จังหวัดสุพรรณบุรี : เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2567 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลห้วยวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี สถาบันพระปกเกล้า สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดเวทีพัฒนาเครือข่ายผู้นำในการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยในชุมชน เสริมสร้างพลังพลเมืองด้วยนโยบายสาธารณะจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีผู้แทนคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีเข้าร่วมกว่า 10 อำเภอ 45 ตำบล ทั้งนี้ งบประมาณสนับสนุนการจัดเวทีดังกล่าว เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรีได้เชื่อมโยงยุทธศาสตร์ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายผู้นำในการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยในชุมชนของสถาบันพระปกเกล้า และโครงการเสริมสร้างพลังพลเมืองด้วยนโยบายสาธารณะจังหวัดสุพรรณบุรี ของสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี
นางสาววิภาศศิ ช้างทอง ประธานเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมและตอกย้ำความสำคัญการขับเคลื่อนงานของสภาองค์กรชุมชน ภายใต้ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน ปี 2551 ที่เป็นกลไกกลางในการระดมปัญหา เสนอแนะและกำหนดแนวทางในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่มาจากความต้องการของภาคประชาชน ต่อภาคีความร่วมมือในทุกภาคส่วน ต่อมาได้รับเกียรติจากนางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจัดหวัดสุพรรณบุรี กล่าวให้กำลังใจและตอกย้ำแนวทางการทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรี จากการมีส่วนร่วมทั้งจากการรับฟังความคิดเห็น การเสนอแนวทางการพัฒนาจังหวัดจากประชาชนและองค์กรชุมชนในจังหวัด
เวลาต่อมานายกองเอก เชษฐา ขาวประเสริฐ ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี และประธานกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดสุพรรณบุรี บรรยายเรื่อง บทบาทผู้นำชุมชนกับการบูรณาการแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยใช้ข้อมูลที่สำคัญในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หลังจากนั้นมีการแลกเปลี่ยนและระดมข้อคิดเห็น วิเคราะห์ประเด็นปัญหา และกำหนดแนวทางการแก้ไขในเบื้องต้น เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยในชุมชน โดยมีการระดมปัญหา 5 มิติ ได้แก่
- มิติด้านการศึกษา มีประเด็นปัญหาสำคัญ ได้แก่ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจส่งผลต่อการเข้าไม่ถึงระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ สภาวะทางสังคมและสังคมออนไลน์ (social media) ส่งผลต่อวิธีคิดและทัศนคติทางการศึกษาที่ลดลง และศักยภาพครูในการพัฒนาระบบการศึกษายังไม่เท่าทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้ มีแนวทางการแก้ไขปัญหา เช่น การพัฒนาระบบการศึกษาเชิงวิชาชีพและปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ การสนับสนุนหรือส่งเสริมให้เข้าถึงการศึกษาที่ครอบคลุม ตลอดจนการให้คำแนะนำตั้งแต่ระดับครัวเรือนเพื่อให้เท่าทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ฯลฯ
- มิติด้านสุขภาพ มีประเด็นปัญหาสำคัญ ได้แก่ การใช้สารเคมีในภาคการเกษตรส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภค ปัญหาด้านฝุ่น PM 2.5 และมลพิษทางอากาศ สถานการณ์ทางความเครียดและความแข็งแรงของร่างกาย การบริโภคไม่ถูกหลักโภชนาการ โรคติดต่อและติดต่อเรื้อรัง สภาวะด้านเศรษฐกิจส่งผลต่อความสามารถในการดูแลสุขภาพ และสังคมสูงวัย ทั้งนี้ มีแนวทางการแก้ไขปัญหา เช่น ส่งเสริมการลดใช้สารเคมีและสนับสนุนการปลูกพืชปลอดภัย การให้ความรู้ในการป้องกันโรคและดูแลสุขภาพ การบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพ การจัดกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุ และการจัดหาหมอเพื่อดูแลสุขภาพชุมชนให้ทั่วถึง ฯลฯ
