สระบุรี : วันที่ 25 – 26 เมษายน 2567 คณะทำงานสวัสดิการชุมชน ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสระบุรี สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนภาคกลางและตะวันตก จัดอบรมให้ความรู้หลักคิดในการทำงานสวัสดิการชุมชน ระบบบริหารจัดการกองทุนที่ดี และการพัฒนาทักษะการใช้โปรแกรมสนับสนุนสวัสดิการชุมชน SWF ณ ห้องประชุมจามจุรี โรงแรมมวกเหล็กพาราไดซ์ รีสอร์ท อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยมีนายอนันต์ ดนตรี รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก พอช. ร่วมบรรยายพิเศษ
นายอนันต์ ดนตรี รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า จากการที่ตนเองคลุกคลีกับงานสวัสดิการมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น มาวันนี้พบว่าความก้าวหน้าของกองทุนสวัสดิการมีเพิ่มมากขึ้น มีการให้สวัสดิการหลายด้านที่นอกเหนือจากเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่เนื่องด้วยงบประมาณสนับสนุนของ พอช.มีไม่มาก จึงต้องให้ความสำคัญกับท้องถิ่นให้มาก สิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึงเงินที่เข้าและเงินที่จ่ายออกไปในอนาคตด้วย กล่าวคือ ความยั่งยืนของกองทุนสวัสดิการชุมชน โดยเฉพาะการเงินในอนาคต รายได้ที่เก็บจากสมาชิก รัฐบาล หรือท้องถิ่นอุดหนุน ต้องสัมพันธ์กับการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก ไม่ควรจัดสวัสดิการชุมชนให้มากจนเกินไป เพราะจะทำให้กองทุนขาดสภาพคล่องจนทำให้กองทุนล้มได้
นอกจากนี้นายอนันต์ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีการพูดถึงเรื่องเกณฑ์การรับงบสมทบที่กองทุนต้องมีสมาชิกเพิ่มขึ้น 100 คนนั้น เนื่องจากเพื่อต้องการให้มีทุนเพิ่มเข้ามาและทยอยจ่ายเงินออกไป หากไม่มีคนเพิ่มเงินที่รับมีเท่าเดิมแต่เงินที่จ่ายออกไปมีมากขึ้น จะทำให้กองทุนอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ต้องเพิ่มเงินจากภาคประชาชนก่อนที่จะไปขอเพิ่มเงินจากภาครัฐ อีกเรื่องหนึ่งที่พบ คือ กองทุนสวัสดิการชุมชนมักไม่ค่อยกำหนดวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และแผนการพัฒนากองทุน เมื่อทำแบบชาวบ้าน ไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีแผนก็เป็นการทำไปเรื่อย เมื่อเจอทางตันก็ไปไม่ได้ และสังเกตได้ว่ากองทุนที่ไม่เคลื่อนมักเป็นกองทุนที่ไม่มีสมาชิกเพิ่ม ไม่ได้รับงบอุดหนุน เมื่อจ่ายเงินออกไปเรื่อยๆ เงินจึงหมด ดังนั้น เรื่องที่สำคัญ คือต้องมีการวางยุทธศาสตร์มีแผน และต้องเพิ่มสมาชิก จ่ายสวัสดิการที่สมดุลกับรายได้ของกองทุน และสร้างความเข้มแข็งให้กับคณะกรรมการและคนทำบัญชี เพื่อให้ “กองทุนก้าวหน้า แข็งแรง และมีอนาคต”
ต่อมานายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก ได้บรรยายเรื่องแนวทางการหนุนเสริมการขับเคลื่อนงานกองทุนสวัสดิการชุมชนในระดับจังหวัด โซน และระดับตำบล โดยตอกย้ำว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนมีที่มาจากการศึกษาและนำแนวคิด “ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ของ ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน มีเป้าหมายสร้างหลักประกันความมั่นคงและความอยู่เย็นเป็นสุขของคนในชุมชน โดยมีหัวใจสำคัญ คือ “การให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” เป็นกองทุนในการช่วยตนเองและช่วยเหลือกันและกันของคนในชุมชน โดยมีหลักการดำเนินงาน คือ เป็นกองทุนชุมชนที่จัดตั้งตามความพร้อมและสมัครใจของคนในชุมชนและบริหารโดยชุมชน เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงและความอยู่เย็นเป็นสุข โดยถือว่าเงินสมทบกองทุนคือกองบุญเพื่อจัดสวัสดิการช่วยเหลือกันและกัน ไม่ใช่เงินออมที่จะถอนคืนได้ ส่วนจะจัดสวัสดิการดูแลเรื่องอะไรบ้างนั้นเป็นไปตามข้อตกลงของพื้นที่ สมาชิกทุกคนจะได้รับการช่วยเหลือดูแลอย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้ระเบียบของกองทุนที่ได้ตกลงร่วมกัน ซึ่งรวมถึงการช่วยเหลือกลุ่มผู้เปราะบาง ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ตามศักยภาพของกองทุน โดยในการดำเนินงานจะเชื่อมโยงกับงานพัฒนาด้านอื่นในชุมชนเพื่อนำไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง และประสานความร่วมมือกับภาคีพัฒนา ท้องที่ ท้องถิ่น ภาครัฐและเอกชนร่วมขับเคลื่อนงาน ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญ คือ คณะทำงานกองทุนสวัสดิการชุมชน ต้องยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการที่ดี
“สิ่งที่อยากย้ำกับพี่น้องว่าเรื่องการทำสวัสดิการชุมชนเป็นเป้าหมายใหญ่มาก เป็นหลักประกันชีวิตเรื่องคน ไม่ใช่แค่เอาเงินมารวมกัน แต่เราสร้างสวัสดิการไปถึงลูกหลานเราด้วย ช่วงแรกที่ทดลองทำมีเพียงเงินสมทบจากพี่น้องและ พอช. ยังไม่มีเงินสมทบจากรัฐบาล จนปัจจุบันมีการดำเนินการที่ผิดเพี้ยนจากกองทุนมาเป็นการออมทรัพย์ และการใช้เงินหรือการบริหารกลายเป็นของกรรมการ บางพื้นที่กลายเป็นของท้องถิ่น อุดมการณ์คือพี่น้องต้องเป็นเจ้าของกองทุน แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าจะทำให้กองทุนมีคุณภาพ โดยอุดมการณ์ไม่เปลี่ยน พี่น้องต้องเป็นหลัก มีความร่วมมือกับ พมจ. ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ มีหลายฝ่ายเสนอว่าต้องมีการทำทีมพลังบวก เราพยายามที่จะทำให้พี่น้องประชนมีกลไกคนช่วยทำงานเพิ่มมากขึ้น คือ กลไกโซนอำเภอ จัดทีมคนแถวหลังมาช่วยทำงาน มีระบบข้อมูล โปรแกรมสวัสดิการสนับสนุนทำงาน และมีการพัฒนาศักยภาพแกนนำคนทำงาน”
ต่อจากนั้นนายธนพล ศรีใส คณะทำงานสนับสนุนสวัสดิการชุมชนระดับชาติ ได้ตอกย้ำเจตนารมณ์ ระบบบริหารจัดการงบประมาณเรื่องสวัสดิการชุมชน การบริหารงานระดับโซนทั้ง 5 โซน การฝึกปฏิบัติการโปรแกรมบริหารการเงินและบัญชีกองทุนสวัสดิการชุมชน (SWF) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่คณะทำงานสวัสดิการชุมชนและเครือข่ายสวัสดิการชุมชน ร่วมกับ พอช. ในการออกแบบมาสนับสนุนการทำงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นแกนนำสวัสดิการชุมชน 5 โซนอำเภอของจังหวัดสระบุรี รวมประมาณ 40 คน
ทั้งนี้ จังหวัดสระบุรีได้มีการส่งเสริมการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชนทั้ง 13 อำเภอ จำนวน 55 กองทุน เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงของคนในชุมชน โดยการช่วยเหลือเกื้อกูลทั้งเรื่องเกี่ยวกับวิถีชีวิตตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง สังคมอยู่ดีมีสุข คณะทำงานเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสระบุรี จึงได้มีการจัดระบบบริหารงานออกเป็นระบบโซน 5 โซน ซึ่งประกอบด้วย โซนที่ 1 อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอแก่งคอย โซนที่ 2 อำเภอพระพุทธบาท อำเภอบ้านหมอ อำเภอหนองโดน อำเภอดอนพุด โซนที่ 3 อำเภอหนองแซง อำเภอเสาไห้ โซนที่ 4 อำเภอหนองแค อำเภอวิหารแดง และโซนที่ 5 อำเภอมวกเหล็ก อำเภอวังม่วง เพื่อให้สามารถลงหนุนเสริมด้านการบริหารกองทุนได้อย่างรวดเร็ว เช่น การหนุนเสริมด้านโปรแกรม การจัดตั้งกองทุนฯ ใหม่ ดังนั้น เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสระบุรี จึงได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดสระบุรี (กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ปีงบประมาณ 2567) เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพคณะทำงานสวัสดิการชุมชนระดับโซนอำเภอในครั้งนี้
รายงาน : เรวดี อุลิต
ภาพ : กมลรัตน์ สุตตสันต์
และเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสระบุรี













