อจำกัด เพื่อนำไปขยายผล นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ต้องร่วมกับขบวนในการวางแผนพัฒนา เช่น การจัดกลุ่มความเข้มแข็งเพื่อวางแผนและยกระดับการพัฒนา
ส่วนที่ 2 การบูรณาการทำงาน ต้องมีการบูรณาการการทำงานตั้งแต่ในระดับตำบลเพื่อเชื่อมร้อยมาเป็นขบวนของจังหวัด โดยแบ่งบทบาทตามความเชี่ยวชาญ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องมีการพัฒนาตนเองในการเป็นผู้ให้คำแนะนำแก่ขบวนองค์กรชุมชน และมีแผนพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ชาวบ้านกับ พอช. สามารถทำงานร่วมกันได้
ส่วนที่ 3 เครื่องมือการดำเนินงาน ควรมีการทำ 1 จังหวัด 1 โครงการ ทำอย่างไรให้มีเครื่องมือกลางในการใช้งานร่วมกัน ใช้รายงานผลได้ (ทำ 1 ตอบได้หลายเรื่อง) ซึ่งจะต้องมีการพัฒนาระบบ บริหารโครงการ ระบบสวัสดิการ ให้เป็นระบบที่บูรณาการ รวมทั้ง ควรมีจังหวัดนำร่องในการจัดการตนเอง โดยมีข้อตกลงแผนการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างชัดเจน มี MOU ในการทำงานร่วมกัน และต้องมีการสนับสนุนงบประมาณจังหวัดจัดการตนเองต่อเนื่อง 2-3 ปี โดยจัดงบสนับสนุนในรูปแบบงบอุดหนุน
นอกจากนี้ ควรมีพื้นที่กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดการถ่ายโอนข้อมูล สร้างโมเดลการเรียนรู้และเกิดการส่งต่อข้อมูลในการปฏิบัติงาน รวมทั้งมีการเกณฑ์วัดผล โดยพัฒนาเครื่องมือ 4 มิติ 28 ข้อ เพื่อวัดผลการเปลี่ยนแปลงของขบวนองค์กรชุมชน เพื่อให้เห็นข้อจำกัด และวางแผนการพัฒนาต่อไป ซึ่งต้องควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด ไม่ทำงานแทน แต่เป็นการทำงานร่วมกัน มีวงพูดคุยแลกเปลี่ยนการทำงาน
- การสานพลังความสัมพันธ์ของชุมชนท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายพัฒนาสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและนโยบาย
(1) ต้องมีการจำแนกรูปแบบความร่วมมือทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ (2) จำแนกระดับของ MOU ทั้งในระดับนโยบายและพื้นที่ (3) จำแนกเป้าหมายความร่วมมือ เพื่อให้การสร้างความร่วมมือเป็นไปเพื่อตอบโจทย์ชุมชนเข้มแข็ง
2) ต้องมีการทบทวนความร่วมมือ โดยวิเคราะห์ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อวางน้ำหนักการทำงาน
3) ต้องมีเกณฑ์วัดระดับความร่วมมือ เพื่อให้เห็นระดับและคุณภาพความร่วมมือ เช่น ระดับ basic ทำงานร่วม ระดับ advance มีเป้าหมายร่วมกัน หรือมีแผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิต
4) ต้องมีกลไกในการติดตามการทำงาน และต้องมีการออกแบบการทำงาน รวมถึงมีการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ up skill มีการศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานของภาคี เพื่อให้รู้เขารู้เรา (ใช้หลัก 4m)
นอกจากนี้การทำงานกับหน่วยงานภาคีจะต้องพิจารณาในเรื่องการทำงานด้านการต่อต้านการทุจริต โดยส่งเสริมธรรมาภิบาลให้เกิดในองค์กรชุมชนที่ พอช. ให้การสนับสนุนงบประมาณ ทั้งด้านสวัสดิการชุมชน การพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อลดข้อร้องเรียน รวมไปถึงมีการสร้างบทเรียนรู้ กระบวนการ/เทคนิคในการทำงานกับหน่วยงานภาคีแต่ละหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน เพื่อให้สามารถดึงงบประมาณและการสนับสนุนได้
- การพัฒนาและเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้นำ คน และขบวนองค์กรชุมชน
ควรส่งเสริมการพัฒนาผู้นำเพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) โดย พอช. มีบทบาทในการหนุนเสริม เพื่อให้ขบวนองค์กรชุมชนเข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้ โดยจัดให้มีการประเมินและการทำงานทั้งในระดับต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ต้นน้ำ : มีการพัฒนาผู้นำให้มีความรู้ความสามารถในทุกมิติ โดยมีการปฏิรูปโครงสร้างองค์กร กลางน้ำ : มีแผนพัฒนาที่มาจากพื้นที่ ปลายน้ำ : เกิดผู้นำเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งหากมีการพัฒนาผู้นำให้เข้มแข็ง จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้
ทั้งนี้ ต้องมีการพัฒนาผู้นำคนรุ่นใหม่ โดยจัดให้มีหลักสูตรที่สอดคล้อง เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่ และอาจมีสวัสดิการให้กับคนรุ่นใหม่ เช่น มีกองทุนในการดูแลคนทำงานกับขบวน มีการสร้างบรรยากาศในการทำงานร่วมกัน ควบคู่กับการพัฒนาผู้นำทุกช่วงวัยตั้งแต่ระดับปฐมวัย และมีการพัฒนาหลักสูตรกลางและเหมาะสมกับความต้องการของพื้นที่
สำหรับตัวชี้วัดการพัฒนาผู้นำจะต้องเน้นไปที่การมีผู้นำหน้าใหม่ ไม่ใช่แค่จำนวนผู้นำ รวมถึงมีการวัดจากความเข้มแข็งของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้อาจมีการวิเคราะห์ผู้นำที่เข้าร่วมงานกับ พอช. ว่าเป็นกลุ่มใด เพื่อวางแผนการพัฒนาศักยภาพต่อไป
- การพัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรในการเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น
- ควรจัดให้มีหลักสูตรกลางที่ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องรับรู้ (กระบวนการ/ขั้นตอน/เทคนิค) การทำงาน เช่น ด้านสินเชื่อ ด้านที่อยู่อาศัย เป็นต้น
- การโยกย้ายผู้ปฏิบัติงาน ควรพิจารณาการโยกย้ายเจ้าหน้าที่เฉพาะระดับปฏิบัติการ เพื่อลดช่องว่างการทำงาน ช่วยสร้างการเรียนรู้
- ควรมีนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาแนะนำ รวมทั้งมีการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ระหว่างส่วนกลางกับสำนักงานภาค เช่น การบริหารข้อมูล การบริหารโครงการ เทคนิคการเบิกจ่าย การทำงานที่ช่วยลดปัญหาการทำงาน
- ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเติบโตตามสายงาน มีเส้นทางในการเติบโต – ระยะเวลาที่ชัดเจน
- มีการพัฒนาศักยภาพก่อนเป็นผู้บริหาร เพื่อให้มีความรู้ในการทำงาน การประสานกับหน่วยงานภายนอก โดยมีชุดความรู้การทำงานสำนักงาน/การทำงานพื้นที่
- มีการสร้างแรงจูงใจให้แก่คนทำงาน เช่น การศึกษาต่อ หรือส่งเสริมให้เข้าอบรมหลักสูตร เพื่อนำความรู้มาพัฒนาองค์กร เป็นต้น
- มีระบบสวัสดิการ มีการประเมินสุขภาพจิตก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
- มีระบบจัดการข้อมูล โดยทบทวน/ปรับปรุงระเบียบ ข้อบังคับ เช่น ค่าอาหาร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์/ ปรับเบี้ยเลี้ยงปรับเป็นเหมาจ่าย หรืออาจเพิ่มเบี้ยเลี้ยง /เปิดเพดาน OT จาก 50 ควรขยายให้สูงขึ้น
- ควรมีระบบการทำงานที่คล่องตัว โดยทบทวนระบบ IT โปรแกรมสนับสนุนการทำงานที่ไม่ได้ใช้ และทบทวน/ออกแบบระบบให้สอดคล้องกับการทำงานปัจจุบัน เช่น ระบบบริหารโครงการ ต้องปรับให้เข้าถึงง่าย เชื่อมโยง ไม่ซ้ำซ้อน /1 password เข้าได้ทุกระบบ /ทำงานในระบบแล้วต้องเบ็ดเสร็จ ไม่ต้องทำงานเอกสารอีก ทั้งนี้ ควรมีการจัดเก็บข้อมูลในระบบทั้งหมดและมีระบบติดตาม/แจ้งเตือน เวลาแจ้งเตือนเบิกจ่าย อนุมัติโครงการ และมีการพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อให้สามารถนำข้อมูลจากระบบไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้
- การปฏิรูปองค์กรที่ผ่านมา สถานการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กรและชุมชน
จากการปฏิรูปองค์กร มีการปฏิรูปที่ได้ดำเนินการ ได้แก่ (1) ระบบของขบวนองค์กรชุมชนระดับจังหวัด/กลุ่มจังหวัด (2) ระบบจังหวัดบูรณาการ (3) ระบบสนับสนุนของสำนักงานภาค/เจ้าหน้าที่และขบวนระดับภาค (4) ระบบสนับสนุนของ พอช. (โดยรวม) (5) การประสานภาคีเพื่อเข้ามาสนับสนุนการทำงาน (6) ระบบการพัฒนาบุคลากร และ (7) ระบบกองทุนและสินเชื่อ
ระบบที่ทำได้ดี ได้แก่ ระบบขบวนองค์กรชุมชน ซึ่งมีการออกแบบวิธีการทำงานที่ครอบคลุมโซน อำเภอ จังหวัด กลุ่มจังหวัด
ระบบที่ทำแล้ว ทำได้ค่อนข้างดี คือ ทำให้พื้นที่ได้ออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ ครอบคลุมระบบโซน และพื้นที่มากขึ้น สามารถปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัด อำเภอ โดยมีกลไกขับเคลื่อนงานได้ ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน บางจังหวัดเกิดแผนพัฒนาระดับจังหวัด ช่วยลดการผูกขาดอำนาจ ทำให้หน่วยงานในพื้นที่ให้การยอมรับ เจ้าหน้าที่รู้และเข้าใจ รวมทั้งมีการนำข้อมูลมาเป็นเครื่องมือ เช่น ใช้ข้อมูล TP MAP มาเป็นฐานการพัฒนา
ระบบที่ยังทำไม่ได้ คือ ระบบกลุ่มจังหวัด เนื่องจากกลุ่มจังหวัดมีการดำเนินบทบาทเฉพาะเรื่องพิจารณาโครงการ ยังไม่มีการดำเนินงานด้านยุทธศาสตร์
ระบบที่ทำยังไม่ได้ดี คือ หน่วยจัดตั้งการเรียนรู้/จัดกระบวนการเรียนรู้ในระดับพื้นที่
พอช.ร่วมออกแบบขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็งผ่านประเด็นงานสำคัญ
- การพัฒนาที่อยู่อาศัย
ใช้ที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนภายใต้โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยซึ่งการดำเนินการในอนาคตจะต้องมีการพัฒนาระบบข้อมูลระดับเมือง เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะ 1 ปี 3 ปี 5 ปี เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาตามเป้าหมายแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี
โดยมีข้อเสนอดังนี้
1) จัดทำฐานข้อมูลเพื่อเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย
2) ส่งเสริมให้เครือข่ายองค์กรชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมการสร้างการเปลี่ยนแปลง และเพื่อลดภาระงานของเจ้าหน้าที่
3) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสถาบันการศึกษาท้องถิ่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย
4) พัฒนาเครื่องมือการทำงานคู่มือ และสร้างการรับรู้ เช่นให้ความรู้ทางด้านกฎหมาย เผยแพร่องค์ความรู้ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นตัวช่วยในการทำงาน
5) การบริหารโครงการ ต้องมีการเตรียมความพร้อมการบริหารโครงการในช่วงขาขึ้น หลังจากโครงการแล้วเสร็จจะต้องมีการสร้างความเข้าใจ กรณีการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับกลุ่มเป้าหมายเพื่อลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น
5) การพัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านที่มากกว่าบ้าน ผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยมีการพัฒนากลไกระดับเมืองที่จะเป็นเจ้าภาพ วิเคราะห์ว่าเมืองที่สามารถดำเนินการต่อได้มีจำนวนเท่าใด โดยให้จังหวัดเป็นเจ้าภาพรวบรวมแผนระดับเมือง
- การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
