เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ณ ห้องประชุม 304 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชน 5 ภาค พร้อมด้วย ที่ปรึกษา ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน พอช. ประชุมสรุปผลการดำเนินงานสวัสดิการชุมชนไตรมาส 3 พร้อมออกแบบแผนการดำเนินงานในไตรมาสสุดท้ายเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ปี 2567
นายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานประสานขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคม ได้สรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาว่า ผลงานสำคัญประกอบด้วย 1) การจัดงานสมัชชาสวัสดิการชุมชนระดับภาค 4 ภาค มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,600 คน เกิดพลังของพี่น้องขบวนสวัสดิการชุมน สร้างความรับรู้งานสวัสดิการชุมชนในพื้นที่สาธารณะและต่อหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และระดับนโยบาย โดยเฉพาะประเด็นสำคัญในเรื่องการยกระดับงานสวัสดิการชุมชนสู่การเป็นองค์กรทางสังคม ที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นและความร่วมมือกับหน่วยงานราชการและอื่น ๆ ในการสนับสนุนงานสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ 2) การรับรองคุณภาพกองทุนสวัสดิการชุมชน เป้าหมายดำเนินการ 1,404 กองทุน มีกองทุนที่ผ่านตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 422 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 30 ของเป้าหมายดำเนินการ 3) การรับรองมาตรฐานกองทุนสวัสดิการชุมชน เป้าหมายการดำเนินการ 2,409 กองทุน แบ่งเป็นกองทุนใหม่ จำนวน 1,404 กองทุน ติดตามกองทุนเดิม 1,005 กองทุน ผลการดำเนินงาน พบว่า มีกองทุนบันทึกข้อมูลเข้าระบบโปรแกรมฯ จำนวน 1,783 กองทุน แบ่งเป็นกองทุนใหม่ จำนวน 1,170 กองทุน ติดตามกองทุนเดิม 613 กองทุน และมีกองทุนที่ผ่านตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 1,246 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 51 ของเป้าหมายดำเนินการ แบ่งเป็นกองทุนใหม่ จำนวน 785 กองทุน ติดตามกองทุนเดิม 461 กองทุน
นอกจากนั้น ยังมีปัญหาที่ค้นพบ คือ ข้อมูลกองทุนสวัสดิการชุมชนที่บันทึกข้อมูลไม่สมบูรณ์ รวมจำนวน 422 กองทุน ภายใต้ 18 จังหวัด โดยมีการจำแนกสถานะแบ่งเป็น ดำเนินการ 249 กองทุน ฟื้นฟู 151 กองทุน และหยุดดำเนินการ 122 กองทุน ซึ่งในประเด็นดังกล่าว จะมีการกำหนดให้เป็นแผนพัฒนาเร่งด่วนของกลไกสวัสดิการชุมชนระดับจังหวัด/โซนที่จะต้องจับมือร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ พอช. เพื่อกันแก้ไขให้เรียบร้อย ถูกต้อง สมบูรณ์
นายธนพล ศรีใส ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชนภาคกลางและตะวันตก ได้ให้ข้อมูลผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาและใช้โปรแกรมบริหารการเงินและบัญชีกองทุนสวัสดิการชุมชน (Codi_SWF) เพิ่มเติมว่า ได้ดำเนินการอบรมการใช้งานโปรแกรมฯ 3 ภาค ประกอบด้วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและตะวันตก และภาคกรุงเทพฯปริมณฑลและตะวันออก จากการอบรมสามารถสร้าง ครู ก ที่สามารถไปขยายการอบรมให้กับกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ได้ จำนวน 61 คน และครู ข มากกว่า 211 คน ทั้งนี้ในไตรมาสสุดท้ายจะต้องดำเนินการอบรมการใช้งานโปรแกรมฯ ให้กับขบวนสวัสดิการชุมชนระดับจังหวัด/โซน ของภาคเหนือ และภาคใต้ต่อไป
ด้าน นายปาลิน ธำรงรัตนศิลป์ ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชนภาคกรุงเทฯ ปริมณฑล และตะวันออก กล่าวเพิ่มเติมว่า เครือข่ายสวัสดิการชุมชนได้มีการส่งเสริมและยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นพื้นที่ต้นแบบศูนย์ช่วยเหลือสังคม (ภาคประชาชน) รวมทั้งสิ้น 31 ตำบล 10 จังหวัด ครอบคลุม 3 ภาค คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และกรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก โดยในการคัดเลือกนั้น คัดเลือกมาจากกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ได้รับรางวัลองค์กรความดี ตามแนวคิด ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และมีระบบการบริหารจัดการกองทุนที่ดี สามารถเป็นศูนย์รับเรื่องทุกข์ร้อน หรือปัญหาต่าง ๆ ของประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ แล้วส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้รับการช่วยเหลือได้ทันการณ์
