วันที่ 11 พฤษภาคม 2567 สำนักงานประสานขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคม ร่วมกับ
ณ ห้องประชุม 301 – 302 ชั้น 3 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) รวมผู้เข้าร่วมจำนวน 40 คน
นายทองสุข สีลิด ประธานกรรมการดำเนินการฯ ได้กล่าวถึงสถานการณ์หนี้สินของภาคประชาชนที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สภาองค์กรชุมชนต้องมีบทบาทและพัฒนาให้ชุมชนเท่าทันต่อสถานการณ์ มีข้อมูลและความรู้เรื่องการจัดการการเงินและหนี้สินครัวเรือนที่เพียงพอ และเห็นว่าสภาองค์กรชุมชนควรมีการตั้งกลไก/คณะทำงานขับเคลื่อนงานแต่ละประเด็นอย่างต่อเนื่อง
ความร่วมมือระหว่างสภาองค์กรชุมชน และกองดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ในการสำรวจข้อมูลเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งในปีงบประมาณ 2567 ได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสถาบันการศึกษาในการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจเพื่อให้ชุมชนสามารถนำข้อมูลกกลับมาพัฒนาชุมชนแต่ละพื้นที่ได้อย่างครอบคลุม รวมไปถึงการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการทำงานของกองเลขานุการแต่ละภาค นำไปสู่การผลักดันให้เกิดการทำงานและการขับเคลื่อนร่วมในระดับจังหวัด
ที่ประชุมฯ ยังได้มีการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของแต่ละภูมิภาค อาทิ การคัดเลือกสมาชิกที่ครบวาระ 4 ปีของสภาองค์กรชุมชนตำบล การฟื้นฟูสภาองค์กรชุมชน การจัดทำแผนการดำเนินงานในระดับภาค การจัดทำยุทธศาสตร์ของสภาองค์กรชุมชนตำบล และการขับเคลื่อนจังหวัดบูรณาการ การกำหนดเป้าหมายและประเด็นร่วมในการขับเคลื่อน กระบวนการ เครื่องมือ การติดตามและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระดับภาค เพื่อสรุปบทเรียนไปสู่การขยายผลร่วมกัน
นางสาวลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเกณฑ์คุณสมบัติในการสมัครรับคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา การแบ่งกลุ่มเป้าหมายตามประเภทความชำนาญ ได้แก่ กลุ่มบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การศึกษา อาชีพกสิกรรม พนักงานหรือลูกจ้างซึ่งไม่ใช่ส่วนราชการ ผู้ประกอบอาชีพสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบกิจการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) กลุ่มสตรีผู้สูงวัย กลุ่มศิลปวัฒนธรรม และกลุ่มอื่น ๆ โดยคุณสมบัติต้องอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์ในวันที่สมัคร ต้องมีความเชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ ไม่น้อยกว่า 10 ปี และทำงานภายในพื้นที่อำเภอไม่ต่ำกว่า 2 ปี ต้องไม่เป็นข้าราชการหรือพนักงานได้รับเงินเดือน ไม่เป็นคู่สมรสของสส. สว. และจะต้องเตรียมเอกสารการสมัคร และนำไปสมัครกับสำนักงาน กกต. จังหวัด ได้แก่ 1) ใบสมัคร สว.2 2) ข้อมูลแนะนำตัว สว.3 3) หนังสือรับรองความรู้ สว.4 4) สำเนาบัตรประชาชน 5) สำเนาทะเบียนบ้าน 6) ใบรับรองแพทย์ และรูปถ่ายหน้าตรง ในการคัดเลือกจะมี 3 ระดับคือ ระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงแผนงานสำคัญการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนในการสนับสนุนกระบวนการในระดับตำบล และการบันทึกข้อมูล พัฒนาศักยภาพเลขานุการ สภาองค์กรชุมชนตำบล ให้สามารถพัฒนาข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน รวมถึงการประสานความร่วมมือกับเครือข่ายเยาวชนและคนรุ่นใหม่ในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น การพัฒนาจังหวัดบูรณาการที่ขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่ เชื่อมโยงกับการดำเนินการเกี่ยวกับโครงการคนรุ่นใหม่คืนถิ่นเพื่อนำบทเรียนมาพัฒนาต่อไป