เป้าหมายในปี 68 ต้องการสร้างรายได้และลดหนี้กินอิ่มนอนอุ่นชุมชนมีความเข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยจะมีการสร้างชุมชนเข้มแข็งโดยเน้นการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ผ่านเครื่องมือได้แก่ (1) สินเชื่อชุมชนเป็นสินเชื่อเพื่อการพัฒนาการพัฒนาชุมชน (2) สินเชื่อเพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ (3) การเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา (4) ส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการชุมชน เช่น ช่างชุมชน ซึ่งนอกจากคนในชุมชนจะมีอาชีพและรายได้ยังจะช่วยให้ให้เกิดการพัฒนาที่อยู่อาศัย (5) จัดทำศูนย์บ่มเพาะและศูนย์รวบรวมการกระจายสินค้า
สำหรับแนวทางที่จะดำเนินการในปี 68 ได้แก่
1) ระบบข้อมูล โดยมีการจัดทำระบบฐานข้อมูล 300 กว่า ตำบล โดยมีการจัดทำเป็นข้อมูลดิจิทัลเพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงและสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
2) เชื่อมโยงประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการสนับสนุนการสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชน
3) พัฒนาศักยภาพคนทำงาน โดยสนับสนุนให้คนทำงานมีองค์ความรู้ รวมทั้งมีการสร้างกลไกร่วมในการขับเครื่องเศรษฐกิจชุมชน โดย Matching กับภาคเอกชนเช่นเชื่อมต่อกับ NIA มิตรผลเพื่อสนับสนุนการสร้างอาชีพและรายได้ในชุมชน นอกจากนี้จะมีการพัฒนาองค์ความรู้ โดยเชิญภาคีภาควิชาการที่มีต้นทุนและศักยภาพ มาวางแนวทางการพัฒนาและนำไปสู่การร่วมทุน
4) ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชน ให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม รวมทั้งมีการจัดทำแผนพัฒนาองค์กร โดยจัดทำเป็น Cluster เศรษฐกิจชุมชนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงภายใต้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด
- การพัฒนาสภาองค์กรชุมชนและสวัสดิการชุมชน :
จะใช้สวัสดิการองค์กรชุมชนและสภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกกลางในการพัฒนา โดยจะดำเนินการ 2 แนวทาง คือ การพัฒนากลไกให้เข้มแข็งทั้งในระดับพื้นที่ระดับจังหวัดโดยมีการเชื่อมร้อยภาคส่วนต่างๆทั้งในระดับตำบลและจังหวัดเพื่อออกแบบการทำงาน โดยมีเครื่องมือสำคัญได้แก่ การสอบทานสภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน TP map การพัฒนาที่อยู่อาศัยเศรษฐกิจและทุน
โดยมีข้อเสนอในการดำเนินงานดังนี้
- มีการทบทวนสภาองค์กรชุมชนทบทวนหลักสูตร ในการพัฒนาระบบข้อมูลของพื้นที่ให้เป็นปัจจุบันและเป็นฐานในการทำงาน
- มีการพัฒนาระบบสนับสนุนการทำงาน
- ส่งเสริมให้มีเครือข่ายการทำงานระดับตำบล โดยกำหนดประเด็นและเป้าหมายในการทำงานร่วมกัน อาจมีการจัดสมัชชา
- ผลักดันกลไกที่มีอยู่ให้เป็นที่ยอมรับของภาคส่วนต่าง ๆ และจัดให้มีแผนการดำเนินงานระยะ 3 ปี
เครื่องมือในการพัฒนา : ใช้แผนพัฒนาเพื่อเป็นพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาชุมชนท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง เป็นแผนที่มาจากการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่และความต้องการของคนในพื้นที่ โดยจะต้องมีการทบทวนแผนให้เป็นปัจจุบันและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการดึงการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่โดยใช้แผนเป็นเครื่องมือ ทั้งนี้ ควรมีกลไกในการติดตามแผนตามที่ชุมชนต้องการบรรลุด้วย
- การพัฒนาและแก้ไขปัญหาองค์กรผู้ใช้สินเชื่อ
ที่ผ่านมามีการสนับสนุนองค์กรผู้ใช้สินเชื่อผ่านกิจกรรม โดยยังไม่มีแผนการพัฒนาระยะยาว ยังลงไปไม่ถึงสมาชิกซึ่งมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะในเชิงเทคนิค
จึงมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
1.ระดับองค์กร ต้องมุ่งเน้นการสนับสนุนเชิงผลลัพธ์ เช่น ปรับเปลี่ยนวิธีงบประมาณโดย outsource คนที่มีความสามารถในการทำบัญชี หรือครูก. มาช่วยทำบัญชี