- มิติด้านเศรษฐกิจ มีประเด็นปัญหาสำคัญ ได้แก่ รายได้ไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิต ปัญหาหนี้สินในครัวเรือนและหนี้นอกระบบ ปัญหาค่าครองชีพและสินค้าราคาสูง ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ แรงงานขาดทักษะในการประกอบอาชีพ สภาวะคนตกงานและไม่มีอาชีพเสริม ตลาดรองรับผลผลิตมีไม่เพียงพอ ตลาดทุนผูกขาดส่งผลต่ออำนาจในการต่อรอง ไม่มีที่ดินในการประกอบอาชีพ ทั้งนี้ มีแนวทางการแก้ไขปัญหา เช่น อบรมและพัฒนาอาชีพให้มีทักษะเพิ่มขึ้น พัฒนาระบบตลาดเพื่อรองรับสินค้าและราคาที่เป็นธรรม ส่งเสริมการจัดทำบัญชีครัวเรือนและวางแผนการออม ส่งเสริมเงินทุนหมุนเวียนในชุมชน ควบคุมราคาสินค้าที่เป็นธรรมเพื่อลดค่าครองชีพ พัฒนาที่ดินเพื่อการประกอบอาชีพ รวมกลุ่มเพื่อสร้างอำนาจการต่อรอง ฯลฯ
- มิติด้านสวัสดิการ มีประเด็นปัญหาสำคัญ ได้แก่ ประชาชนยังเข้าไม่ถึงสิทธิสวัสดิการที่ครอบคลุมและทั่วถึง สวัสดิการภาครัฐไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ผู้สูงอายุและผู้พิการจำนวนมากใช้เบี้ยสวัสดิการจากรัฐเป็นรายได้หลักในดำรงชีวิต ขาดการประชาสัมพันธ์และแจ้งข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางพื้นที่ไม่สนับสนุนงานสวัสดิการชุมชน บางพื้นที่ยังไม่จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน และสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนไม่ครอบคลุมทั้งตำบล ทั้งนี้ มีแนวทางการแก้ไขปัญหา เช่น ส่งเสริมการจัดตั้งและขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนให้ครอบคลุมทุกตำบล (พัฒนาศักยภาพแกนนำ, เพิ่มสมาชิก, จัดสวัสดิการชุมชนให้ครอบคลุม) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสมทบงบประมาณกองทุนสวัสดิการชุมชน ปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการให้เพิ่มขึ้น จัดสวัสดิการชุมชนที่เสมอภาคและเท่าเทียม ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้การเข้าถึงสิทธิสวัสดิการภาครัฐเพิ่มขึ้น ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ปรับปรุงกฎหมายให้เป็นธรรมและทันต่อสถานการณ์ ฯลฯ
- มิติด้านความเป็นอยู่ มีประเด็นปัญหาสำคัญ ได้แก่ ปัญหายาเสพติดในชุมชน ประชาชนยังมีสภาพที่อยู่อาศัยชำรุดทรุดโทรมและไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่มีที่ดินในการอยู่อาศัยและดำรงชีพ ระบบสาธารณูปโภคและเครื่องอุปโภคไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ผู้สูงอายุขาดการดูแลเนื่องจากลูกหลานต้องออกไปทำงานนอกบ้าน สถานการณ์พื้นที่อุทกภัยซ้ำซาก ปัญหาด้านการกำจัดขยะในครัวเรือน ทั้งนี้ มีแนวทางการแก้ไขปัญหา เช่น สนับสนุนการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและปรับสภาพแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะ แก้ไขปัญหาที่ดินทำกินแบบบูรณาการ บูรณาการทุกภาคส่วนในการระดมความช่วยเหลือและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน พัฒนาระบบการดูแลและส่งเสริมกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุ ให้ความรู้และเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน บริหารจัดการขยะให้เกิดประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาพื้นที่อุทกภัยซ้ำซากแบบบูรณาการ ฯลฯ
จากการระดมปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาข้างต้น เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี จะรวบรวมและทบทวนเป็นแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของภาคประชาชนจังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบกับการจัดทำแผนงาน/ โครงการ ปี 2569 เพื่อเสนอผ่านสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี และสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี สู่การผลักดันและเชื่อมโยงในแผนพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีระยะต่อไป












