กาญจนบุรี : วันที่ 14 มีนาคม 2567 นายวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กร พอช. นายวิริยะ แต้มแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก นายศุภสิทธิ์ ศรีสว่าง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน (พื้นที่) สำนักงานภาคกลางและตะวันตก นายทองใบ สิงสีทา นักปฏิบัติการชุมชนชำนาญการพิเศษ สำนักประสานขบวนองค์กรชุมชนและประชาสังคม พร้อมด้วย หัวหน้างาน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน งานวิชาการ สำนักงานภาคฯ และนายพิพัฒน์ แก้วจิตคงทอง ประธานสภาองค์กรชุมชน จังหวัดกาญจนบุรี และนายอำนาจ ทัดสวน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดงเสลา อำเภอศรีสวัสดิ์ เข้าพบนายศิริรัตน์ บำรุงเสานา นายอำเภอศรีสวัสดิ์ ณ ที่ว่าการอำเภอศรีสวัสดิ์ โดยมีปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วม เพื่อพูดคุยหารือและแลกเปลี่ยนการพัฒนาพื้นที่แบบมีส่วนร่วมในระดับอำเภอ และการบูรณาการทำงานแก้ไขปัญหาของพื้นที่แบบมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน โดยเน้นกระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรชุมชน และประชาชนในพื้นที่
นายวิชัย นะสุวรรณโน กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก ผอ.สถาบันฯ ประสานกับนายอำเภอออกแบบการทำงานร่วมในส่วนที่ พอช.จะมาหนุนเสริมงานในพื้นที่ได้ เนื่องจากปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านและความต้องการพัฒนาเป็นหน้าที่ขององค์กร ที่ผ่านมา พอช.ทำงานกับตำบลเป็นหลัก หากพบว่าอำเภอไหนมีความพร้อมก็เข้ามาสนับสนุนการทำงานทั้งอำเภอ ตอนนี้พยายามขึ้นลูกโมเดลการทำงานที่อำเภอด่านช้าง มีการเปิดเวทีคุยกับชาวบ้านและนายอำเภอซึ่งให้ความสนใจที่จะทำ โดย พอช.มีภารกิจงานมาช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็ง ชาวบ้านลุกขึ้นมาทำข้อมูล ทำแผนการแก้ไขปัญหาของตัวเองได้ สุดท้ายหากทำได้ทุกอำเภอ การพัฒนาจะเปลี่ยนใหม่ เป็นการพัฒนาที่มาจากข้างล่าง โดยมีหน่วยงานมาหนุนเสริมการแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านได้อย่างยั่งยืนตามหลักการ “ระเบิดจากข้างใน”
นายศิริรัตน์ บำรุงเสานา นายอำเภอศรีสวัสดิ์ กล่าวถึงการขับเคลื่อนงานของอำเภอศรีสวัสดิ์ในช่วงที่ผ่านมาว่า จากการที่ตนเองมาทำงานที่อำเภอศรีสวัสดิ์เป็นเวลา 3 เดือน มองว่าการทำงานพัฒนาแบบแยกส่วนจะเหนื่อยมาก โดยเฉพาะในอำเภอที่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน ซึ่งศรีสวัสดิ์เป็นอำเภอที่มีความพิเศษคือมี Key Player ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน 3 ส่วน คือ อุทยาน เขื่อนศรีนครินทร์ และภาคเอกชน (ท่องเที่ยว แพ รีสอร์ท) แต่ก็พบว่าที่ผ่านมา หน่วยงานภาคีพร้อมที่จะทำงานร่วม แต่ติดที่ประชาชนในพื้นที่ยังไม่มีความเข้มแข็งเพียงพอ อย่างไรก็ ทางอำเภอจะอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ในการร่วมผลักดันให้ถึงเป้าหมาย โดยจะระดมสรรพกำลังต่างๆ มาทำงานร่วมกัน และทำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