ในช่วงท้ายของการประชุม ที่ประชุมได้มีการวางแผนการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4 ร่วมกัน โดยมีแผนงานที่สำคัญ ได้แก่
- การรับรองคุณภาพกองทุนสวัสดิการชุมชน กำหนดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2567และการรับรองมาตรฐานกองทุนสวัสดิการชุมชน กำหนดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กันยายน 2567 รวมไปถึง การลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหากองทุนที่มีปัญหาในการดำเนินงานและการบริหารจัดการ รวมถึงกองทุนที่บันทึกข้อมูลในระบบโปรแกรมฯ ไม่สมบูรณ์ โดยให้จัดทีมทำงานร่วมผสมผสานระหว่างเครือข่ายสวัสดิการชุมชน และผู้ปฏิบัติงาน พอช. เพื่อให้ระบบฐานข้อมูลกองทุนสวัสดิการชุมชนถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และพร้อมเรียกใช้ประโยชน์ได้
- ประชุมร่วมกับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อหาทางออกร่วมกันในเรื่องการร้องเรียนกองทุนสวัสดิการชุมชนไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตเงินของกองทุนสวัสดิการชุมชน
- แนวทางการจัดสวัสดิการผู้นำขบวนองค์กรชุมชน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้นำขบวนองค์กรชุมชนที่เสียสละเพื่อชุมชน โดยมุ่งดูแลคนที่มีชีวิตอยู่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ โดยกำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินการ รวมถึงศึกษารูปแบบการจัดตั้งกองทุนให้เป็นรูปธรรม
- การจัดงานวิชาการร่วมกับกรรมาธิการด้านสังคม ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2567 โดยเนื้อหาการจัดงานจะได้หยิบยกประเด็น สถานการณ์สวัสดิการสังคมในประเทศไทย (ภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชน) เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสังคมไทย และแนวทางการพัฒนาระบบสวัสดิการในประเทศไทย ขึ้นมาเป็นประเด็นในการหารือ
- การขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมระบบสวัสดิการของชุมชน พ.ศ. …. กำหนดให้ผู้เกี่ยวข้องศึกษาข้อมูลทางกฎหมาย และตั้งคณะทำงานรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติฯ พร้อมรับฟังความคิดเห็น และดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย
- กำหนดจัดสมัชชาสวัสดิการชุมชนภาคเหนือ ในวันที่ 16 สิงหาคม 2567 ณ จังหวัดเชียงราย โดยชู
อัตลักษณ์ของพื้นที่ และปรับรูปแบบการจัดงานให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ภาคเหนือ
- กำหนดจัดสัมมนาคณะทำงาน 5 ภาค ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2567 ณ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เพื่อวางแผนปฏิบัติการในระดับพื้นที่
- การจัดประชุมร่วมกับภาคีความร่วมมือ เพื่อออกแบบการดำเนินงาน เรื่อง รางวัลองค์กรความดี ตามแนวคิด ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ประจำปี พ.ศ. 2567
นายสิน สื่อสวน ที่ปรึกษาเครือข่ายสวัสดิการชุมชน กล่าวทิ้งท้ายว่า ควรทำให้เรื่องสวัสดิการชุมชนเป็นวาระสำคัญของ พอช. ที่จะสร้างระบบการคุ้มครองทางสังคมให้ภาคประชาชน โดย พอช. อาจจะวางบทบาทในการบริหารขบวนควบบคู่ไปกับการปฏิบัติการร่วมกับพี่น้องเครือข่ายสวัสดิการชุมชน นอกจากนั้นยังถือเป็นโอกาสสำคัญที่ฝ่ายนิติบัญญัติให้ความสนใจ และเข้ามามีส่วนร่วมในการถกประเด็นสวัสดิการชุมชนสู่การจัดระบบสวัสดิการของภาคประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นการชี้ทิศไปข้างหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญ
(ดวงเนตร วรโยธา เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชนอาวุโส : รายงาน)