2) พัฒนาองค์ความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ โดยส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจในการส่งเสริมสหกรณ์ เข้าใจการอ่านการเงินการบัญชีเพื่อให้รู้เท่าทันการบริหารจัดการบัญชีของแต่ละองค์กร
3) พัฒนาระบบโปรแกรมบัญชีที่สามารถทำได้อย่างสำเร็จรูปเพื่อให้ไม่เป็นภาระของเจ้าหน้าที่ หรืออาจนำโปรแกรมที่มีไปปรับใช้
ส่วนที่ 2 ระดับการบริหารจัดการ
ควรมีการเพิ่มอัตราที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำบัญชีโดยผอชทำหน้าที่สนับสนุนองค์กรแทน
3 การพัฒนาระดับสมาชิก
ควรศึกษา ส่งเสริมในเรื่องเศรษฐกิจและทุนชุมชน โดยสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงกับงานสำนักใหม่
ข้อเสนอแนะ
ควรเพิ่มเงินพิเศษให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านสินเชื่อ
- การพัฒนาผู้นำชุมชนและบุคลากร และระบบสวัสดิการผู้นำชุมชน
พอช. ต้องมีการวิเคราะห์ กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาผู้นำ
1)ต้องมีการจัดทำฐานข้อมูลผู้นำ มีใครบ้างมีฐานข้อมูลมีองค์กรมีการทำบทบาทหรือหน้าที่อะไรทั้งผู้นำที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
2) จัดทำหลักสูตรที่สอดคล้องกับผู้นำ โดยมีการ matching กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือส่งต่อไปยังหน่วยงานที่มีความรู้ในด้านที่เกี่ยวข้อง
3) มีการพัฒนาความรู้และทักษะในรูปแบบที่หลากหลาย/ทักษะใหม่ๆ
โดยมีหลักสูตรการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับความต้องการของคนรุ่นใหม่และสนับสนุนนวัตกรรม/การทำงานในพื้นที่
4) พัฒนาและยกระดับการทำงานรวมทั้งมีการประเมินผล
โดยมีการจัดอบรม up skill reskill new skill
5) รักษาไว้
โดยสนับสนุนสวัสดิการให้อยู่ได้ อยู่ดีอยู่ยืน เช่นมีค่าตอบแทนค่ารักษาพยาบาลการสร้างโอกาสและเปิดพื้นที่ใหม่สร้างแรงจูงใจให้เข้ามามีส่วนร่วม
(6) ระบบการบริหารจัดการองค์กร
- การบริหารโครงการ ทบทวนระเบียบบริหารโครงการ/ ระบบอื่น ๆ โดยเซ็ตระบบร่วม เพื่อให้มีมาตรฐานในการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น
2) พัฒนาระบบ IT / ใช้ AI มาช่วย / พัฒนาจัดการ user
3)ใช้งานผ่านโปรแกรมทั้งหมด ไม่ต้องมีเอกสาร
ในช่วงท้ายของเวที นายวิชัย นะสุวรรณโน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ได้กล่าวทิ้งท้ายก่อนปิดการสัมมนา ว่าที่เราคุยกันมานั้นทำให้เห็นความสำคัญ คือ ประเด็นที่ 1 การสัมมนาครั้งนี้เป็นมิติใหม่ ทำให้พวกเราได้มีส่วนร่วมในการคิดการแลกเปลี่ยนได้อย่างเต็มที่ การสัมมนาที่ผ่านมาก็จะเป็นรูปแบบโต๊ะกลมๆ มีคนพูดไม่กี่คน แต่ครั้งนี้เราปรับกระบวนการให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยน การคิด ให้เจ้าของงานได้ร่วมออกแบบแผนซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก ประเด็นที่สอง เนื้อหาใหม่ หลายมิติ ซึ่งเนื้อหานี้จะทำให้เราได้ออกแบบการทำงานใหม่ ยกระดับเพิ่มมากขึ้น นำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ประเด็นที่สาม ขบวนชุมชนเข้มแข็ง จังหวัดที่พร้อมจะลุกขึ้นมาขับเคลื่อนงานแบบเต็มตัว เราจะออกแบบอย่างไร หนึ่งจังหวัด หนึ่งโครงการ หนึ่งแผนงาน เป็นสิ่งที่เราต้องออกแบบให้ดีให้ชัดเจนจังหวัดไหนพร้อมทำได้ก็ลุย ไม่พร้อมเราก็ตัดออก เรื่องตัวชี้วัดพื้นที่ ตัวชี้วัดแยกกันระหว่างส่วนกลางกับภาค ตัวชี้วัดร่วม ตรงนี้ต้องออกแบบให้ชัดเจน “สุดท้ายนี้อยากจะให้กำลังใจทุกคน มีกำลังใจในการทำงาน และรักษาสุขภาพของตนเองกันด้วย”
