“การพัฒนาอำเภอศรีสวัสดิ์ไม่สามารถทำแบบแยกส่วนได้ จึงได้มีการจัดทีมบำบัดทุกข์บำรุงสุข โดยมีนายอำเภอเป็นหัวหน้าทีม มีผู้เกี่ยวข้อง 3 ส่วนที่กล่าวมาข้างต้นและมีภาคส่วนราชการอื่นๆ ปราชญ์ชาวบ้านเข้าร่วมด้วย รวมประมาณ 30 คน ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานับจากมีการจัดตั้ง ได้มีการประชุมร่วมกันมาแล้ว 9 ครั้ง จนได้แผนการพัฒนาอำเภอ ซึ่งชูเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนเป็นหลัก ใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในพื้นที่มาสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน โดยให้ภาคเอกชนเป็นแกนหลักในการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่มากในชุมชน เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้กับชุมชน ทั้งนี้จากการทำงานในช่วงที่ผ่านมาพบว่าทุกภาคส่วนทั้งภายนอกภายในพร้อมที่จะทำงานร่วม เพื่อให้ชาวบ้านมีช่องทางทำมาหากิน แต่ชุมชนซึ่งเป็นโจทย์หลักยังไม่พร้อม” นายอำเภอศรีสวัสดิ์กล่าว
นายวิชัย กล่าวต่อว่า จากการขับเคลื่อนงานที่ผ่านมาและปัญหาข้อติดที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ พอช. สามารถที่จะมาหนุนเสริมเติมเต็มได้ใน 4 มิติ คือ 1) การพัฒนาคุณภาพชีวิตในมิติที่อยู่อาศัย โดยต้องทำข้อมูลผู้เดือดร้อนและทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ ทางอำเภอได้มีการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นไว้แล้ว ซึ่งจะนำข้อมูลมาดูร่วมกัน และทำแผนการแก้ปัญหาทั้งตำบล 2) จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน โดยการเปิดเวทีสร้างความเข้มใจและจัดตั้งกองทุนเพื่อเป็นหลักประกันให้กับคนในพื้นที่ได้พึ่งพาตนเอง มีระบบการดูแลและเชื่อมโยงกับมิติหรือระบบอื่นๆ 3) ในมิติเศรษฐกิจ จัดทำศูนย์กระจายสินค้า เป็นการทำงานร่วมกับกลไกที่นายอำเภอออกแบบไว้ โดยมี พอช.เข้าร่วม มีวงพูดคุย ปรึกษาหารือและรายงานความคืบหน้า ในการขยับงานอาจจะทำ 1 ศูนย์นำร่องในพื้นที่ตำบลที่พร้อม รวมทั้งเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องมาเติมเรื่องการท่องเที่ยว การยกระดับผลผลิตหรือสินค้าชุมชนเพื่อให้เกิดการกระจายรายได้มากขึ้น ไม่กระจุก และเกิดความยั่งยืน และ 4) สร้างความเข้มแข็งของชุมชนผ่านกลไกผู้นำ ระบบความคิด การมีส่วนร่วม สร้างความตื่นตัวให้คนจากฐานล่างลุกขึ้นมาแก้ปัญหาของตัวเองและส่วนรวม ซึ่ง พอช.สามารถเสริมเรื่องการทำกระบวนชุมชน ออกแบบกลไก และทำงานเชิงความคิดให้ชาวบ้านลุกขึ้นมาทำงานแก้ปัญหาของตนเอง ทั้งนี้ ต้องมีการฟื้นฟูสภาองค์กรชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนมากขึ้นและจัดทำแผนพัฒนาผ่านสภาองค์กรชุมชน
นายวิริยะ แต้มแก้ว เสริมว่า ในการขับเคลื่อนงานอาจจะใช้เรื่องบ้านเป็นจุดระเบิดการทำงานพัฒนาโดยคนในพื้นที่ โดยใช้การสำรวจข้อมูล ค้นหาผู้ตกหล่นจากการสำรวจข้อมูลความยากจน และการจะผลักดันได้ต้องใช้กลไกทางอำเภอ และ พอช.มาออกแบบการทำงานร่วมกัน
จากการหารือดังกล่าว นำมาสู่การกำหนดแนวทางการทำงานเบื้องต้นร่วมกัน โดยนายอำเภอศรีสวัสดิ์จะเปิดเวทีพูดคุยร่วมกับผู้นำชุมชนทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อให้เกิดความเข้าใน เห็นกระบวนการและวางแผนการปฏิบัติการในพื้นที่ร่วมกัน โดยเบื้องต้น ทางอำเภอจะจัดส่งข้อมูลการสำรวจผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับ พอช.ภายในเดือนมีนาคมนี้ จากนั้น พอช.เข้าร่วมนำเสนอแนวคิด แนวทางการทำงานในวงประชุมประจำเดือนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในวันที่ 2 เมษายน และเปิดเวทีพูดคุยกับสภาองค์กรชุมชน ผู้นำชุมชนทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการอีกครั้ง เพื่อวางแผนปฏิบัติการร่วมในระดับพื้นที่ ในวันที่ 9 เมษายนที่จะถึงนี้











