บ้านถ้ำเสือ จ.เพชรบุรี / การตรวจเยี่ยมโครงการ Carbon Credit เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน ณ บริเวณตลาดริมน้ำจามจุรีบ้านถ้ำเสือ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ดร.วิกร ภูวพัชร ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FTI / หัวหน้าหมู่นกเค้าแมว วปอ.66 กล่าวต้อนรับ พลตรี กฤตพันธุ์ รักใคร่ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พร้อมคณะและได้กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนงานตามโครงการ Carbon Credit เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน โดยอาศัยกระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เข้มแข็ง และมีต้นทุนของชุมชน จากอดีตผู้ใหญ่บ้าน รุ่นที่ 5 ( ผญ.เรียง ) พ.ศ. 2521 ผู้บุกเบิกในอนุรักษ์ผืนป่าไม้ ในชุมชนถ้ำเสือ และร่วมกันกับผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านอื่นๆ ในการพัฒนาสะพานไม้ไผ่ เพื่อให้ชุมชนเกิดความสะดวกในการสัญจร คมนาคม และรับรองเขต 772 ไร่ ( ป่าชุมชน ) รวมถึงการรวมกันเพื่อปกป้องป่าไม้ จากผู้ลักลอบตัดต้นไม้ ที่ก่อให้เกิดภัยแล้งในชุมชน สู่การขับเคลื่อนป่าชุมชนชุมชนถ้ำเสือ รวมถึงการนำแนวมาตรการต่างๆของนานาประเทศที่เข้มงวดในการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ถัดมา นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้ตอกย้ำถึงการคณะศึกษาโครงการ วิเคราะห์ศักยภาพชุมชนถ้ำเสือ และประสานหน่วยงานภาคี จำนวน 10 หน่วยงาน เป็นโครงข่ายการพัฒนาชุมชนตามโครงการ และมีเป้าหมาย 2 อย่าง คือ การสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง และ มีป่าที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งนี้ ได้ตระหนักถึงการยกร่างการสร้างโมเดลใหม่ในการพัฒนา ( ส่งเสริมการมีรายได้เกษตรกร การท่องเที่ยวชุมชน การสนับสนุนชุมชนเข้มแข็ง การอนุรักษ์ป่าไม้ ได้แก่การสร้างฝาย การบริหารจัดการน้ำเพื่อชุมชนและดูแลป่า ) การเชื่อมโยงตลาดร่วมกับ เซนทรัลใน จ.เพชรบุรี ในการรับผลผลิตทางการเกษตรของชุมชนถ้ำเสือในระยะต่อไป
ถัดมา นายวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ตอกย้ำกระบวนการสร้างชุมชนเข้มแข็ง โดยการระดมความต้องการ แลกเปลี่ยนเป้าหมายร่วมกัน โดยระเบิดจากข้างใน ลดการพึ่งพาข้างนอก โดยบทบาท สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ( องค์การมหาชน ) ซึ่งใช้เวทีกลางในการแลกเปลี่ยนพูดคุยการอนุรักษ์ป่าไม้ ปลูกป่าเพิ่มและทำต่อเนื่อง เสริมสร้างเรื่องแนวกันไฟ การบริหารจัดการน้ำของชุมชนถ้ำเสือ เช่น การสร้างฝายชะลอน้ำ การขุดสระน้ำ การใช้พลังงานทดแทน จากแสงอาทิตย์ และการสร้างรายได้จากป่าชุมชนของคนในบ้านถ้ำเสือ
รวมถึง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. ซึ่งมีส่วนในการยึดโยงภาคีพัฒนาในระดับจังหวัดและหน่วยงานภายนอก เช่น เครือข่ายป่าชุมชน 5 ภูมิภาค ทั้งนี้ชุมชนถ้ำเสือ ยังมีแกนนำที่เป็นน้ำไม่เต็มแก้ว ยังเรียนรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในมิติอื่นๆอย่างต่อเนื่อง และการศึกษากลไกที่สำคัญ องค์กรชุมชนที่เป็นแกนหลัก นำไปสู่การออกแบบเพื่อเสริมพลังให้แก่ชุมชนเข้มแข็ง
ทั้งนี้ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ( สสน. )ได้ให้ภาพรวมการบริหารจัดการน้ำ ในกระบวนการ สำรวจและจัดทำผังน้ำ และ การสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อให้เกิดความชุมชื่นของผืนป่า พัฒนาแหล่งน้ำ และมีพลังงานทดแทน (โซล่าห์เซลล์) เพื่อนำไปสู่พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจากแหล่งน้ำ ในพื้นที่ 1,375 ไร่ ( จำนวน 3 แปลง ) รวมถึงการวางแผนประมาณการค่าใช้จ่ายและคาร์บอนเครดิต ในระยะ 10 ปี จำนวน 519,750 / ต่อปี ร่วมกับชุมชนถ้ำเสือ รวมถึง การวางระบบติดตามการอนุรักษ์ป่า ผ่านระบบ Copin ระบบปักมุดข้อมูลชุมชน ( ร่วมกับ Urban Risk , MIT และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เป็นระบบติดตามที่ชุมชนสามารถร่วมกันได้ และเป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว สถานที่สำคัญ และนำรายงานสู่ภายนอกได้
ผู้แทนชุมชนถ้ำเสือ ( นายสุเทพ พิมพ์ศิริ ) กล่าวถึง การฝันฝ่าอุปสรรค ก้าวข้ามความท้อ ในพื้นที่เมื่อที่ผ่านมามีสถานการณ์การใช้สารเคมีทางภาคเกษตร การขาดแคลนน้ำ สู่การขับเคลื่อนป่าชุมชน ตามพรบ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ทำให้เกิดการรวมกลุ่มของคนในชุมชนอีกครั้ง เกิดการเพาะปลูกผักพันธุ์พื้นบ้าน สมุนไพร มีความอุดมสมบูรณ์เกิดขึ้น แต่เพื่อให้เกิดความยั่งยืนคนรุ่นใหม่ต้องได้กลับถิ่นฐาน อยู่กับครอบครัว สานสัมพันธ์ที่ดีขึ้น และปลูกฝังจิตสำนึกอนุรักษ์บ้านเกิด ต่อไป
ในช่วงท้าย คณะได้ลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ดำเนินโครงการปลูกป่าชุมชน และสร้างฝายมีชีวิต ของนักศึกษาหมู่นกเค้าแมว วปอ.66 และกล่าวปิดเวที
//เรียบเรียง โดยปฏิบัติการชุมชน พื้นที่














